
รู้ทันกฎหมาย-สมคบสมทบร่วมมือ
คนไทยมักร่วมด้วยช่วยกันในสถานการณ์เฉพาะ ทุกข์ภัยพิบัติต่างๆ จะกุลีกุจอร่วมมือกันดี รวมทั้งเรื่องที่ไม่ดีทั้งหลาย หากอารมณ์ร่วมเมื่อไหร่เป็นได้ร่วมมือกัน เห็นเด่นชัดในกรณีของการเชียร์กีฬาที่ว่าถึงไหนถึงกัน
เชียร์ไปใส่อารมณ์ให้ครึกครื้นตื่นเต้นมีลุ้น ถ้ามีเรื่องให้ฉุนให้ไม่พอใจเมื่อไหร่ก็ตะโกนโห่ร้องป้องปากกันไป หากมีใครสักคนในนั้นเกิดความมันได้ที่ วิ่งปรี่ลงไปชกต่อยหรือทำร้ายใครที่ไม่พอใจขึ้นมา บรรดากองเชียร์ทั้งหลายทั้งๆ ที่ไม่รู้จักกันมาแต่ไหนก็มักจะร่วมด้วยช่วยกันกรูลงไปจัดการ
อาการอย่างนี้ไม่ต้องเรียนกฎหมายก็รู้ได้ว่ามีความผิด ส่วนพวกที่มีความคิดสติยังควบคุมได้ก็อาจยืนมองจากอัฒจันทร์ลงไปโดยไม่ได้ไปสมทบจัดการ บรรดาคนเหล่านี้ก็ไม่มีความผิดอะไร
แต่ถ้าในสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป นั่งเดินยืนหรือไปมาด้วยกัน เพื่อนเกิดหมั่นไส้หรือไม่พอใจเกลียดใครสักคนก็เลยต่อยตีคนนั้นเข้าให้ แม้ว่าเราจะไม่เห็นด้วยอย่างไรก็ไม่ได้ห้ามปราม แต่ก็ไม่ได้เข้าไปซ้ำเติมอะไร ได้แต่ยืนมองดูอยู่เฉยๆ
จะเป็นการยืนคุมเชิงหรือมองด้วยความเป็นห่วงเพื่อนหรือห่วงคนที่โดนตีก็ตามที การที่ไปด้วยกันอย่างนี้มีความเสี่ยงที่จะถือได้ว่าเป็นตัวการสมคบกันกระทำความผิดด้วย ยิ่งชูธงออกโรงร้องโห่ฮาก็เข้าท่าที่กฎหมายวางเอาไว้ รับโทษไปอย่างพร้อมเพรียงกัน
การสมคบร่วมมือกันอย่างนี้ไม่สนใจว่าจะมีสัมพันธ์ด้วยกันอย่างไร เป็นเพื่อน เป็นสมุนหรือไม่ ก็ได้ความผิดไปตามๆ กันในฐานะเป็นตัวการกระทำความผิด
เรื่องพวกมากลากไปมักจะเกิดกับคนไทยเป็นประจำ จึงต้องรู้หลบเป็นปีกรู้หลีกเป็นหาง หากต้องอยู่ในสถานการณ์ทำนองนี้ อย่าคิดอ้างว่ายืนกอดอกเฉยๆ ไม่ได้เกี่ยวข้องนั้นไม่ได้ จะห้ามหรือหลบเลี่ยงไปก็ทำสักอย่าง
แต่การไปร่วมชุมนุมเพื่อเรียกร้องต้องการอะไร แล้วเกิดเหตุให้มีการทำร้ายตบตีกัน คนที่ร่วมวงในการชุมนุมก็ต้องมองบทบาทของตัวเองเข้าไว้ว่าจะรอดตัวหรือไม่ในทางกฎหมาย
ยกตัวอย่างคดีที่ร่วมกันฉุดเพื่อนสาวเพื่อเอาไปข่มขืน แต่พวกกลับแถมด้วยการลักทรัพย์เอาเงินในกระเป๋าไปด้วย อย่างนี้คนที่ร่วมฉุดมีความผิดฐานร่วมกันข่มขืนกระทำชำเรา แต่ไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์ รับไปเพียงข้อหาเดียว
ไปร่วมชุมนุมกับเขาโดยไม่เอาความรุนแรงด้วย แต่อยู่ในเหตุการณ์กับเขา เราจะแยกตัวเองออกไปอย่างไรเพื่อไม่ต้องตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าจะร่วมกระทำความผิด ก็ต้องคิดจากคำแนะนำข้างต้นให้ดี
ของพรรค์นี้มันมีรายละเอียดต้องเข้าใจ เมื่อสมัครใจที่จะเข้าไปในกลุ่มเสี่ยงต่อการกระทำความผิด ก็ต้องใช้สมองคิดให้ละเอียดรอบคอบเมื่อมีการออกอาการอย่างใดขึ้นมา ว่าจะเข้าไปเอี่ยวด้วยหรือไม่ จะร่วมแค่ไหน ให้การแสดงเจตนาหาความพอดีให้ได้ เลยเถิดไปก็ต้องเสียใจเสียหายกลายเป็นมีประวัติติดตัวไป
นอกจากจะร่วมกันกระทำความผิดในฐานะที่เป็นตัวการด้วยกันดังว่าไว้นี้แล้ว คนที่ไม่ได้ออกท่าทางไปกระทำการกับเขา แต่สั่งการหรือบัญชาการให้เขาไปทำก็มีความผิดตามกฎหมายในฐานะผู้ใช้ให้กระทำ ลามปามไปถึงผู้ที่ยุยงส่งเสริมด้วยวิธีใดๆ ก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้ใช้ไปเต็มๆ
ส่วนคนที่ด้อยน้อยฐานะลงมา ไม่มีบารมีไปบังคับบัญชาสั่งการใคร แต่ก็ได้แสดงบทบาทกับเขาด้วยการช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวก ต่อให้ช่วยด้วยหัวใจไม่ได้ไปบอกกล่าวให้เขารู้ถึงน้ำใจนั้น ก็ได้รับการเรียกขานว่า ผู้สนับสนุน ได้รับโทษไป 2 ใน 3 ของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น
อย่าคิดว่ากฎหมายไร้ความหมายในบ้านเมืองนี้ ที่ระแวงไม่ใช่ตัวกฎหมายแต่เป็นตัวผู้บังคับใช้ที่อาจไม่ได้ขยับแข้งขาตามเวลาที่เหมาะสม ด้วยเงื่อนไขบางอย่าง ส่วนเราก็เคารพกฎหมายไว้ก่อนเป็นดี



