ไลฟ์สไตล์

เปิดเพลงได้ แต่ต้องจ่ายเงิน

เปิดเพลงได้ แต่ต้องจ่ายเงิน

13 พ.ค. 2553

ผมเปิดร้านอาหารแบบเปิดโล่ง ย่านทาวน์อินทาวน์ ได้ไม่ถึงอาทิตย์ ลูกค้ายังไม่มาก มีคนมาแอบอ้างว่าเป็นตัวแทนเก็บค่าลิขสิทธิ์ของบริษัทอาร์เอส มาเรียกเก็บค่าลิขสิทธิ์เพลง โดยพาชายฉกรรจ์มาด้วย 3-4 คน ดูน่ากลัว

 ชายในกลุ่มห้อยบัตรอาร์เอส แสดงตัวว่ามาจับลิขสิทธิ์ และแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สน.วังทองหลาง เรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งนำบันทึกประจำวันมาให้ดู ผมถามหาบัตรประจำตัวชายคนนั้นก็ยื่นบัตรประจำตัวแผ่นใหญ่ๆ เหมือนใบขับขี่ในรถแท็กซี่ให้ดู ระบุชื่อว่า "นายคม"
 บัตรจริงหรือปลอมผมไม่รู้หรอกครับ แต่เขียนไว้ชัดว่า เป็นตัวแทนรับมอบอำนาจของอาร์เอส ผมบอกว่า ถ้าจะจับก็นำตำรวจมาจับ นายคมชี้ไปที่ชายในกลุ่ม บอกว่าคนนี้เป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ ผมจึงขอดูบัตรตำรวจ เขาก็อ้ำอึ้ง ทำท่าจะควักแต่ไม่ควัก เลยไม่รู้ว่าตำรวจจริงหรือปลอม
 นายคมให้ผมจ่ายค่าลิขสิทธิ์เพลง 5,000 บาท แต่ไม่ได้เจรจากันต่อหน้าตำรวจ ไปคุยกันเองที่บริเวณที่จอดรถ ผมถามว่า จะให้ซื้อลิขสิทธิ์มีใบมอบอำนาจมาหรือไม่ เขาบอกว่ามี แต่ไม่ให้ผมดู ผมยืนยันขอไปคุยกันต่อหน้าตำรวจ แต่ก็ไม่มีใครยอมไป ผมไม่อยากมีปัญหาไม่ชอบวุ่นวาย ก็เลยยอมจ่ายไป 5,000 บาท ได้ใบเสร็จรับเงินแบบชั่วคราวมา ดูท่าทางไม่น่าไว้วางใจ และถ้ายอมจ่ายในครั้งแรก ก็จะมีคนจำพวกนี้เข้ามาก่อกวนอีก
 ผมอยากรู้ว่า "นายคม" เป็นคนของอาร์เอสจริงหรือไม่ ถ้าจริง...ทำไมต้องพากลุ่มชายฉกรรจ์มาด้วย แถมอ้างว่า เป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ ตกลงจะมาจับลิขสิทธิ์ หรือจะมาขู่กรรโชกทรัพย์กันแน่
เบิร์ด
ตอบ
 นายอภิรักษ์ จรสาย ผู้จัดการบริหารงานคดี บริษัท จัดเก็บลิขสิทธิ์ไทย จำกัด (เครืออาร์เอส) ชี้แจงว่า กรณีที่นำเพลงที่มีลิขสิทธิ์ หรือมีเจ้าของไปเผยแพร่ในที่สาธารณะ ผู้ใช้ต้องขออนุญาตเจ้าของสิทธิ์ ร้านอาหารต้องขออนุญาต เพราะเปิดเพลงในที่สาธารณะเพื่อประกอบการค้าในเชิงพาณิชย์ ไม่ได้เปิดเพลงฟังส่วนตัว
 ค่าลิขสิทธิ์ที่เรียกเก็บ 5,000 บาทนั้น เป็นการเรียกเก็บรายปี ประเภทเสียงตามสาย แต่ถ้าเป็นจากคอมพิวเตอร์โดยนำเพลงลงเครื่องไว้ ถือว่าเป็นการทำซ้ำและเผยแพร่ ค่าลิขสิทธิ์รายปีประมาณ 1 หมื่นกว่าบาท เพราะฉะนั้น หากผู้ประกอบการมีเจตนาสุจริตก็จะต้องศึกษาและขอลิขสิทธิ์ให้ถูกต้อง ไม่เฉพาะแต่ค่ายอาร์เอสเท่านั้น ค่ายอื่นๆ ก็ต้องทำให้ถูกต้องเช่นกัน
 สำหรับเจ้าหน้าที่ชื่อ "นายคม" เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปราบปราม ได้รับมอบอำนาจตรวจสอบลิขสิทธิ์จากอาร์เอสอย่างถูกต้อง
 นายคม ชี้แจงว่า ในวันนั้น ได้แสดงบัตรประจำตัวที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมทรัพย์สินทางปัญญาให้เจ้าของร้านดูแล้ว โดยมีรายละเอียดในบัตรแจ้งสังกัดถูกต้อง พร้อมทั้งตำรวจนอกเครื่องแบบก็ได้แสดงบัตรประจำตัวตำรวจให้ดูด้วย อีกทั้งชายฉกรรจ์ที่ติดตาม ก็เป็นเพียงทีมงานของนายคม ไม่ได้ข่มขู่
 ตามหลักเกณฑ์การไปจับลิขสิทธิ์ เจ้าหน้าที่ผู้ได้มอบอำนาจต้องแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ที่จะเข้าจับลิขสิทธิ์ ซึ่งจะมีตำรวจติดตามไปด้วยทุกครั้ง ไม่ว่าจะอยู่ในเครื่องแบบหรือไม่ ก็จะแสดงตัวให้ถูกต้อง
 ส่วนใบเสร็จที่ได้รับ เป็นใบเสร็จชั่วคราว ขณะนี้ได้นำเข้าระบบ และออกสติกเกอร์ขอลิขสิทธิ์ให้เรียบร้อยแล้ว รอจัดส่งให้เจ้าของร้าน กรณีถ้าหมดอายุก็จะมีจดหมายแจ้งเตือนให้จ่ายค่าลิขสิทธิ์ทุกปี
ลุงแจ่ม