ไลฟ์สไตล์

ไฟแนนซ์ฟ้องยึดบ้าน

ไฟแนนซ์ฟ้องยึดบ้าน

06 พ.ค. 2553

ดิฉันกำลังจะไม่มีบ้านอยู่ เพราะรอขายทอดตลาด ผลสืบเนื่องจากแม่ของดิฉันได้ไปค้ำประกันการเช่าซื้อรถตู้ให้คนรู้จัก แต่คนซื้อนำรถหายไปไม่สามารถสืบหาที่อยู่ของรถได้ และคนซื้อก็ไม่สามารถระบุที่ทำมาหากินได้ชัดเจน

 ตอนที่มีหมายศาล ดิฉันและแม่ไม่ได้ไปขึ้นศาล เพราะคิดว่าคนซื้อน่าจะรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เขากลับปล่อยเรื่องให้ยืดเยื้อ
 พ่อแม่ของคนซื้อก็ไม่รับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น กฎหมายก็เอาผิดกับผู้กระทำผิดตัวจริงไม่ได้ แต่เอาผิดกับผู้ค้ำประกัน ซึ่งไม่ยุติธรรมเลย
 ดิฉันได้ติดต่อไปยังสำนักงานบังคับคดีพื้นที่เขตมีนบุรี ได้รับคำแนะนำว่า ให้รีบติดต่อไปยังไฟแนนซ์ ดิฉันได้ติดต่อฝ่ายบริหารหนี้เช่าซื้อของไฟแนนซ์ เจ้าหน้าที่บอกว่า มียอดหนี้ทั้งสิ้น 416,954 บาท ตอนนี้กำลังรอขายทอดตลาด หากจะประนอมหนี้ ทางเลือกที่หนึ่ง มีเงิน 3 หมื่นบาทไปจ่ายก่อน แล้วผ่อนเดือนละ 8,000 บาทจนกว่าจะหมดแต่ไม่เกิน 48 เดือน เดือนสุดท้ายต้องจ่ายส่วนที่เหลือทั้งหมด ทางเลือกที่สอง จ่ายเดือนละ 1 หมื่นบาทจนกว่าจะหมด เดือนสุดท้ายจ่ายส่วนที่เหลือทั้งหมด
 จากนั้นจะดำเนินเรื่องชะลอการขายทอดตลาดไปยังสำนักงานบังคับคดีพื้นที่เขตมีนบุรี แล้วรอบังคับคดีติดต่อกลับมา
 ดิฉันจะติดต่อไปยังธนาคารอาคารสงเคราะห์ที่ติดจำนองบ้านอยู่ เพื่อขอเอกสารของดการขายทอดตลาด ดิฉันได้พยายามแล้วที่จะบอกว่า ครอบครับดิฉันไม่ได้เป็นผู้กระทำผิด จึงได้เจรจาขอให้ทางไฟแนนซ์ช่วยลดจำนวนหนี้ลงได้ไหม คำตอบที่ได้รับคือ จ่ายหมดทีเดียวเหลือ 4 แสนบาท แต่ถ้าผ่อนจ่ายก็ยอดเดิม
 จะทำอย่างไรดีคะ ทุกวันนี้อยู่กันอย่างหวาดระแวงว่า เมื่อไหร่จะขายทอดตลาด ถึงวันนั้นครอบครัวดิฉันก็ไม่มีบ้านให้ซุกหัวนอน
วารุณี
ตอบ
 ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ปราชญา  อ่อนนาค คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต  แนะนำว่า ตามที่ไฟแนนซ์ได้แนะนำเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว และการที่คุณเข้าไปเจรจากับไฟแนนซ์ถือเป็นทางออกที่ดีที่สุดในขณะนี้ เพราะจากเรื่องราวที่เกิดขึ้น แม่ของคุณในฐานะที่เป็นผู้ค้ำประกัน ถือเป็นลูกหนี้ร่วม ซึ่งในความหมายของลูกหนี้ร่วมนี้ ไม่ได้หมายความว่า ต้องแบ่งจ่ายกันคนละครึ่งกับลูกหนี้อีกคนที่เป็นคนซื้อรถ แต่หมายถึง ใครจะเป็นคนจ่ายก็ได้ แต่ต้องจ่ายครบตามจำนวนหนี้ที่มีอยู่
 ในกรณีนี้ คนซื้อรถไม่สามารถระบุที่ทำกินได้ชัดเจน ทำให้เจ้าหนี้ตามไม่ได้ ก็เป็นสิทธิที่เจ้าหนี้จะต้องมาตามเอากับคนค้ำประกัน และเมื่อรู้ว่ามีทรัพย์ก็จะยึดทรัพย์ ซึ่งเมื่อมาถึงกรณีนี้แล้ว ยากที่จะเปลี่ยนอะไรได้ เพราะมีคำพิพากษาไปแล้ว เจ้าหนี้มีสิทธิที่จะเรียกเก็บหนี้มากหรือน้อยก็ได้ ขึ้นอยู่กับความพอใจของเจ้าหนี้ฝ่ายเดียว คงต้องอยู่ที่ว่า ครอบครัวของคุณจะยอมรับเงื่อนไขที่ผ่อนชำระหนี้ต่อได้หรือไม่ ตรงนี้คงต้องตัดสินใจเลือกดู
 แต่ในทางกฎหมาย ถ้าคุณได้ชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้แล้ว แม่คุณก็มีสิทธิที่จะฟ้องเอากับคนที่ซื้อรถ ซึ่งแม่ไปค้ำประกันไว้ให้ ส่วนจะตามได้มากน้อยแค่ไหนก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของศาล
ลุงแจ่ม