ไลฟ์สไตล์

ลดความเสี่ยงจาก "เบาหวาน"

ลดความเสี่ยงจาก "เบาหวาน"

11 พ.ค. 2553

การตรวจหาระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือด เมื่ออดอาหารไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมง พบว่า มีน้ำตาล 126 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ หรือมากกว่า หรือตรวจเมื่อเวลาใดก็ตาม พบว่าระดับน้ำตาลอยู่ที่ 200 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ หรือมากกว่า วินิจฉัยได้เลยว่า ผู้นั้นเป็น "เบาหวาน"

  โรคแทรกซ้อนที่รุนแรงของผู้ป่วยเบาหวาน ได้แก่ โรคตา โรคไต โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดขาและเท้า โรคเส้นประสาท อาการเท้าชา ไม่รู้สึกร้อน-เย็น อาการปวดแสบปวดร้อน โรคข้อเท้า แผลที่เท้า เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ เวียนศีรษะ มึนงงศีรษะเมื่อลุกจากที่นอน โรคหลอดเลือดพบในผู้ป่วยเบาหวาน 2-4 เท่า เป็นความเสี่ยงที่อันตรายมาก
 ปัจจัยเสี่ยงของผู้ป่วยเบาหวาน
 1.ระดับน้ำตาลสูงในเลือด
 2.สูบบุหรี่
 3.โรคอ้วน
 4.ไม่ค่อยได้ออกแรง
 5.ความดันโลหิตสูง
 6.ระดับไขมันในเลือดสูง เช่น คอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์
 7.ชายอายุ 45 ปีขึ้นไป มีโอกาเสี่ยงเป็นเบาหวานสูง
 8.อายุสูงมากขึ้น
 9.ประวัติครอบครัวเป็นเบาหวาน
 10.ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์มาก
 11.สตรีวัยหมดประจำเดือน
 12.ภาวะดื้อต่ออินซูลิน เป็นภาวะที่เกิดขึ้นเมื่ออินซูลินที่ร่างกายสร้างขึ้น ออกฤทธิ์ทำงานไม่เหมาะสม
 13.กล้ามเนื้อหัวใจซีกซ้ายโต 
 การควบคุมป้องกัน และลดความเสี่ยงเป็นเบาหวาน
 1.งดสูบบุหรี่
 2.ลดความอ้วน
 3.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
 4.ลดความดันโลหิตสูง (ตรวจทุกครั้งที่ไปรักษา)
 5.แก้ไขเรื่องไขมันในเลือดสูง หรือผิดปกติ ให้กลับคืนสู่สภาวะปกติ (ตรวจอย่างน้อยปีละครั้ง)
 6.ควบคุมระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดให้อยู่ในระดับดี
 7.งดหรือลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ และของมึนเมา
 8.รักษาภาวะที่ดื้อต่ออินซูลิน
 9.รับประทานยาให้สม่ำเสมอ ตามคำสั่งของแพทย์ผู้รักษา 
 การปฏิบัติตัวเมื่อยังไม่เป็นเบาหวาน 
 1.ออกกำลังกายให้มากขึ้น เดินให้มากขึ้น ไม่อาศัยพาหนะ
 2.ระวังเรื่องอาหารจานด่วน เพราะมีไขมันสูง 
 3.รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในระดับปกติ ไม่อ้วน หรือไม่ผอม จนเกินไป
 การปฏิบัติตัวเมื่อเป็นเบาหวานแล้ว
 1.ลดน้ำหนักตัวที่มากเกินไป
 2.ละเว้นการสูบบุหรี่ 
 3.รับประทานอาหารสุขภาพให้ได้สมดุลกันทุกมื้อ
 4.ลดอาหารที่มีไขมันสูง ลดอาหารเค็ม ลดขนมหวาน ผลไม้หวาน รับประทานอาหารที่มีใยอาหารมากๆ ผักชนิดต่างๆ 
 5.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ 
 6.ควบคุมระดับความดันโลหิตให้ปกติ
 7.ควบคุมระดับไขมันให้ดี  
 8.ควบคุมระดับน้ำในเลือดให้ดี  
สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย
www.diabassocthai.org