
มองวิกฤติสีผ่านดอกไม้งาม
เลื่อนจัดงานมาหลายหนด้วยติดปัญหาสถานการณ์ชุมนุมกลางกรุงในที่สุดก็เคาะเลือกใช้บริเวณชั้น 12 ริมสวนแกลเลอรี่ของโรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว กรุงเทพฯ ถนนรัชดาภิเษก จัดนิทรรศการภาพวาดสีน้ำ "ดอกไม้งามกลางฟอร์จูน"
ผลงานพฤกษาสีสวยไม่อิงแอบวิกฤติสีทางการเมืองของศิลปินชั้นครูมานิตย์นิเวศน์ศิลป์ พร้อมด้วยศิลปินรับเชิญทั้งลูกศิษย์และคนกันเองอีก6 คน มี โชติศรีศิริ, บัญชา ทัศมาลี, ธนิตย์ ด้วงดำรงค์, พรพรรณ ศรีธนาบุตร, พชร ฤกษ์วรัญญู และศิริรัตน์ศรีเรือง มาเป็นแนวร่วม
สีสันของหมู่มวลดอกไม้นานาพรรณมองแล้วชวนให้รู้สึกแช่มชื่นได้รับการถ่ายทอดจากศิลปินคนแล้วคนเล่า ที่เปี่ยมด้วยแรงปรารถนาให้ความวุ่นวายที่เป็นบ่อเกิดแห่งความเครียดของคนเมืองหลวงได้ผ่อนคลาย โดยใช้พู่กันจุ่มสีน้ำแล้วตวัดกวัดแกว่งลงบนเฟรมขนาดต่างๆ ก่อเกิดเป็นดอกไม้หลากสี
"สีเสื้อต่างๆ ที่ขัดแย้งกันตอนนี้นำมารวมเป็นภาพดอกไม้สวยๆ มองดูอบอุ่น มีแต่ความสุข ไม่ขัดแย้ง เพราะดอกไม้มีความสวยงามโดยตัวเอง เราไม่ได้เน้นสีใดสีหนึ่ง แต่เน้นสื่อถึงอารมณ์ของดอกไม้ไม่ว่าจะเป็นกลีบ ใบ ก้าน หรือต้น อยากให้ทุกคนได้เห็นมุมผ่อนคลาย เพราะคนเรามาจากธรรมชาติ สักวันก็ต้องคืนสู่ธรรมชาติ" มานิตย์ เผยแรงบันดาลใจ
สังเกตผลงานที่นำมาจัดแสดงกว่า20 ภาพของมานิตย์ ทุกภาพมีจุดเด่นของการสร้างสรรค์อยู่ที่เป็นฟอร์มเปิด ปล่อยสายตาให้มองผ่านภาพแบบไร้ขอบกั้น หรือผลักภาพไกลๆ ทำให้เกิดความรู้สึกสบายตา ขณะที่บางภาพเป็นป่าเขาลำเนาไพรซับซ้อนก็เพราะเขาให้เหตุผลว่าป่าเป็นต้นกำเนิดของดอกไม้ ก่อนที่คนจะนำดอกไม้ป่ามาเพาะปลูกที่บ้าน นอกจากนี้ยังมีนกต่างๆ เป็นส่วนประกอบช่วยให้ภาพมีมิติมากยิ่งขึ้น
ด้านศิลปินรับเชิญผู้หลงรักความงามของดอกไม้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันบัญชาทัศมาลี ซึ่งนำภาพเขียนสีน้ำ2 ภาพ ชื่อ "พุทธรักษา" และ "โป๊ยเซียน" มาร่วมแสดง เล่าแรงบันดาลใจทำนองเดียวกันว่าอยากให้ดอกไม้เป็นตัวแทนของทุกสีเสื้อ โดยก่อนหน้านี้ตัวเองตั้งแต่จัดนิทรรศการเดี่ยวมาหลายครั้ง แต่แผนที่จะจัดในโรงแรมย่านราชประสงค์ หรือประตูน้ำต้องยกเลิกไป จึงนำผลงานบางส่วนมาร่วมจัดแสดง ซึ่งดอกพุทธรักษานั้นคนไทยส่วนใหญ่รู้จักและคุ้นเคยดี รวมถึงโป๊ยเซียนก็เป็นดอกไม้มงคล เชื่อว่าจะนำมาซึ่งความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต
ผลกระทบทางด้านการเมืองยังทำให้ศิลปินอิสระซึ่งเป็นลูกศิษย์ของมานิตย์ อย่าง พรพรรณศรีธนาบุตร ผู้ชื่นชอบการวาดรูปกล้วยไม้หลากชนิด ยอมรับว่าสถานการณ์บ้านเมืองที่ยังคงคุกรุ่นแม้แต่ศิลปินเองก็ต้องปรับตัว ซึ่งภาพกล้วยไม้ที่ตัวเองนำมาร่วมแสดงครั้งนี้ไม่อิงแอบสีใดทั้งนั้น มีเพียงความสดชื่น งดงามยามเมื่อชื่นชม
"รูปเอื้องครั่งสีชมพูนี้ ไปเจอของจริงที่งานแสดงกล้วยไม้แห่งหนึ่ง ก็ไปถ่ายภาพมาแล้วใช้เทคนิคการวาดพิเศษ มีการสะบัดน้ำด้วยพู่กันลงไปให้เป็นหยดน้ำ แล้วแต่ใครจะมองแล้วรู้สึกอย่างไร ใจจริงอยากให้ทุกสีมารวมกันอย่างกลมกลืนอย่างสีน้ำเมื่อหยดแล้วจะซึมเข้าหาหัน สีหนึ่งแทรกสู่อีกสีหนึ่งอย่างง่ายดาย และถึงแม้จะหยดน้ำลงไปก็ไม่แยกสีออกจากกัน จึงอยากให้คนทำตัวเหมือนสีน้ำ" พรพรรณ สะท้อนความคิดลึกซึ้ง
ศิลปินผู้รังสรรค์ดอกไม้งามบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าท่ามกลางความขัดแย้ง แน่นอนว่าจิตใจของผู้คนคงมีแต่ความว้าวุ่น จึงไม่คาดหวังเรื่องจำนวนผู้เข้าชมนิทรรศการ แต่ลึกๆ ก็ปรารถนาให้ลองแวะเวียนมาเยี่ยมเยือนสักครั้งหากมีโอกาส ซึ่งรายได้ส่วนหนึ่งจะนำเข้าสมทบมูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการ ในพระบรมราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดยนิทรรศการจะจัดให้ชื่นชมไปจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมนี้เท่านั้น



