ไลฟ์สไตล์

ฟัง "อารันดร์" เล่า
"ปลาตู้" พารู้จักหลัก "เชื่อมโยง"

ฟัง "อารันดร์" เล่า "ปลาตู้" พารู้จักหลัก "เชื่อมโยง"

08 พ.ค. 2553

ไม่ว่ากันหากแฟนคอลัมน์ “ขอเวลานอก” จะบ่นว่าเนื้อหาของบทความคราวนี้ไม่เบาสมองสบายสายตาอย่างเรื่องราว นาฬิกา เครื่องประดับ หรือกีฬาสุดโปรดเหมือนที่ผ่านๆ มา นั่นเป็นเพราะว่าเรื่อง “การเลี้ยงปลาตู้ และงานหนังสือ” ของผู้บริหารรุ่นใหม่วัยเพียง 23 ปีเศษๆ “ต้น”

  ด้วยดีกรีปริญญาตรีสาขารัฐศาสตร์ และ เศรษฐศาสตร์ จาก SOAS University of London ผนวกกับต้นทุนที่มีตำแหน่งเป็นถึงทายาทอันดับหนึ่งในจำนวน 3 คน ของ สุชัย อาชาพิลาส เจ้าของธุรกิจค้าเพชรพลอยอันดับต้นๆ ของเมืองไทย กระนั้น “หนุ่มต้น” กลับเลือกงานอดิเรกด้วยการเลี้ยงปลาตู้เล็กๆ และงานนิตยสารไลฟ์สไตล์เนื้อธรรมดา  ทว่าฉีกรูปแบบการตลาดอย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนในเมืองไทย และประเด็นสำคัญสิ่งที่ได้จากงานอดิเรกกลับเชื่อมโยงสู่งานหลักได้อย่างแยบคายอีกซะด้วย!!

 ก่อนจะพูดคุยถึงความเป็นมาเป็นไปของ “หนังสือ” อันเป็นงานหลักเลี้ยงชีพ “หนุ่มต้น” พาเราไปรู้จักกับ “ตู้ปลา” งานอดิเรกซึ่งเขาย้ำนักหนาว่า หากฟังเพียงผิวๆ หรือมองดูเผินๆ สิ่งนี้เป็นได้แค่เครื่องผ่อนคลายความเครียด แต่ลึกล้ำกว่านั้น มันคือความท้าทายสติปัญญาได้ดีทีเดียว เพราะ การเลี้ยงให้อยู่รอดปลอดภัยอย่างมีคุณภาพนั้น ใช่เพียงเปลี่ยนถ่ายน้ำตามวาระ หรือให้อาหารตามเวลาเท่านั้น แต่ยังต้องใส่ใจ ค้นคว้า และศึกษาหาความรู้อย่างถ่องแท้

 “ผมเปรียบการดูแลตู้ปลาว่าเหมือนเกมสร้างเมือง หรือ เกมพาสเซิล เพราะการเลี้ยงปลาเป็นอะไรที่ละเอียดอ่อน ทุกอย่างต้องสัมพันธ์กัน ผู้เลี้ยงต้องใส่ใจทุกขั้นตอนตั้งแต่การเลือกพันธุ์ปลา การเลือกตู้  ศึกษาระบบนิเวศให้เหมาะสมกับปลาแต่ละชนิด ไม่ว่าจะเป็นระบบกรองอากาศ อุณหภูมิน้ำ ดิน หิน ต้นไม้ หรือแม้แต่แสงไฟ หากมากไปก็ส่งผลเสียต่อปลา น้อยไปก็ทำให้ต้นไม้เน่าตาย เหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อปลาทั้งสิ้น และนี่แหละคือความท้าทายในสายตาของผม” หนุ่มต้นเริ่มให้ข้อมูล

 ขณะที่สองมือจะยังคงสาละวนอยู่กับการชี้ชวนให้ดูอุปกรณ์หลักๆ ภายในตู้ปลาขนาด 48 นิ้ว ซึ่งภายในบรรจุไปด้วยปลาหลากชนิด แต่ที่เห็นเด่นสุดจะได้แก่ ปลาสีสันจัดจ้านสายพันธุ์ปอมปาดัวร์ ทว่าหนุ่มต้นก็ไม่ลืมเปรียบเทียบให้ฟังถึงการดำเนินงานของ “หนังสือ” ในสไตล์เขา ซึ่งมีความท้าทายไม่ต่างจากการดูแลตู้ปลา

 “พูดถึงงาน หนังสือ Be magazine แม้ว่าเราจะรับเอาแนวคิดส่วนหนึ่งจากนิตยสาร Big issue ที่ผลิตออกมาเพื่อให้ผู้ด้อยโอกาสในสังคมนำไปจำหน่ายเพิ่มรายได้ แล้วนำมาผสานและปรับใช้ร่วมกับแนวการดำเนินงานของโครงการพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นการดำเนินธุรกิจเพื่อสังคมมุ่งเน้นช่วยเหลือคนยากจนอย่างยั่งยืน แต่ด้วยว่าการดำเนินธุรกิจในแนวทางนี้เป็นอะไรที่ใหม่ในสายตาคนไทย ที่ยังกลัวการเริ่มต้นโดยเฉพาะในผู้ที่ด้อยโอกาสหรือคนที่ต้นทุนต่ำ ขณะเดียวกันตัวผมเองก็ถือว่าเป็นมือใหม่ไร้ประสบการณ์ ตรงนี้จึงเป็นความท้าทายที่ผมจะต้องผ่านไปให้ได้” ผู้บริหารหนุ่มกล่าวด้วยแววตาเชื่อมั่น

 หลังจากชี้ชวนให้รู้อุปกรณ์ต่างๆ ของตู้ปลาพร้อมกับการพาไปทำความรู้จักหนังสือโดยสังเขป หนุ่มต้นซึ่งใช้ภาษาไทยเล่าเรื่องต่างๆ ได้อย่างคล่องแคล่วไร้วี่แววของคนที่ใช้ชีวิตในต่างแดนนานกว่า 10 ปี ได้พูดถึงประสบการณ์อันเกิดจากความผิดพลาดในการ "เริ่มต้น" ของงานอดิเรก ซึ่งต่อมาก็กลายเป็นพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจของตัวเองในที่สุด

 "ผมเริ่มต้นปฐมบทของความผิดพลาด ด้วยการเสียรู้ซื้อปอมปาดัวร์ในราคาสูง เพราะรู้มาว่าเป็นปลาที่มีถิ่นฐานทวีปอเมริกา จึงไม่ได้ศึกษาว่าอันที่จริงแล้วทุกวันนี้คนไทยเก่งสามารถเพาะพันธุ์ได้ อีกทั้งยังขายในราคาถูกมากด้วย และจากประสบการณ์ครั้งนั้น ส่งผลให้ผมไม่มีความเชื่ออีกต่อไปว่า “ของดีจะต้องราคาแพงเสมอไป” เช่นเดียวกับ “ของดีหากอยู่ไม่ถูกที่ถูกทางก็ไร้ประโยชน์” ยกตัวอย่างเช่น “ฮีตเตอร์” จะสำคัญสำหรับปลาที่ชอบน้ำอุ่น ส่วน “ชิลเลอร์” จะเป็นเครื่องมือช่วยลดอุณหภูมิให้น้ำคลายร้อนแต่ราคาแพงมากๆ ดังนั้น หากคนเลี้ยงปลาไม่ศึกษาถึงพฤติกรรมของสัตว์ที่ตัวเองเลี้ยง ก็ต้องเสียเงินโดยไม่จำเป็น ขณะที่ในด้านงานหนังสือก็ต้องศึกษาว่าจะต้องให้ความสำคัญต่อลงทุนด้านไหนเพื่อก่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุด” ผู้บริหารหนุ่มกล่าว

 "จากปลาตู้สู่งานหนังสือ" ทายาทเจ้าของธุรกิจค้าเพชรที่ขอตามฝันของตัวเองก่อนจะเข้าสานต่องานของครอบครัวในวันข้างหน้า บอกเล่าว่า สิ่งที่สอนให้รู้จักคือ ความเชื่อโยงและการแก้ไขปัญหาทีละจุดจนมาปรับใช้ได้จริงในการทำงาน

 "แน่นอนว่า สิ่งที่ผมได้รับการเลี้ยงปลานั่นคือ ความสุขใจที่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก แต่ที่เหนือกว่านั้นคือผมได้เรียนรู้ว่าจะต้องตัดสินแก้ปัญหาให้ถูกจุดและมองอย่างมีมิติจากการเลี้ยงปลาตู้ เช่น น้ำเสียก็ต้องมองว่าให้รู้ว่าเกิดจากสาเหตุใด จากการสะสมของเศษอาหาร การเน่าเปื่อยของพืชน้ำ หรือระบบกรองมีปัญหา เราต้องมองให้ออก ขณะเดียวกันการเลี้ยงปลาตู้ ก็ทำให้ผมรู้จักทฤษฎีการพึ่งพาอาศัยของกันและกันในสังคม อย่าง ปลาปอมปาดัวร์ แม้จะไม่ใช่ปลาที่ดุร้าย แต่ก็มีนิสัยรักสันโดษ ฉะนั้นก่อนจะนำปลาชนิดอื่นๆ มาเลี้ยงร่วมอยู่ภายในตู้เดียวกันก็ต้องศึกษานิสัยของปลาเหล่านั้นด้วย ว่ามันจะสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขหรือไม่ เพราะมิเช่นนั้นจะทำให้สัตว์เกิดภาวะเครียดและตายลงในที่สุด" ลูกชายคนโตผู้มีอุปนิสัยชอบการลองถูกลองผิดด้วยตัวเองกล่าว พร้อมกับพูดไปถึงการดึงเอาหลักการดังกล่าวไปใช้ในงานหนังสือของตัวเองเช่นกัน

เรื่อง... "กอบแก้ว แผนสท้าน"
ภาพ... "อนันต์ จันทรสูต"