ไลฟ์สไตล์

 เปิดโลกอินเทรนด์-ฝันให้ไกล แล้วไปให้ถึง

เปิดโลกอินเทรนด์-ฝันให้ไกล แล้วไปให้ถึง

09 พ.ค. 2553

"ฝันที่หนูกลัวที่สุด คือ กลัวไปไม่ถึงฝัน"

อะอ้า...ฟังแล้วอึ้งรู้สึกว่าจริงด้วยดิ ช่างคิดจริงๆ

แม้จะเป็นคำพูดที่ฟังแล้วเหมือนง่ายๆแต่ในความหมายที่แฝงเร้นบอกถึงความมุ่งมั่นของผู้กล่าว ที่ต้องการจะก้าวไปให้ถึงฝันที่ที่ฝันว่าจะต้องเป็นจริงในสักวัน...

ในงานค้นหาผู้ชนะเลิศจากการประกวดFill in the blank ของ IMAGINE MAGAZINE ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จัดขึ้น ทำให้เห็นมุมมองที่ต่างและความสามารถของน้องๆ ที่ "เปิดโลกอินเทรนด์" ต้องเอามาบอกเล่ารู้กันเพราะในงานนี้ได้เห็นจินตนาการ ความฝัน ความคิดของน้องๆ แล้ว บอกได้เลยว่าเด็กไทยฉลาดและมีความุ่งมั่นไม่แพ้ชาติใดในโลก

คำกล่าวที่หยิบยกมาข้างต้นเป็นคำพูดของ น้องสุดารันต์ชูพวกพ้อง หนึ่งในสิบผู้เข้ารับรางวัลชมเชยจากการประกวดครั้งนี้และไม่ใช่มีแค่น้องคนนี้เพียงคนเดียว ยังมีอีก 9 คนที่ได้รับรางวัลชมเชย ล้วนมีความคิดที่ฟังแล้วทึ่ง และเชื่อว่าผลงานที่น้องๆ ส่งมาบ่งบอกถึงความคิดสร้างสรรค์ที่พยายามจะถ่ายทอดความเป็นตัวของตัวเองลงหนังสือเล่มหนึ่ง

เนื่องจากการแข่งขันครั้งนี้คือเปิดกว้างให้สามารถใส่ความคิดอิสระได้เลย มหาวิทยาลัยได้ทำ IMAGINE MAGAZINE ซึ่งเป็นหนังสือว่างเปล่าโดยที่เปิดรับให้น้องๆ ที่รับหนังสือเล่มนี้ได้ใส่จินตนาการลงหนังสือในความคิดของน้องๆ ได้เลยว่า อยากใส่ หรือขีดเขียน บอกเล่า หรือระบายอะไร ให้คนอ่านหนังสือเล่มนี้ได้รู้บ้าง

แต่ละคนล้วนเจ๋งสุดๆเพราะมีน้องคนหนึ่งทำเรื่องช้าง โดยแอบกระซิบบอกว่า ก็คนอื่นเขาฟีเวอร์เรื่องแพนด้ากันเหลือเกิน ก็เลยอยากทำเรื่องช้างบ้างค่ะ

ส่วนอีกเล่มเป็นฝีมือของสองพี่น้องที่สุมหัวกัน เอ้ย..รวมหัวกัน อยากนำเสนอในสิ่งที่ตัวเองบอกว่าอยากสวนกระแส ก็ขณะที่คนอื่นเขาเห่อบีบีกัน แต่สองพี่น้องนี้บอกว่า แล้วไง เพื่อนกันเจอหน้าคุยกันไม่ได้หรือไง ทำมั้ย..ทำไม ต้องใช้บีบี ทั้งๆ ที่นั่งอยู่ใกล้กันแค่นี้...

เห็นไหมล่ะว่าสวนกระแสแค่ไหน...

ส่วนน้องอีกคนบอกว่าหาเงินจากการล้างจานมาสร้างเป็นผลงานเพลง และทำซีดีเพลงใส่ไว้ในหนังสือเล่มนี้ โดยเนื้อหาเรื่องราวเป็นเรื่องของเด็กขายพวงมาลัยที่เขาเห็นอยู่ริมถนนที่ไม่มีใครสนใจ ก็ไปคุยกับเด็กแล้วก็มาเขียนเป็นเพลงและเรื่องราวในหนังสือ

อ๊ะอะ...ยังไม่พอ ยังมีน้องตัวจิ๋วอายุเพียง 4 ขวบ ได้รับรางวัลชมเชยกับเขาด้วย เนื้อหาในเล่มในภาพวาดลายเส้นที่น้องเขียนด้วยตัวเองตามจินตนาการ มีช้าง ซึ่งเธอชื่นชอบ มีรูปครอบครัว แล้วก็มียีราฟ เป็นภาพลายเส้นทั้งเล่ม ซึ่งเธอเองก็วาดตามจินตนาการของเด็กวัย 4 ขวบ จนเมื่อถามว่าภาพบางภาพคืออะไร น้องตอบแบบน่ารักว่า ไม่รู...เรียกเสียงฮาสนั่นเวที

ก็แหม...มันจินตนาการของหนูวัย4 ขวบ ที่เกิดขึ้นฉับพลัน วาดเสร็จแล้วก็ลืมค่ะ ...

สำหรับน้องหนูตัวเล็กนี่สิ่งหนึ่งที่เห็นคือการได้เริ่มต้น ภาพของเธออาจจะไม่ได้ยิ่งใหญ่ หรือมีเรื่องราวมากมายให้รู้ว่าคืออะไร เพราะเป็นเพียงจินตนาการของเด็ก 4 ขวบ แต่ที่มากกว่านั้นคือ น้องมีฝัน มีจินตนาการ แล้วได้เริ่มต้นถ่ายถอดสิ่งที่อยู่ในจินตนาการ ลงมือวาดเป็นลายเส้น นี่แหละสำคัญที่สุดแล้ว

สำหรับผู้ชนะเลิศน้องศิลป์ชินศริประภา เห็นหน้าตาหนังสือที่น้องทำออกมาแล้ว"ทึ่ง"

เพราะในหนังสือเล่มนี้มีจินตนาการมากมายที่เป็นความรู้สึกชอบและถ่ายทอดไว้อย่างน่ารัก

น้องศิลป์ เสนอถึงนักเขียนคนโปรดที่ทำให้เขามีแรงบันดาลใจในการอ่านเขียนถึงการทำขนมที่ต้องลงมือทำ เขียนถึงครูซึ่งเป็นนักเดินทางท่องเที่ยวมาแล้วกว่า 40 ประเทศทั่วโลก แล้วคิดว่าสักวันหนึ่งเขาจะเป็นอย่างนี้ และ..มีเรื่องราวอีกมากมายที่เป็นไอดอลที่เขาชื่นชอบและอยู่ในหนังสือเล่มนี้

เห็นหรือยังว่า...น้องๆ เขามีจินตนาการกว้างไกลขนาดไหน

สุดท้ายแล้วรางวัลอาจจะเป็นเพียงสิ่งหนึ่งที่ทำให้น้องๆ มีกำลังใจ พร้อมที่จะสานฝันต่อ แต่ที่เหนือสิ่งอื่นใด การที่ได้มีจินตนาการ แล้วได้ใช้ ได้เดินตามฝันที่วางไว้ นั่นอ่ะคือรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว...

เอาใจช่วยให้ทุกคนก้าวสู่จุดหมายปลายฝันค่ะ...