
ขอพรเสด็จพ่อ ร.๕ ๕ พระองค์ ที่วัดปราโมทย์ บางคนที
"ดอกกุหลาบสีชมพู เนื่องจากมีความเชื่อว่า ดอกกุหลาบที่มีความงามและมีหนามแหลมคม (คืออำนาจ) หากนำมาบูชาจะทำให้ผู้บูชามีอำนาจ และสีชมพูยังเป็นสีของวันอังคาร (วันพระราชสมภพ) นอกจากนี้ ประชาชนบางคนยังนิยมจัดเป็นโต๊ะบูชา ส่วนใหญ่ประกอบด้วย บายศรี หมากพลู บุหรี่
ที่กล่าวมมาข้างต้นเป็นสิ่งที่นิยมใช้สักการบูชาพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ หรือชาวบ้านทั่วๆ ไป เรียกพระองค์ท่านสั้นๆ ว่า "เสด็จพ่อ ร.๕" โดยมีคติความเชื่อว่า "พระมหากรุณาธิคุณเปรียบพระองค์เสมือนดั่งเทพยดาที่ปกปักษ์รักษาประเทศชาติ และราษฎรให้อยู่รอดปลอดภัยและเจริญก้าวหน้ามาโดยตลอด"
อย่างไรก็ตาม แม้พระองค์จะเสด็จสวรรคตล่วงเลยมา ๑๐๐ ปี (เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๕๓) แต่บารมีและพลังศรัทธาของพสกนิกรชาวไทยที่มีต่อพระองค์ท่านมิได้ลดลงแม้แต่น้อย ขณะเดียวกันพระองค์ท่านยังแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ให้ผู้ที่นับถือประจักษ์ต่อสายตาต่างๆ นานา ด้วยเหตุนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่หน่วยงานราชการ ภาคเอกชน รวมทั้งวัดต่างๆ ได้จัดสร้างพระบรมรูปของพระองค์ท่านเพื่อให้พสกนิการชาวไทยไว้สักการบูชา
การจัดสร้างพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เพื่อเป็นที่สักการบูชาส่วนใหญ่ที่พบทรงม้า ทรงยืน และครึ่งพระองค์ แต่ที่แปลกตาและไม่ค่อยพบเห็นคือ พระบรมรูป ร.๕ ลักษณะฉลองพระองค์ชุดครองราชย์ ซึ่งประดิษฐานอยู่ในพลับพลาจตุรมุขของวัดปราโมทย์ หมู่ ๒ ต.บ้านปราโมทย์ อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.๖) เสด็จมาทรงเททองหล่อ เมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๑๓ ในสมัยที่พระครูปราโมทย์สมุทรคุณ หรือ หลวงพ่อสุย เป็นเจ้าอาวาส
อย่างไรก็ตาม จากพลังศรัทธาของพสกนิกรชาวไทยที่เดินทางไปกราบไหว้ขอพร เสด็จพ่อ ร.๕ ที่วัดปราโมทย์ พระครูปลัดปริยัติวรวัฒน์ หรือ หลวงพ่อเลิศ เจ้าอาวาสวัดปราโมทย์ จึงอัญเชิญพระบรมรูปเสด็จพ่อ ร.๕ อีก ๔ องค์ ๔ ลักษณะ มาประดิษฐาน ณ พลับพลาจตุรมุข เพื่อให้คนที่เดินทางมากราบไหว้ขอพรหลวงพ่อโตได้กราบไหว้เสด็จพ่อ ร.๕ ในคราวเดียวกัน ประกอบด้วย ๑.ฉลองพระองค์ในชุดจอมทัพเรือประทับพระเก้าอี้ ๒.พระบรมรูปทรงยืนฉลองพระองค์ทหารมหาดเล็กเต็มยศ ๓.ฉลองพระองค์ราชปะแตน หรือ ทรงพระภูษาโจงกระเบน และ ๔.พระบรมรูปทรงม้า
"การขอพรพระบรมรูป ร.๕ ที่วัดไม่แตกต่างจากพระบรมรูป ร.๕ ที่ประดิษฐานตามหน่วยงานต่างๆ จากการสอบถามผู้ที่เดินทางมาสักการะพบว่า ผู้ที่เดินทางมาสักการะขอให้พระองค์ท่านช่วยทุกๆ เรื่อง หรือที่เรียกว่าขอ ๑๐๘ นั่นแหละ ที่พบบ่อย เช่น ขอให้ขายที่ดินได้ ใครที่กำลังสอบก็ขอให้สอบเข้ารับราชการ ส่วนข้าราชการก็ขอให้ได้เลื่อนตำแหน่ง หรือย้ายไปหน่วยงานที่ดีขึ้น เป็นต้น" นี่คือพลังศรัทธาของพสกนิกรชาวไทยที่เดินทางมาไว้สักการบูชาและขอพรพระบรมรูป ร.๕ จากคำบอกเล่าของหลวงพ่อเลิศ
ส่วนคาถาสำหรับบูชาขอพรเสด็จพ่อ ร.๕ หลวงพ่อเลิศ บอกว่า มีมากมายหลายหลายพระคาถา เช่น พระคาถาที่กล่าวกันว่านำสุดยอดพระคาถาอื่นๆ มารวมกัน คือ “สยามเทวะนุภาเวนะ สยามะเทวะเตชะสา ทุกขะโรคะภะยา เวรา โสภา สันตุ จะปัททะวา อเนกา อันตะรายาปี วินัสสันตุ อะเสสะโต ชะยะสิทธิ ธะนัง ลาภัง โสตภิภาคะยัง สุขัง พลัง สิริ อายุ จะวัณโณ จะ โภคัง วุฑฒิจะ ยะสะวา สะตะวัสสา จะ อายุ จะ ชีวะสิทธี ภะวันต เม” และถ้าเป็นแบบสั้นๆ คือ "พระสยามมินทร์โธ วะโรอิติ พุทธะสังมิ อิติอะระหัง สหัสกายัง วะรัง พุทโธ นะโมพุทธายะ"
วัดปราโมทย์ ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านปราโมทย์ หมู่ ๒ ต.บ้านปราโมทย์ อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม พุทธศาสนิกชนสอบถามเส้นทางไปวัดได้ที่โทร.๐๘-๑๒๖๘-๘๙๐๓, ๐-๓๒๓๙-๙๓๒๒
คาถาจากหลวงพ่อเลิศ
"พิธีลอยเคราะห์ตัดกรรมรับโชค" ถือว่าเป็นพิธีโดดเด่นและเป็นหนึ่งเดียวในประเทศไทย ที่หลวงพ่อเลิศจัดขึ้นที่วัดปราโมทย์เป็นประจำทุกวัน ทั้งนี้หลวงพ่อเลิศจะใช้เวลาประมาณ ๓๐ นาที สวดเจริญพระพุทธมนต์พระปริตรโพชฌงค์ ธัมมจักกัปปวัตนสูตร รวมทั้งคาถาอื่นๆ ที่เป็นมงคลอีกหลายสิบบท ก่อนที่จะจบด้วยการตัดปลายผมของผู้ที่เข้าพิธี และให้นำไปลอยน้ำหน้าวัด
ผู้ที่เข้าพิธีส่วนมากมีคติความเชื่อว่า จะสัมฤทธิผลต่างๆ นานา เช่น ลอยโศก ลอยโรค ลอยภัย ลอยเสนียดจัญไร ลอยความยากความจนต่างๆ หายจากโรคภัยไข้เจ็บ หายจากความทุกข์ ร้อนกายร้อนใจ หายจากสิ่งที่เป็นอัปมงคลต่างๆ และจะอุดมพรั่งพร้อมไปด้วยความเป็นมงคลต่างๆ เช่น เลื่อนยศตำแหน่งหน้าที่การงาน ประกอบธุรกิจการค้า มีความเจริญรุ่งเรือง ทำอะไรก็สำเร็จสมความปรารถนาทุกประการ
หลวงพ่อเลิศ บอกว่า การตัดผมลอยเคราะห์ เป็นพิธีกรรมอย่างหนึ่งที่ช่วยให้คนสบายใจ แต่ถ้าจะให้เคราะห์หมดจากตัวจริงๆ หรือสุดยอดแห่งการสะเดาะเคราะห์ ต้องใช้สติ เป็นต้นว่า หากมีหมอดูมาทักว่า กำลังจะมีปากเสียง ระยะนั้นก็ให้หลีกเลี่ยง อย่าไปต่อว่าใคร การพูดจาในระยะนั้นก็ต้องระวังการใช้คำพูดให้ดี ในขณะที่หากมีหมอดูมาทักว่าจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ก็ต้องใส่ใจดูแลรักษาสุขภาพให้ดี ระมัดระวังในเรื่องอาหารการกิน การนอนหลับพักผ่อน การออกกำลังกาย การรักษาอารมณ์ให้ปกติ ทำจิตใจให้แจ่มใส
อย่างไรก็ตาม ทุกครั้งหลังเสร็จพิธีก็จะอธิบายพุทธคุณของคาถาให้ผู้มาร่วมพิธี ๑ บท และบทหนึ่งคนท่องกันได้ทุกคน คือ บทสวด "นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ" ซึ่งแปลว่า "ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาค อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์นั้น" โบราณาจารย์เชื่อว่า การบริกรรมคาถานี้ ๓ จบก่อนนอน และตบท้ายด้วย "นะโม ตัสสะ" อีก ๔ จบ โดยแต่ละจบให้เอามือฟันไปข้างๆ ทั้ง ๔ ทิศ มีพุทธคุณคุ้มครอง ๕ อย่าง คือ ๑.หลับลึก ๒.ผีไม่อำ ๓.สัตว์ร้ายไม่กล้าเข้ามายุ่ง ส่วนข้อ ๔.และ ๕. คือ หากมีคนเข้ามาทำร้าย และมีเพลิงไหม้จะเหมือนมีคนมาเรียกชื่อเราดังๆ เหมือนมีใครมาปลุก
"ผู้ที่เดินทางมาสักการะขอให้พระองค์ท่านช่วยทุกๆ เรื่อง หรือที่เรียกว่าขอ ๑๐๘ นั่นแหละ ที่พบบ่อย เช่น ขอให้ขายที่ดินได้ ขอให้ได้เลื่อนตำแหน่ง"
เรื่อง - ภาพ... " ไตรเทพ ไกรงู"



