
"เลือดกันหนาว"ของแมมมอธ
ก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์เคยคาดคิดว่า ขนที่ดกและผิวหนังสุดหนาของสัตว์ดึกดำบรรพ์อย่าง แมมมอธ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยักษ์ใหญ่แห่งยุคน้ำแข็งตัวนี้ทนทานต่ออากาศหนาวเย็นสุดขั้ว
แต่ผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์ครั้งล่าสุดกลับพบว่า สาเหตุอีกประการที่ทำให้แมมมอธสามารถสู้อากาศต่ำกว่าจุดเยือกแข็งได้เป็นเพราะมันมีเลือดที่สามารถกันหนาวได้
การทดลองนี้เกิดจากการที่นักวิทยาศาสตร์สามารถสร้างโปรตีนในเลือดของแมมมอธขึ้นมาได้อีกครั้ง ด้วยการนำตัวอย่างดีเอ็นเอของซากแมมมอธอายุหลายหมื่นปีที่ขุดพบในไซบีเรีย ไปเปลี่ยนสภาพเป็น "อาร์เอ็นเอ" โมเลกุลรูปแบบหนึ่งที่คล้ายคลึงกับดีเอ็นเอที่ช่วยในการสร้างโปรตีน ก่อนนำไปใส่ไว้ใน แบคทีเรียอีโคไล ซึ่งพบตามธรรมชาติในลำไส้ใหญ่ของสัตว์และมนุษย์ เพื่อให้มันสร้างโปรตีนของแมมมอธขึ้นมาใหม่
"ผลการทดลองโมเลกุลฮีโมโกลบินนี้ไม่มีอะไรแตกต่างจากการได้ย้อนเวลากลับไปเจาะเลือดจากแมมมอธตัวจริง" เควิน แคมพ์เบล์ จากมหาวิทยาลัยแมนิโทบาในแคนาดา ผู้ร่วมวิจัยเผยด้วยความตื่นเต้น
คณะนักวิทยาศาสตร์พบว่า แมมมอธมียีนที่ได้รับการปรับตัวให้โปรตีน หรือ "ฮีโมโกลบิน" ที่มักจะพบในเซลล์เม็ดเลือดแดง และทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจนในกระแสเลือดนั้น ทำหน้าที่ปล่อยออกซิเจนให้แก่เนื้อเยื่อส่วนต่างๆ ของร่างกายได้แม้อยู่ในสภาพอากาศเย็นยะเยือก
ซึ่งเป็นสิ่งที่ช้างหรือสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ในปัจจุบันทำไม่ได้
และหากไม่มีกระบวนการนี้ในร่างกาย ก็จะทำให้เจ้าแมมมอธเหล่านี้สูญเสียพลังงานจำนวนมากไปกับสภาพอากาศหนาวเหน็บ และทำให้พวกมันต้องกินมากขึ้น
อย่างไรก็ดี ถึงแม้นักวิทยาศาสตร์จะสร้างเลือดขึ้นมาใหม่ได้ แต่ความหวังที่จะปลุกเจ้ายักษ์แห่งยุคน้ำแข็งขึ้นมาก็ยังห่างไกลความจริงอยู่ดี เหตุเพราะซากที่พบไม่ได้รักษาดีเอ็นเอ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการสร้างชีวิตขึ้นมาใหม่ด้วย



