ไลฟ์สไตล์

ยางไทยไปทั่วโลก

ยางไทยไปทั่วโลก

12 พ.ค. 2553

ปัจจุบันประเทศไทยผลิตยางพาราเป็นอันดับหนึ่งของโลก มีพื้นที่ปลูกทั้งสิ้นกว่า 17 ล้านไร่ กรีดเอาน้ำยางได้แล้วกว่า 11 ล้านไร่ มีผลผลิตกว่า 3,000 ล้านตัน ส่วนใหญ่เราจะส่งออกปีละราว 1.2 ล้านตัน

  ตอนนี้หลายฝ่ายเริ่มเป็นห่วงสถานการณ์ของยางพาราไทยในอนาคต เพราะหลายประเทศต่างส่งเสริมการปลูกยางพารากันยกใหญ่ ทั้งในจีนเอง ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม กัมพูชา ลาว และพม่า ส่วนมาเลเซีย และอินโดนีเซียนั้น ปลูกมาช้านานพอๆ หรือก่อนประเทศไทยอีก

 ที่เป็นห่วงนั้นหลายเรื่องครับ ทั้งในเรื่องของราคา เมื่อหลายประเทศต่างแข่งขันการผลิตจะส่งผลราคาตกต่ำได้ในอนาคต เป็นห่วงความเป็นแชมป์ของการส่งออก เพราะหากดูความก้าวหน้าในการพัฒนาสายพันธุ์ยางแล้ว บอกได้เลยเราล้าหลังมาก และยังเป็นห่วงในด้านคุณภาพ

 มาเลเซียนั้นมีการขยายพันธุ์ยางพาราไปไกลแล้ว มีผลผลิตไร่ละกว่า 400 กิโลกรัมต่อปี ของเราพันธุ์ที่ปลูกมากที่สุดคือ อาร์อาร์ไอเอ็ม 600 มีผลผลิตเพียงไร่ละ 260 กิโลกรัมต่อปีเท่านั้น เช่นเดียวกับจีนมีการพัฒนาพันธุ์ยางเร็วมากและนำพันธุ์ยางพาราดีๆ ไปปลูกในประเทศลาว ตลอดแนวเส้นทางตั้งแต่ห้วยทรายเขตติดต่อกับไทยยันไปถึงบ่อเตน เขตสัมปทานของจีนใกล้ชายแดนจีน

  และที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด คือ คู่ค้าของเราหลายประเทศครับ ที่นำยางพาราของไทยเราไปแปรรูปในอุตสาหกรรมยาง แต่ไม่ทราบว่าเป็นยางที่มาจากประเทศไทย อย่างจีนที่นำเข้าจากประเทศไทย ส่วนใหญ่เขาเข้าใจว่าเป็นยางของมาเลเซียที่เขาซื้อจากประเทศสิงคโปร์ ก็เพราะว่าเราขาดการประชาสัมพันธ์ในเรื่องของพาราไทยให้ชาวโลกทราบ

 เมื่อ 2 เดือนก่อน มีการคุยกันเล่นๆ โดยไม่นัดหมายถึงชื่อเสียงของยางพาราไทยกับ กำนันเพิก เลิศวังพง  ประธานชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย คุยไปคุยมาได้เรื่องครับ วิญญาณของเกษตรกรกำเริบ เลยคิดเล่นๆ ว่า เราน่าจะจัดกิจกรรมให้ชาวโลกรู้จักยางพาราไทย

 ในที่สุดเมื่อเดือนที่แล้ว มีการนัดหารือกันค่อนข้างเอาจริงเอาจัง ระหว่างตัวแทนชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทยกับสมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย ในที่สุดตกลงในหลักการเบื้องต้นว่า ปีนี้เราควรจัดกิจกรรมให้ชาวโลกรู้จักยางพาราไทย โดยจะจัดโครงการ “ยางไทย ไปทั่วโลก”

 รูปแบบคร่าวก็คือ เราจะมีการจัดกิจกรรมในลักษณะของขบวนแรลรี่รณรงค์ให้ชาวโลกรู้จักยางพาราด้วยรถยนต์ เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์ 7 แผ่นดิน โดยเริ่มขบวนจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปยังขั้วโลกเหนือ เริ่มจากประเทศไทยสู่ลาว ผ่านจีน เข้าทิเบต คาซัคสถาน รัสเซีย ฟินแลนด์ สวีเดน และสิ้นสุดแผ่นดินที่ “แหลมเหนือ”ประเทศนอร์เวย์ ก่อนจะนำรถยนต์ที่ใช้ยางไทยเป็นส่วนผสมของล้อ ขึ้นเครื่องบินที่เมือง “เฮซิงกิ” ประเทศฟินแลนด์ไปเมือง “มูรมังค์” (ฟินแลนด์)

 ทั้งนี้เพื่อนำรถยนต์ขึ้นเรือที่เมืองนี้ไปยังขั้วโลกเหนือ (นอร์ท โพล) และขับรถยนต์บนทะเลน้ำแข็งใน “ขั้วโลกเหนือ” รวมระยะทางจากไทยไปขั้วโลกเหนือกว่า 2 หมื่นกิโลเมตร เป็นระยะทางบนแผ่นดินกว่า 1.4 หมื่นกิโลเมตร ตลอดทางเราจะมีกิจกรรมที่ให้ประเทศนั้นรู้จักยางไทยนั่นเอง

 นี่เป็นหลักการคร่าวๆ ที่ต้องมีการหารืออีกหลายรอบครับ

"ดลมนัส  กาเจ"