ไลฟ์สไตล์

ความในใจของหมอจุฬาฯ (2)

ความในใจของหมอจุฬาฯ (2)

11 พ.ค. 2553

คืนวันจันทร์ที่ 26 เมษายน กลุ่มผู้ชุมนุมก็บุกไปที่ตึก สก เพื่อจะจับหมอตุลย์ โดยไม่เกรงกลัวใคร คืนวันอังคารที่ 27 เมษายน ก็สงสัยว่า มีตำรวจซ่อนอยู่ เลยบุกเข้าที่ห้องฉุกเฉิน น่ากลัวมากๆ ดูหน้าตาแต่ละคนที่มาก็แล้วกัน โรงพยาบาลต้องสั่งหยุดบริการผู้ป่วยนอ

 สุดท้ายวันพุธที่ 28 เมษายน ต้องย้ายผู้ป่วยจากตึก ภปร ตึก สก และตึกวชิรญาณ (ที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราช) เพื่อหลีกหนีเสียงรบกวน โดยย้ายไปที่ตึกด้านถนนอังรีดูนังต์ ลองนึกภาพ ผู้ป่วยที่ใส่ท่อหายใจ อยู่ห้องไอซียู ผู้ป่วยที่เพิ่งผ่าตัด ทารกที่หายใจหอบเหนื่อย ย้ายกันอย่างทุลักทุเล
 คืนวันพฤหัสบดีที่ 29 เมษายน แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมที่เป็นถึงอดีต ส.ส. (ต้องติดป้ายชื่อ-นามสกุลไว้หน้าโรงพยาบาล) พาชายฉกรรณ์ผู้ชุมนุม พร้อมผู้สื่อข่าว เข้าไปในโรงพยาบาล เพื่อขอตรวจค้นโดยไม่มีอำนาจที่จะบุกรุกยามวิกาล
 ผมไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่รับรู้ว่าพวกเขาบังคับให้ผู้บริหารยอมให้ตรวจค้น พวกเขาแสดงกิริยาดุดัน เกรี้ยวกราดแบบไม่เกรงใจใคร พวกเขาสัญญาว่า จะเข้าไปตรวจค้นเพียงไม่กี่คน แต่บุกเข้าเป็นร้อยคน จะขอตรวจแค่ตึก สก และตึก ภปร (ตึกที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง) แต่กลับเข้าไปตรวจทั่วโรงพยาบาล เพราะตรวจทั้ง 2 ตึกไม่พบทหาร ตำรวจ สุดท้ายยังข่มขู่ว่า จะกลับเข้ามาอีก
 วันนั้น โรงพยาบาลจุฬาฯ เป็นห่วงความปลอดภัยของผู้ป่วย ญาติ นิสิตแพทย์ พยาบาล แพทย์ และบุคลากร ผู้บริหารต้องสั่งปิดโรงพยาบาลจุฬาฯ ผู้ป่วยที่พอกลับบ้านได้ ให้กลับบ้าน ผู้ป่วยที่ยังต้องรักษาในโรงพยาบาลก็ต้องติดต่อ และย้ายไปที่โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลราชวิถี และโรงพยาบาลอื่นๆ ที่รับได้ ยกเว้นผู้ป่วยหนักที่ต้องอยู่ในห้องไอซียู และย้ายไม่ได้ ก็ยังให้อยู่
 เท่ากับสั่งปิดโรงพยาบาลจุฬาฯ ไปโดยปริยาย
 โดยสามัญสำนึก แม้แต่ตอนสงคราม นักรบที่จะเข่นฆ่ากันก็ยังยกเว้นส่วนการพยาบาล แต่นี่...ไม่ฟัง ไม่สนใดๆ ทั้งสิ้น
 ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ คุ้มครองโรงพยาบาลจุฬาฯ ด้วยเถิด
รศ.นพ.ประเสริฐ ตรีวิจิตรศิลป์
แพทย์ประจำโรงพยาบาลจุฬาฯ
และผู้ช่วยอธิการบดี จุฬาฯ