
คมเลนส์ส่องพระประจำวันอาทิตย์ 9 พค.53
*** ลุล่วงมาถึงเดือนพฤษภาคม...กันแล้ว เป็นเดือนแห่งการใช้จ่ายมากเป็นพิเศษ สำหรับผู้ที่มีลูกหลานอยู่ในวัยเล่าเรียนหนังสือ ที่ต้องซื้อเสื้อผ้า หนังสือ สมุด ดินสอ ปากกา ค่าเล่าเรียน ฯลฯ บางคนที่ไม่มีเงินเก็บออมไว้ก่อน ก็ต้องวิ่งกู้เงินนอกระบบ
ที่มีดอกเบี้ยแสนโหด ส่วนคนที่ไม่มีเงิน แต่มีพระเครื่องพระบูชา เมื่อมีความจำเป็นมากๆ ก็ต้องนิมนต์ท่านออกไปแปรเปลี่ยนเป็นเงิน เอามาใช้จ่ายในยามทุกข์ร้อน ดีกว่าไปกู้ยืมเขา ก็ต้องทำใจ ถือว่าเป็นสมบัติผลัดกันชม...ช่วงเวลานี้จึงมีผู้นำพระเครื่องออกมาขายกันมากขึ้น คนซื้อที่มีกำลังเงินมากกว่า สามารถซื้อพระได้ในราคาถูกกว่าปกติ ยังไงก็ขออย่าได้ กดราคา กันมากนัก เมตตาเอื้ออาทรกันบ้าง จะได้คบหากันไปนานๆ
** คมเลนส์ส่องพระ วันนี้...ต้องขออภัยที่เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒ พฤษภาคม คอลัมน์นี้ได้ลงเรื่องผิดพลาดไปถึง ๒ เรื่อง คือ พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ รุ่น เลขใต้ฐาน (เบตง) ปี ๒๕๐๕ องค์หมายเลข 653 แต่ไม่มีภาพให้ชม วันนี้จึงขอนำภาพมาลงย้อนหลัง...ต้องขออภัยมา ณ โอกาสนี้ด้วย พระหลวงพ่อทวด องค์นี้เป็นของ ป๋อง สุพรรณ
** ความผิดพลาดที่ ๒ คือ เรื่อง พระหลวงปู่สุข วัดโพธิ์ทรายทอง จ.บุรีรัมย์ แต่ในภาพเป็น พระหลวงพ่อยอด วัดหนองปลาหมอ อ.หนองแค จ.สระบุรี ซึ่งเป็น ๑ ใน ๕ ของชุดพระรูปเหมือนยอดนิยม เช่นเดียวกัน องค์นี้เป็นพระของ เชษฐ์ โฟโต้ ร้านถ่ายภาพพระเครื่องระบบด่วนทันใจ ถ่ายวันนี้รับภาพได้เลย ไม่ต้องรอถึงวันรุ่งขึ้น ลองไปใช้บริการดูว่าฝีมือถ่ายภาพของ เชษฐ์ ยังเหมือนเดิมหรือไม่ ?
** สำหรับ พระหลวงพ่อยอด วัดหนองปลาหมอ รุ่นนี้เป็นรุ่นแรก เช่าหากันแพงเป็นหมื่นเป็นแสนเช่นเดียวกัน ทั้งๆ ที่เป็นพระออกหลังจากท่านมรณภาพแล้ว โดยใต้ฐานได้บรรจุอัฐิของท่านไว้ด้วย ก็เหมือนมีตัวท่านติดตามไปกับคนแขวนพระพิมพ์นี้ จนเกิดประสบการณ์อภินิหารอยู่เสมอๆ ความขลังความศักดิ์สิทธิ์จึงอยู่ตรงนี้เอง
** จากนี้ไป...เชิญชมภาพพระที่ได้มาใหม่วันนี้ องค์แรก พระสมเด็จจิตรลดา ปี ๒๕๑๒ นับเป็นพระองค์ที่ ๒ ที่ เสี่ยหมู เกาะกง ได้มาพร้อมกันเมื่อเดือนก่อน สวยสมบูรณ์คมชัดเหมือนองค์ที่ลงไปเมื่อวันอาทิตย์ก่อน เห็นกันชัดเจนทั้งด้านหน้าด้านหลัง และด้านข้าง จะเห็นได้ว่าพระพิมพ์นี้มีความหนาพอสมควร เนื้อมวลสารจะมีที่ด้านหลังมากกว่าด้านหน้า ซึ่งผู้ชำนาญบอกว่า พระที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ ทรงกดพิมพ์สร้าง ๒-๓ ปีหลังมีเนื้อมวลสารจะมีน้อยกว่าพระที่ทรงกดพิมพ์ปีแรกๆ (๒๕๐๘-๒๕๑๐) การศึกษาด้านข้างขององค์พระจะเห็นได้ชัดเจน และจุดเด่นของพระพิมพ์นี้คือ พื้นขอบจะราบเรียบทุกด้าน การตัดขอบองค์พระ หากดูจากด้านหน้าจะเห็นว่า รอยขอบจะเฉียงออกไปด้านหลัง เป็นอย่างนี้แทบทุกองค์...พระสมเด็จจิตรลดา มีจำนวนสร้างประมาณ ๓,๐๐๐ องค์ ผู้ที่ได้เป็นเจ้าของนอกจากจะต้องมีเงินล้านแล้ว ยังต้องมีบุญบารมีด้วย ถึงจะมีโอกาสนิมนต์ท่านขึ้นคอ เป็นของสูงที่ควรหวงแหนเป็นอย่างยิ่ง
** องค์ต่อไป พระสมเด็จ วัดระฆัง พิมพ์ฐานแซม ของ เสี่ยป๋อง สุพรรณ เพิ่งได้มาเมื่อต้นเดือนนี้เอง จากรังใหญ่ของเซียนพระรุ่นเก่า สมัยก่อนพระองค์นี้ปรากฏโฉมหน้าตามงานประกวดพระบ่อยๆ เป็นพระชนะเลิศตลอดกาล ต่อมาเจ้าของคงจะเบื่อส่งประกวดอีก เลยเก็บเข้าตู้เซฟมานานกว่า ๒๐ ปี เพิ่งมีผู้บุกออกมาเมื่อปลายเดือนก่อน จากนั้นก็มาถึงมือ เสี่ยป๋อง จนได้ หลังจากนี้ได้ข่าวว่ามีผู้ต้องการจองไว้แล้ว ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เห็นองค์พระ เพราะเชื่อใจคนขาย พระสวยระดับแชมป์ตลอดกาลเช่นนี้ สมัยก่อนราคายังไม่ถึงล้านบาท แต่วันนี้ ๕ ล้านบาทจะซื้อได้หรือเปล่า ยังสงสัย ???
** พระสมเด็จ วัดระฆัง พิมพ์ฐานแซม (ของกรุบางขุนพรหมก็มีพระพิมพ์นี้) คนสมัยก่อนมักจะเรียกคล้องจองกันว่า พิมพ์อกร่อง หูยาน ฐานแซม คือ เรียกตามพิมพ์ทรงองค์พระที่เห็น ตรงหน้าอกจะเป็นร่อง หูทั้ง ๒ ข้างยาว (ยาน) และมีเส้นแซมระหว่างฐานชั้นที่ ๒ กับ ๓ ซึ่งเห็นชัดมากในพระองค์นี้ สมัยนี้ไม่ค่อยมีคนเรียกชื่อนี้กันแล้ว คงจะเรียกว่า พิมพ์ฐานแซม สั้นๆ ทั้งนี้เพราะพระพิมพ์นี้ที่มี หน้าอกเต็ม ก็มี คือไม่เป็น อกร่อง เหมือนอย่างองค์นี้
** พระสมเด็จ เป็นพระในฝันของทุกคนที่เข้ามาสู่วงการนี้ รวมทั้งคนทั่วไป แต่โอกาสที่จะได้ พระแท้ นั้นมียากมาก เพราะพระมีน้อย ส่วนใหญ่ที่วางขายกันทั่วไปนั้น เป็น พระปลอม หรือไม่ก็เป็นพระที่เกจิอาจารย์ยุคหลังสร้างขึ้นมามากกว่า ชนิดที่องค์ละไม่กี่พันกี่หมื่นบาท ล้วนไม่ใช่ทั้งนั้น ** พระองค์ที่ ๓ มาจาก ธรรมรัต หวังหลี (จ๊ะ) ที่ปรึกษา รมต.เกษตรและสหกรณ์ หมู่นี้โชคดีได้พระหลักยอดนิยมมาโปรดบ่อยๆ คราวนี้เป็นสุดยอดของพระปิดตาเนื้อโลหะ คือ พระปิดตาหลวงปู่ทับ วัดทอง บางกอกน้อย ธนบุรี พิมพ์เศียรบาตร เนื้อสัมฤทธิ์ ปฏิมากรรมองค์เล็กๆ ที่เต็มไปด้วยศิลปะอันงดงามอลังการ ด้วยกรรมวิธีสร้างแบบเททองหล่อทีละองค์ (ที่เรียกว่า 'เบ้าทุบ') โดยเบ้าพิมพ์จะขึ้นหุ่นเทียนทีละองค์ แล้วปะติดด้วยเส้นสายลายยันต์นูนหนาแบบเส้นขนมจีน มีความงดงามมาก เนื่องจากเป็นพระที่ขึ้นหุ่น (พิมพ์) ทีละองค์ จึงทำให้ลวดลายของยันต์แต่ละองค์ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว แต่อาจจะคล้ายกันได้ ขนาดขององค์พระก็ไม่เท่ากันเสมอไป แต่อาจจะใกล้เคียงได้ พระที่หล่อแต่ละองค์จึงต้องใช้ฝีมือช่างชั้นครู สุดยอดจริงๆ พระปิดตาชนิดนี้ ปัจจุบันหาคนสร้างยากมาก พระรุ่นเก่าๆ จึงมีคุณค่าทั้งทางศิลปะและอานุภาพความขลัง ควรแก่การแสวงหาและสะสมไว้เป็นอย่างยิ่ง แพงเท่าไรก็คุ้ม ขอให้เป็น พระแท้ ก็แล้วกัน...
** ในยุคสมัยเดียวกันนี้ ก็มีพระปิดตาอีกสำนักหนึ่ง ที่โด่งดังไม่แพ้กัน คือ พระปิดตาหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง บางขุนเทียน ธนบุรี องค์พระละม้ายคล้ายกัน แต่มีเอกลักษณ์จุดเด่นต่างกัน ตรงที่ พระปิดตาวัดทอง ส่วนใหญ่จะ โชว์แข้ง ดังภาพที่เห็นนี้ ส่วน พระปิดตาวัดหนัง จุดเด่นคือ พระส่วนใหญ่จะเอามือด้านหน้าจะลงไปทางทวาร (ปิดทวาร) ที่เรียกกันสั้นๆ ว่า ล้วงก้น จดจำจุดเด่นที่สำคัญตรงนี้ จะได้เรียกชื่อพระถูกวัด
** นพ.ทวีชัย จันทร์เพ็ญ ผู้บริหารโรงพยาบาลสิงห์บุรีเวชการ ไม่ได้หายไปไหน ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลทุกวัน เมื่อเร็วๆ นี้ได้ไปเปิดตู้เซฟหยิบพระเก่าเก็บขึ้นมาชื่นชม ตามประสาคนชอบสะสมพระ หนึ่งในนั้น คือ พระกริ่งไพรีพินาศ พิมพ์บัวเหลี่ยม วัดบวรนิเวศวิหาร ปี ๒๔๙๕ องค์นี้คุณหมอได้มาจากผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นเซียนพระรุ่นใหญ่ในอดีต (หากเอ่ยชื่อมีคนรู้จักกันทั่ว) พระของท่านใครได้ไปก็มีแต่ความภาคภูมิใจ เพราะถือว่าท่านเป็นปรมาจารย์ทางพระเครื่องอย่างแท้จริง
** ช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่กี่ปี พระกริ่งไพรีพินาศ มีราคาพระพุ่งแพงขึ้นถึงหลักแสนอย่างเหลือเชื่อ ที่แน่ๆ คือ ไม่ได้เป็นการ ปั่น ราคาแต่ประการใด องค์สวยๆ มีคนกล้าซื้อเสมอ เพราะเป็นพระกริ่งที่มีชื่อดี ใครมีไว้บูชา ไพรี (ศัตรู) พินาศ หมด แต่ความเป็นจริง พระพิมพ์นี้ก็มีพุทธานุภาพทางเมตตามากด้วย เป็นสิริมงคลแก่ผู้ครอบครอง อีกทั้งกรรมวิธีการสร้างพระกริ่งก็เป็นเยี่ยม คือสร้างโดยวิธีเททองหล่อแบบโบราณ เป็นช่อๆ แต่ละช่อมีพระหลายองค์ เนื้อพระเป็นโลหะผสม ที่มีทองเหลืองพิเศษเป็นหลัก สีเหลืองสดใสอมเขียวอย่างเจือจางเล็กน้อย พระส่วนใหญ่ไม่มีการแต่งผิว หรือแต่งองค์พระ ตามซอกผิวของพระบางองค์จึงยังปรากฏดินขี้วัวที่ติดมาจากเบ้าพิมพ์เกาะจับอยู่ในรูพรุน มีลักษณะเป็นสีเขียวอมดำเข้ม
** พระกริ่งไพรีพินาศ ปี ๒๔๙๕ มี ๒ พิมพ์ คือ พิมพ์บัวเหลี่ยม กับ พิมพ์บัวแหลม ฐานล่างของด้านหลังมีตัวหนังสือจมลงในเนื้อพระ คำว่า ไพรีพินาศ บางองค์ชัด บางองค์ก็ไม่ชัด ใต้ฐานมีรอยเจาะรูเพื่อใส่เม็ดกริ่ง และมีรอยปิดรูกริ่งที่ตกแต่งด้วยตะไบ ปัจจุบัน พระกริ่งไพรีพินาศ มีของปลอมระบาดหลายฝีมือ และมีการพัฒนาการสร้างอยู่เรื่อยๆ ผู้สนใจเช่าหาจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ทางที่ปลอดภัยคือ ต้องเช่าจากผู้ที่เชื่อถือได้ หากมีปัญหาต้องรับคืนทันที ซึ่งสมัยนี้ ร้านพระที่มีมาตรฐานส่วนใหญ่ก็มีหลักประกันให้อยู่แล้ว
** เส้นทางบุญ ขอเชิญร่วมสักการะ ๓ ใน ๕ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่า พระมหาเจดีย์ชเวดากอง-พระธาตุอินทร์แขวน-พระธาตุมุเตา เสริมสิริมงคล อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ปรกเศียร ปรกเกล้า เสริมบารมี แก้ปีชง รับฟรี ! ไม้แกะสลัก เทพทันใจ ทุกท่าน เดินทางวันที่ ๒๐-๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๓ (๓ คืน ๔ วัน) ไปทำบุญกันแบบสบายๆ เป็นกันเองแบบญาติมิตร ครั้งหนึ่งในชีวิต ควรจะให้รางวัลแก่ตัวเอง และยัง อิ่มบุญ โดยทั่วหน้า สอบถามโทร.๐-๒๙๑๙-๙๕๖๓
** ป๋อง สุพรรณ คนไม่ชอบอยู่ว่าง มีอะไรให้ทำ เป็นต้องรับทันที ตอนนี้ไปจัดรายการ อมตะสยาม เสนอเรื่องราวอันน่าสนใจในวงการพระเครื่อง อย่างชนิดเจาะลึก เพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้ให้ผู้สนใจพระได้ดูพระเป็น ออกอากาศทางโทรทัศน์ ระบบจานดาวเทียม และ เคเบิ้ลท้องถิ่น ทั่วประเทศ สำหรับจานดาวเทียม ดีทีวี (จานเหลือง) ออกอากาศทางช่อง Next Step (ช่อง ๑๔) ทุกวันอาทิตย์ เวลา ๒๐.๓๐-๒๑.๐๐ น. วันศุกร์ เวลา ๒๑.๐๐-๒๑.๓๐ น. หรือชมได้ที่ www.amatasiam.com
** แม่นเหมือนตาเห็น หมอมดแดง หมอดูลายเท้า ตำราอาจารย์ชาวกะเหรี่ยง ผู้เก็บข้อมูลมานานกว่า ๕๐ ปี พยากรณ์ได้อย่างแม่นยำ ปกติเปิดบริการที่บ้านพัก อ.แก่งคอย จ.สระบุรี แต่วันจันทร์ที่ ๑๗ พฤษภาคม นี้ จะเดินทางมาดูให้ที่บ้านลูกศิษย์ แถวสวนสยาม ถนนเสรีไทย คันนายาว รับเพียง ๓๐ คนเท่านั้น สอบถามโทร.๐๘-๑๗๕๓-๔๘๕๗
** วันนี้...ที่ สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย ชั้น ๓ ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน เปิดรับตรวจสอบพระเครื่อง ให้กับประชาชนทั่วไป โดยเสียค่าลงทะเบียนดังนี้ พระชุดเบญจภาคี องค์ละ ๕๐๐ บาท พระเนื้อชิน องค์ละ ๓๐๐ บาท พระหลวงพ่อทวด ทุกสำนัก องค์ละ ๓๐๐ บาท พระที่ได้รับการพิจารณาแล้วว่าเป็น พระแท้ ทางสมาคมจะออก ใบรับรอง ให้ พร้อมกับติดภาพพระองค์นั้นไว้เป็นหลักฐาน สอบถามโทร.๐-๒xxxxxxx ** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่าน คมเลนส์ส่องพระ ด้วยดีตลอดมา มีข้อเสนอแนะประการใด ขอได้โปรดแจ้งให้ทราบได้ตลอดเวลา...นะมัสเต ***
แล่ม จันท์พิศาโล



