
ทส.เปิด10พันธุ์พืช20พันธุ์สัตว์ไทยเสี่ยงคุกคาม
ตั้งเป้าอนุรักษ์ 3 ปีขานรับปีสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ สผ.เตรียมประกาศพื้นที่คุ้มครองพลับพลึงธาร ที่คลองนาคา
(12พ.ค.) นางมิ่งขวัญ วิชยารังสฤษดิ์ เลขาธิการสำนักงานนโยบายแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ( สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ปัจจุบันความหลากหลายทางชีวภาพทั่วโลก กำลังถูกคุกคาม และสูญเสียในอัตราที่สูงจนน่าวิตก โดยมีสาเหตุจากมนุษย์และปรากฎการณ์ที่เป็นภัยคุกคามต่างๆทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับชาติและระดับโลก เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิ อากาศ การทำลายหรือเปลี่ยนแปลงสภาพถิ่นที่อยู่อาศัยในธรรมชาติ
ทั้งนี้ทางองค์การสหประชาชาติ จึงกำหนด ให้ปี 2010 เป็นปีสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ โดยกระตุ้นให้ทั่วโลกเห็นความสำคัญ และหยุดยั้งการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพอย่างมีนัยสำคัญให้ได้ภายในปีนี้ เพราะถือเป็นแหล่งผลิตอาหาร เชื้อเพลิง ยารักษาโรคที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ สำหรับประเทศไทย ได้ร่วมขานรับกิจกรรมดังกล่าวภายใต้แผนอนุรักษ์ 20 พันธุ์สัตว์ 10 พันธุ์พืชของไทยที่อยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการถูกคุกคาม เพื่อเตรียมทำแผนอนุรักษ์ฟื้นฟูเอาไว้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งพืชและสัตว์ ให้ได้ภายใน 3 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2553-55 )
เลขาธิการสผ. กล่าวว่า สำหรับ 20 พันธุ์สัตว์ 10 พันธุ์พืช ของไทยนั้น ทางสผ. ได้คัดเลือก ประกอบด้วย สัตว์ 20 ชนิด ได้แก่ นกกระเรียน นกแต้วแร้วท้องดำ นกเงือก นกกระสาคอดำ ไก่ฟ้าพญาลอ ไก่พันธุ์เหลืองหางขาว เสือโคร่ง ช้างเอเชีย พะยูน ละมั่ง โลมาอิรวดี เต่าทะเล ตะพาบม่านลาย หอยมือเสือ ปูเจ้าพ่อหลวง ปูราชินี กระท่าง ปลากะโห้ สมเสร็จ และผีเสื้อถุงทอง ส่วน 10 พันธุ์พืช ได้แก่ ชายผ้าสีดา ฟ้ามุ่ยน้อย กุหลาบพันปี ค้อเชียงดาว พลับพลึงธาร กันภัยมหิดล เพชรหึง เหลืองจันทบูร รองเท้านารี จันทร์ผา จันกระพ้อ รักใหญ่ และหม้อ ข้าวหม้อแกงลิง
ทั้งนี้เตรียมจะเปิดตัวโครงการดังกล่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ในวันที่ 22 พ.ค.นี้ ที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ซึ่งถือเป็นศูนย์การเรียนรู้ปีสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพแห่งแรกของไทย รวมทั้งเตรียมนำ เสนอผลการดำเนินงาน และแนวทางต่างๆของไทยในการประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ช่วงเดือนต.ค.นี้ประเทศญี่ปุ่นด้วย
เมื่อถามว่าพลับพลึงธาร ที่คลองนาคา จ.ระนอง ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์จากโครงการขุดลอกคูลอง จะส่งผลให้การอนุรักษ์ยากขึ้นหรือไม่ นางมิ่งขวัญ กล่าวว่า ขณะนี้ทุกฝ่ายกำลังหารือกันว่าจะหาแนวทางอนุรักษ์พืชชนิดนี้อย่างไร ซึ่งล่าสุดทางสผ. เตรียมประกาศพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมบริเวณแหล่งพลับพลึงธาร คาดว่าอย่างช้าภายในเดือนมิ.ย.นี้ เนื่องจากเป็นพืชน้ำหายากของโลก จะออกดอกในช่วงเดือนต.ค. - พ.ย.ของทุกปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพลับพลึงธารนั้น สำรวจพบ ในคลอง 11 สายในอ.ตะกั่วป่า คุระบุรี จ.พังงา และ อ.สุขสำราญ และกะเปอร์ จ.ระนอง โดยองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ หรือไอยูซีเอ็น พบว่า คลองนาคา เป็นคลองที่พบพลับพลึงธารมากที่สุด ตามความยาวคลอง 17 กิโลเมตร พบพลับพลึงธารอยู่ถึง 3 , 500 เมตร ครอบคลุมพื้นที่ขนาด 8 , 825 ตารางเมตร หรือ 5.52 ไร่ คลองที่พบพลับพลึงธารมากเป็นอันดับรองลงมา คือ คลองบางปง ตามความยาวคลอง 10.5 กิโลเมตรพบเห็นพลับพลึงธารขึ้นตลอด 6 , 000 เมตร ครอบคลุมพื้นที่ 3 , 754 ตร . ม . หรือ 2.35 ไร่ ส่วนคลองอื่น ๆ มีการพบเห็นพลับพลึงธารขึ้นอยู่ตามธรรมชาติอย่างประปราย และพบว่าที่ คลองตำหนัง เป็นคลองที่พบพลับพลึงธารน้อยที่สุด ตามความยาวคลอง 4 กิโลเมตร พบพลับพลึงธารในระยะ 400 เมตร ครอบคลุมพื้นที่เพียง 10 ตร . ม . เท่านั้น



