
ภัยช่องปากน่ากลัวกว่าที่คิด
กระแสรักสุขภาพยังแรงดีไม่มีตก แล้วเป็นเรื่องน่าชื่นใจที่สมุนไพรไทยของดีเพื่อสุขภาพยังโด่งดังไปทั่วโลก โดยเฉพาะการนำมาสกัดเป็นผลิตภัณฑ์ช่วยดูแลสุขภาพปากและฟัน ล่าสุด ยาสีฟันดอกบัวคู่ จัดงานเปิดตัวยาสีฟัน ดอกบัวคู่ Anti Bac Herbs พร้อมยืนยันถึงคุณสมบัติข
ในฐานะที่คลุกวงในเกี่ยวกับยาสีฟันสมุนไพรไทยมานาน บอสใหญ่แห่งดอกบัวคู่ บัณฑิต ลีเลิศพันธ์ เปิดเผยว่า ไม่เพียงแต่เฉพาะประเทศไทยที่นำภูมิปัญญาด้านสมุนไพรมาใช้เพื่อสุขภาพ แต่ในต่างประเทศก็มีการใช้สมุนไพรสำหรับสุขภาพของช่องปากเช่นกัน โดยเฉพาะ ข่อย แก้ว พญายอ ซึ่งมีคุณสมบัติในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและลดอาการอักเสบ อันเป็นสาเหตุของโรคในช่องปาก
เริ่มจาก "ข่อย" หรือ Tooth brush tree คนโบราณเรียกว่า “แก่นไม้แก้แมงกินฟัน” โดยจะใช้กิ่งข่อยมาทุบและใช้แทนแปรงสีฟัน ทำให้ฟันแข็งแรง ป้องกันฟันผุ แก้เหงือกบวม นอกจากนี้ในต่างประเทศ เช่น บังกลาเทศ อินเดีย ก็ใช้ข่อยในการรักษาแผล โดยเลือกใช้ยางจากต้นข่อยในการฆ่าเชื้อ ส่วน "แก้ว" เป็นสมุนไพรช่วยลดอาการปวดฟัน นำมาต้มอมแก้ปวดฟันได้ และพบว่าในประเทศจีนและมาเลเซีย ก็มีการใช้น้ำต้มอมแก้ปวดฟันได้ และสำหรับ "พญายอ" เป็นสมุนไพรที่คนโบราณใช้สำหรับรักษาอาการอักเสบ แผลอักเสบได้ชะงัด
ด้าน ศ.ทพญ.ละอองทอง วัชราภัย ทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพอนามัยภายในช่องปาก จาก ม.รังสิต กล่าวว่า โรคซึ่งเป็นปัญหาใหญ่และพบมากในช่องปาก คือ "โรคฟันผุ" และ "โรคเหงือกอักเสบ" ซึ่งมีสาเหตุจากคราบจุลินทรีย์ โดยในคราบจุลินทรีย์จะประกอบด้วยแบคทีเรียจำนวนมาก เมื่อเรารับประทานอาหารจำพวกแป้งเข้าไป แล้วทำความสะอาดไม่ดีบริเวณซอกฟัน และร่องฟัน แบคทีเรียจะย่อยสลายแป้งและน้ำตาลเกิดเป็นกรด ซึ่งจะกัดกร่อนเคลือบฟันและเนื้อฟัน ส่งผลให้ฟันเป็นโพรง หรือเรียกว่า ฟันผุ
นอกจากนี้ในคราบจุลินทรีย์ที่ติดอยู่ระหว่างร่องเหงือกและฟันถ้ามีการสะสมของอนินทรีย์สาร เช่น แคลเซียม และฟอสฟอรัสจากน้ำลาย เกิดเป็นคราบจุลินทรีย์ที่แข็ง เรียกว่าหินปูน ถ้าหากไม่ไปพบทันตแพทย์เพื่อรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ คราบหินปูนนี้จะก่อให้เกิดโรคเหงือกอักเสบและโรคภายในช่องปากชนิดอื่นๆ ได้
“การลดหรือป้องกันโรคในช่องปากสามารถทำได้ โดยการแปรงฟันอย่างสม่ำเสมอ และถูกวิธีหรืออาจร่วมกับการเลือกใช้ยาสีฟันที่มีคุณสมบัติ Anti bacteria ยาสีฟันที่มีพืชสมุนไพรในส่วนผสม ก็เป็นทางเลือกหนึ่งแทนการใช้สารเคมี อย่างไรก็ตาม การพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสอบสุขภาพช่องปากทุกๆ 6 เดือน หรืออย่างน้อยปีละครั้งก็เป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติ” ทันตแพทย์หญิงกล่าวทิ้งท้าย