
พิธีบวชสามเณรภาคฤดูร้อน โครงการ 'หนึ่งบวกหนึ่งได้สาม'
พระอาจารย์สาคร ธัมมาวุโธ เจ้าอาวาสวัดเวฬุวัน ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี
และประธานสงฆ์วัดป่ามณีกาญจน์ ต.ศาลากลาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี กล่าวว่า ในปัจจุบัน เยาวชนที่อยู่ในวัยการศึกษามีปัญหาหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางด้านครอบครัว และจิตใจ การใช้เวลาว่างไม่เป็นประโยชน์ ทางวัดป่ามณีกาญจน์จึงจัดให้มีการบรรพชาสามเณรภายใต้โครงการ "หนึ่งบวกหนึ่งได้สาม" ขึ้น เพื่อรับบุตรหลานของศรัทธาญาติโยมทั้งหลายให้เข้ามาฝึกอบรม ประพฤติปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ เจริญภาวนา ปลูกจิตสำนึก ความรับผิดชอบ และพัฒนาการทางด้านจิตใจในช่วงปิดภาคการศึกษาฤดูร้อนนี้
ขณะเดียวกัน ที่วัดป่ามณีกาญจน์ในทุกวันนี้ มีผู้เข้าร่วมประพฤติปฏิบัติธรรมจำนวนมาก ทำให้สถานที่พักสำหรับเยาวชน และผู้ที่เข้าร่วมประพฤติปฏิบัติธรรม ไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ที่มาเข้ารับการฝึกอบรม คณะศิษย์จึงร่วมกันทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อขยายพื้นที่และจัดสร้างที่พักสำหรับผู้เข้ามาประพฤติปฏิบัติธรรมเพิ่มเติม ณ โอกาสนี้ด้วย
ในโอกาสนี้ นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีโครงการบรรพชาสามเณรหมู่ภาคฤดูร้อน และร่วมพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีด้วย
กำหนดพิธีการ วันศุกร์ที่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๙.๐๐ น. พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ ฉลองพิธีบรรพชาอุปสมบท เวลา ๒๐.๐๐ น .ท่านเจ้าคุณเจริญ ราหุโล วัดป่าพระธาตุเขาน้อย อ.บ้านคา จ.ราชบุรี แสดงพระธรรมเทศนา
วันเสาร์ที่ ๒๑ มีนาคม เวลา ๐๗.๐๐น. พระภิกษุสงฆ์ออกรับบิณฑบาตรอบบริเวณศาลา เวลา ๐๘.๐๐ น. ร่วมกันถวายภัตตาหาร เวลา ๑๐.๐๐ น. ประธานในพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ตัวแทนผู้เข้าร่วมโครงการบรรพชาสามเณรกล่าวรายงาน จากนั้นประธานในพิธีกล่าวโอวาทแก่ผู้เข้าร่วมบรรพชาสามเณร และมอบสมณะบริขาร
เวลา ๑๑.๐๐ น.ร่วมพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี โครงการขยายที่ดินสร้างที่พักผู้ปฏิบัติธรรม
เวลา ๑๓.๐๐ น. พิธีบรรพชาสามเณรโครงการ "หนึ่งบวกหนึ่งได้สาม"
วันอาทิตย์ที่ ๒๒ มีนาคม เวลา ๐๗.๐๐ น. พระภิกษุสงฆ์และสามเณรออกรับบิณฑบาต รอบบริเวณศาลา จากนั้นร่วมกันถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์และสามเณร เป็นเสร็จพิธีการ
ผู้ศรัทธาสนใจติดต่อสอบถามร่วมงานบุญนี้ได้ที่วัดป่ามณีกาญจน์ ๖๗/๓ หมู่ ๓ ต.ศาลากลาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี โทร.๐-๒๔๔๙-๒๒๓๔ โทรสาร ๐-๒๔๔๙-๒๐๙๖ หรือร่วมปัจจัยทำบุญผ่าน ธนาคารกสิกรไทย สาขาย่อยบางใหญ่ไนท์บาซ่าร์ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ ๗๗๖-๒-๐๓๓๐๐-๘ ชื่อบัญชี "วัดป่ามณีกาญจน์"
ความเป็นมาของ "วัดป่ามณีกาญจน์" สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเดือนธันวาคม ๒๕๔๕ คราวเตรียมงานฉลองเจดีย์พิพิธภัณฑ์หลวงปู่เสาร์ กนตฺสีโล ณ วัดดอนธาตุ ต.ดอนธาตุ อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี พระอาจารย์สาครได้รับมอบหมายจากคณะทำงานให้รับหน้าที่ติดต่อประสานงาน ทั้งระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และพระเถรานุเถระที่เมตตารับนิมนต์ร่วมพิธีในคราวนั้น
ในการนี้ พระอาจารย์สาครต้องเดินทางระหว่าง จ.กาญจนบุรี (วัดที่ท่านจำพรรษาอยู่) กับ จ.อุบลราชธานี บ่อยครั้ง อีกทั้งยังต้องติดต่อประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่มีที่ทำการอยู่ในกรุงเทพฯ ท่านจึงต้องพักแรมในกรุงเทพฯ บ่อยครั้ง
ด้วยความจำเป็นที่ต้องพักแรมในกรุงเทพฯ นี้เอง ท่านจึงพิจารณาเห็นว่า สถานที่พักที่เหมาะสำหรับภิกษุสามเณรสังกัดธรรมยุตในกรุงเทพฯ นั้น มีไม่เพียงพอกับจำนวนภิกษุสามเณรที่มีความจำเป็นต้องพักแรม รวมถึงเมื่อเวลาอาพาธ ต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล หรือมีกิจนิมนต์ สถานที่พักส่วนใหญ่ไม่สะดวกในการรักษาข้อวัตรปฏิบัติให้สมบูรณ์ ท่านจึงปรารภเรื่องนี้ในหมู่ศิษย์ของท่านว่า น่าจะมีการจัดสร้างวัดขึ้นในชานเมืองกรุงเทพฯ เพื่อประโยชน์ดังกล่าว
ขณะเดียวกัน ได้มีศิษยานุศิษย์ของพระอาจารย์สาครท่านหนึ่ง ทราบความประสงค์อันกอปรด้วยกุศลเจตนา จึงนำความไปปรึกษากับกลุ่มญาติ ซึ่งมีที่ดินอยู่ ต.ศาลากลาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี จำนวน ๙ ไร่เศษ กลุ่มญาติทั้งหมดอันได้แก่ ม.ร.ว.วรรณี มณีกาญจน์ นายสันติ มณีกาญจน์ (อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเลย และหนองคาย) น.ส.ชูพักตร์ มณีกาญจน์ นางบุญล้อม มณีกาญจน์ และลูกๆ ของนายประสิทธิ์ มณีกาญจน์ ต่างมีความเห็นตรงกันว่า สมควรถวายที่ดินผืนดังกล่าวเพื่อสร้างวัดในสังกัดธรรมยุตขึ้น อันจะได้ใช้ประโยชน์ทางการประกอบศาสนกิจในบวรพระพุทธศาสนาต่อไป
โดยพระอาจารย์สาครได้ตั้งชื่อวัดนี้ เพื่อเป็นที่ระลึกแก่กุศลธรรมของญาติโยมที่มีจิตศรัทธาถวายที่ดินว่า “วัดป่ามณีกาญจน์” โดยดำเนินการก่อสร้างเมื่อวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๖ เป็นต้นมา
ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๔๘ คุณประมิตร วังพัฒนมงคล และคณะศิษย์ เป็นผู้มีจิตศรัทธาซื้อที่ดินถวายเพิ่มอีกจำนวน ๑๐ ไร่ ๒ งาน ๒๕ ตารางวา ทำให้วัดป่ามณีกาญจน์มีพื้นที่รวม ๒๐ ไร่ ๖๖ ตารางวา
พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบลุ่ม ภายในบริเวณวัดปลูกต้นไม้ ทั้งไม้ดอกและไม้ยืนต้น ตลอดจนผลไม้ เพื่อความร่มรื่นภายในวัด และเพื่อให้เหมาะแก่การปฏิบัติภาวนา ด้านหน้ามีสระน้ำใหญ่และบ่อน้ำ ซึ่งอยู่บริเวณด้านหลังศาลา
สิ่งก่อสร้างที่สำคัญประกอบด้วย ศาลาอเนกประสงค์ ๓ ชั้น ขนาดกว้าง ๑๔ เมตร ยาว ๑๖ เมตร โรงครัวและเรือนพักของผู้ปฏิบัติธรรม ๒ ชั้น ขนาดกว้าง ๘ เมตร ยาว ๒๑ เมตร ศาลาปฏิบัติธรรมริมสระน้ำ ขนาดกว้าง ๖ เมตร ยาว ๒๔ เมตร มีกุฏิพระ ๘ หลัง และกุฏิรับรองพระเถระ ๒ ชั้น ขนาดกว้าง ๘ เมตร ยาว ๑๘ เมตร ๑ หลัง
สิ่งก่อสร้างต่างๆ ภายในวัดล้วนมุ่งเน้นให้มีรูปแบบที่เรียบง่าย และประโยชน์ใช้สอยเป็นสำคัญ ปัจจุบันมี พระอาจารย์อำนวย จิตตฺสํวโร เป็นเจ้าอาวาส



