ไลฟ์สไตล์

นักวิทย์มึนแถบดาวพฤหัสบดีหายไป

นักวิทย์มึนแถบดาวพฤหัสบดีหายไป

15 พ.ค. 2553

ทำเอานักวิทยาศาสตร์ตะลึงกันถ้วนหน้าเมื่ออยู่ๆ ลวดลายวงแหวนที่เคยอยู่บนดาวยักษ์ใหญ่อย่างดาวพฤหัสบดี หรือ จูปิเตอร์ หายไปอย่างไร้ร่องรอยโดยไม่ทราบสาเหตุ

 ปกติแล้วดาวเคราะห์ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยจักรวาลของเราดวงนี้จะต้องมีแถบสีเข้มอยู่บนชั้นบรรยากาศที่ปกคลุมดาวอยู่ 2 แถบ โดยแถบหนึ่งอยู่ทางเหนือ และอีกแถบหนึ่งอยู่ทางใต้

 แต่เมื่อเร็วๆ นี้ บ็อบ คิง หรือฉายา แอสโตร บ็อบ นักข่าวและนักดาราศาสตร์สมัครเล่นได้ออกมาเปิดเผยข่าวที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์พิศวงงงงวยกันถ้วนหน้า เมื่อพบว่า แถบสีเข้มบริเวณซีกล่างของดาวพฤหัสบดีได้อันตรธานหายไปแล้ว

 ในการสำรวจครั้งล่าสุดเมื่อปลายปีที่แล้ว แถบสีเข้มของดาวพฤหัสบดียังคงอยู่ดี ก่อนที่เจ้ายักษ์ใหญ่ของระบบสุริยะจะเข้าสู่วงโคจรไปหลบหลังดวงอาทิตย์ จนกระทั่งอีก 3 เดือนต่อมา มันกลับโผล่มาในสภาพไม่มีแถบสีเข้มนั้นแล้ว

 "การที่ดาวพฤหัสบดีมีแถบสีเข้มเพียงเส้นเดียว ก็เหมือนกับมองดาวเสาร์ที่มองไม่เห็นวงแหวนนั่นแหละ" คิงกล่าว

 ทั้งนี้ ดาวพฤหัสบดีเป็นลักษณะของกลุ่มก๊าซก้อนใหญ่ที่เต็มไปด้วยก้อนเมฆหนาสีแดง น้ำตาล เหลือง และสีขาว เป็นการผสมกันระหว่างสารเคมีที่อยู่บนความสูงต่างกัน โดยโซนสีขาวบนสุดนั้นเต็มไปด้วยคริสตัลที่เกิดจากแอมโมเนียที่เย็นจนเป็นน้ำแข็ง ขณะที่สีเข้มนั้นเกิดจากสารเคมีเช่นซัลเฟอร์ และฟอสฟอรัส ขณะที่อัตราการเคลื่อนที่ของเมฆเหล่านี้เร็วเกือบ 600 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อันเป็นผลจากการหมุนรอบตัวเองด้วยความรวดเร็วของดาวพฤหัสบดี

 อย่างไรก็ดี นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ปรากฏการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น เพราะดาวพฤหัสบดีมักจะเสียแถบสี หรือได้แถบสีกลับคืนมากทุกๆ 10-15 ปี แต่สาเหตุที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์เช่นนี้ยังคงเป็นปริศนาอยู่

 แอนโทนี เวสลีย์ นักสังเกตการณ์ดาวพฤหัสบดี ให้ความเห็นว่า สิ่งที่ทำให้แถบสีหายไปนั้นอาจเป็นเพราะเกิดพายุบนชั้นบรรยากาศของดาวพฤหัสบดี จึงทำให้มันสลายตัวไป

 "แต่คำถามก็คือ เมื่อใดที่แถบสีเข้มซีกใต้จะกลับมาเคลื่อนไหว และปรากฏตัวอีก" เวสลีย์กล่าว โดยอธิบายว่า สิ่งที่จะทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมาได้คือการที่แถบสีขาวบนดาวพฤหัสบดีเริ่มพัดฝุ่นสีเข้มขึ้นมายังชั้นบรรยากาศอีกด้วยลมความเร็วสูง ซึ่งจะทำให้เกิดแถบสีเข้มขึ้นมาอีกครั้ง และอาจจะกลับมาเป็นแถบสีเข้ม 2 เส้นเหมือนเดิม

 นอกจากนี้ ผู้ที่ชื่นชอบดาราศาสตร์ทั้งหลายยังมีโอกาสจะได้เห็นดาวพฤหัสบดีในสภาพไร้แถบสีเข้มด้านล่าง ระหว่างที่มันจะโคจรมาใกล้โลกมากที่สุดในวันที่ 24 กันยายนนี้ด้วย