
สภาผู้บริโภค จี้! อย. เอาผิด บ. นำเข้า "องุ่นไชน์มัสแคท" หลังพบสารเคมีตกค้าง
สภาผู้บริโภค เสนอ อย. จี้! เอาผิดกับบริษัทผู้นำเข้าผลไม้ "องุ่นไชน์มัสแคท" หลังพบสารเคมีตกค้างห้ามใช้ในไทย แนะเลิกให้ข่าวปลอดภัย เพราะถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.อาหารมาตรา 25
จากกรณีเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN) ร่วมกับนิตยสารฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค สุ่มตรวจ องุ่นไชน์มัสแคท 24 ตัวอย่าง ทั่วกรุงเทพและปริมณฑล โดยสุ่มตรวจสารเคมีเกษตรมากกว่า 400 ชนิด พบสารเคมีเกษตรตกค้างเกินค่ามาตรฐานมากถึงร้อยละ 95.8
ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ย้ำมาตรการเฝ้าระวัง พร้อมแจงข้อมูลอาจเข้าใจคลาดเคลื่อน เหตุองุ่นไชน์มัสแคทตรวจพบสารตกค้าง 1 ตัวอย่าง เป็นสารต้องห้ามที่มีวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ส่วนอีก 23 ตัวอย่างเป็นสารที่แม้จะตกค้าง แต่อยู่ในระดับมาตรฐานปลอดภัย หากล้างถูกวิธีสามารถบริโภคได้นั้น
ล่าสุดทางด้าน น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค กล่าวว่า ขอให้เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ดำเนินการทางกฎหมายกับบริษัทผู้นำเข้าผลไม้ที่มีวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ที่ห้ามใช้ในประเทศ คือ คลอไพริฟอส และ เอ็นดริล อัลดีไฮด์ เพราะถือเป็นผลไม้หรืออาหารที่ผิดมาตรฐานตรวจพบสารเคมีที่ห้ามใช้ ไม่ใช่เลขาธิการ อย.ออกมายืนยัน ว่าปลอดภัยและไม่มีการตกค้างในเนื้อผลไม้
เพราะถือว่ามีความผิดตามพรบ.อาหาร พ.ศ.2522 มาตรา 25 ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต นําเข้าเพื่อจําหน่าย หรือจําหน่ายซึ่งอาหารดังต่อไปนี้ (3) อาหารผิดมาตรฐาน (4) อาหารอื่นที่รัฐมนตรีกำหนด ซึ่งมีการกำหนดโทษไว้ ดังนี้ ความผิดตามมาตรา 60 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 25(3) ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท มาตรา 61 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 25(4) ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
"ขอให้อย.เร่งต้องตรวจสอบผักและผลไม้ก่อนจำหน่วยให้ผู้บริโภค ว่า มีความปลอดภัย หากพบไม่ปลอดภัยต้องส่งคืนต้นทาง หรือทำลายทันที และกำกับมาตรฐานผักและผลไม้ให้ปลอดภัยจากสารเคมีอันตรายที่ห้ามใช้ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคเรื่องความปลอดภัยด้านอาหาร ถือเป็นหน้าที่หลักของ อย. ที่ต้องทำหน้าที่เฝ้าระวัง และตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าจากประเทศอย่างละเอียด จากการตรวจพบสารเคมีอันตรายที่ยกเลิกหรือห้ามใช้ไปแล้ว ต้องดำเนินตามกฎหมาย กับบริษัทที่นำเข้ามาจำหน่าย และต้องเรียกคืนสินค้านั้นออกจากท้องตลาดทันที" เลขาฯ อย.กล่าว
สารอันตราย คลอไพริฟอส-เอ็นดริล อัลดีไฮด์
ทั้งนี้ คลอไพริฟอส มีผลต่อความผิดปกติของพัฒนาการทางสมองของเด็กที่แม่ได้รับระหว่างตั้งครรภ์ เด็กมีพัฒนาการช้า ความจำสั้น ไอคิวต่ำ สมาธิสั้น รวมถึงพัฒนาการด้านจิตใจ และมีผลต่อเนื่องแม้เมื่อเด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ตาม สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ พบว่า สารนี้กระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งลำไส้ H-29 ผ่านตัวรับ EGFR
กระทรวงสาธารณสุขมีข้อเสนอให้ยกเลิกการใช้สารเคมี 3 ตัว ได้แก่คลอร์ไพริฟอส พาราควอต และไกลโฟเสต และใช้เวลากว่า 3 ปี จนคณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติให้ยกเลิกการใช้ในที่สุด โดยคลอร์ไพริฟอสถูกประกาศยกเลิกการใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563 ส่วนเอ็นดริล อัลดีไฮด์ เป็นสารเคมีอันตรายใช้ในการกำจัดแมลง กระทรวงเกษตรห้ามใช้ไปตั้งแต่ กรกฎาคม 2524 เนื่องจากมีความเป็นพิษสูงมาก



