
พบกล้ายางคุณภาพต่ำวางขายเกลื่อน
ประธานสภาการยางฯ แนะเกษตรกรซื้อกล้ายางจากแหล่งเพาะพันธุ์ที่สถาบันวิจัยยางให้การรับรองเท่านั้น เหตุพบกล้ายางไม่มีคุณภาพวางจำหน่ายราคาถูกจำนวนมากในหลายจังหวัด
นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานสภาการยางพาราแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงราคายางดิบขณะนี้ว่าสูงถึงกิโลกรัมละ 105-110 บาท ส่งผลให้ความต้องการพันธุ์ยางพาราคุณภาพดีสูงขึ้น เนื่องจากเกษตรกรในเขตภาคเหนือและภาคอีสาน หันมาปลูกยางพารามากขึ้น สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เกษตรกรที่จะปลูกยางพาราในช่วงฤดูฝนปีนี้ได้รับต้นกล้าที่ไม่มีคุณภาพ เนื่องจากพบว่าหลายจังหวัดได้นำกล้ายางที่ไม่มีคุณภาพ หรือยางธุดงค์ มาจำหน่ายตามริมถนนในราคาถูก จึงขอเตือนเกษตรกรควรระวังและเลือกซื้อกล้ายางจากแหล่งผลิตที่ได้รับการรับรองจากกรมวิชาการเกษตรเท่านั้น
"เกษตรกรควรเลือกซื้อกล้ายางพาราจากโรงเรือนเพาะชำ หรือแหล่งเพาะพันธุ์ที่สถาบันวิจัยยางให้การรับรอง เนื่องจากกล้ายางที่ขายตามริมถนนไม่สามารถเช็กที่มาและคุณภาพได้ หากนำไปปลูกอาจเกิดปัญหาได้" นายอุทัยกล่าว
นายขุนศรี ทองย้อย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า บริษัทยังคงรักษามาตรฐานการผลิตกล้ายางพาราทุกสายพันธุ์ด้วยวิธีเดียวกับการผลิตกล้ายางในโครงการยางล้านไร่ ตั้งแต่แปลงเพาะกล้า แปลงตา การชำถุงและการดูแลในโรงเรือนเพาะชำ จึงได้รับการตอบรับที่ดีจากเกษตรกรเป็นอย่างมาก โดยปีนี้มีแผนผลิตกล้ายางคุณภาพ 530,000 ต้น ซึ่งมีเกษตรกรสั่งจองแล้วกว่า 4 แสนต้น
ส่วนโครงการยางล้านไร่ จากการตรวจลงพื้นที่จังหวัดเลย แหล่งปลูกยางอันดับสองของภาคอีสาน พบว่าต้นยางพาราของเกษตรกรเติบโตดี หลายแปลงสามารถกรีดน้ำยางได้ในปีที่ 6 จากเดิมที่ต้องรอให้ต้นยางมีอายุ 7-8 ปีจึงจะกรีดได้
รายงานจากสำนักวิจัยยาง แจ้งว่าราคายางตลาดกลางยางพาราสงขลาเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ได้ปรับตัวลดลงทั้งยางแผ่นดิบอยู่กิโลกรัมละ 99.25 บาท ยางแผ่นรมควันกิโลกรัมละ 106.05 บาท



