
ห่างไกล...โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เป็นโรคที่มีการติดเชื้อในระบบประสาทส่วนกลาง เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การติดเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัส เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญ โดยจัดเป็นกลุ่มโรคไอพีดี (Invasive Pneumococcal Disease) ถือเป็นหนึ่งในโรคติ
นอกจากนี้ เชื้อนิวโมคอคคัสยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคติดเชื้อรุนแรงอื่นๆ ต้นเหตุการเสียชีวิตของเด็กเล็กทั่วโลกกว่าปีละ 2 ล้านคนอีกด้วย เช่น โรคปอดบวม (Pneumonia) และโรคติดเชื้อในกระแสเลือด (Bacteremia)
เด็กและผู้ใหญ่ล้วนมีความเสี่ยงในการเกิด โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ แต่อัตราเสี่ยงจะสูงขึ้นในกลุ่มทารก และเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ปี เพราะภูมิคุ้มกันที่จะกำจัดเชื้อโรคบางส่วนยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัส ซึ่งอาศัยอยู่ในเยื่อบุลำคอ และโพรงจมูกของเด็กเล็ก ซึ่งมีโอกาสกระจายไปสู่อวัยวะต่างๆ ได้มากกว่าเด็กโตหรือผู้ใหญ่ โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบเป็นโรคติดเชื้อรุนแรงที่มีการดำเนินของโรคสั้นมาก เพียง 1-2 วัน ก่อให้เกิดความเสียหายกับเซลล์สมอง ซึ่งเป็นอวัยวะที่สำคัญที่ควบคุมและสั่งการอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย
อาการของผู้ป่วย เด็กจะมีไข้สูง ปวดศีรษะรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน คอแข็ง ในเด็กทารกจะวินิจฉัยยาก อาจมีการงอแง ซึมไม่กินนม และชักได้ ถ้ารักษาไม่ทันท่วงทีอาจเสียชีวิต หรือเกิดความพิการ เช่น เป็นโรคลมชัก หูหนวก ปัญญาอ่อน ดังนั้น ทางที่ดีที่สุดของโรคติดเชื้อในเด็กคือ การป้องกันไม่ให้เกิด
การป้องกัน ให้ทารกดื่มนมแม่เพื่อเพิ่มภูมิต้านทาน ให้เด็กรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ พักผ่อนให้เพียงพอ ฝึกนิสัยให้เด็กล้างมือให้สะอาดอย่างถูกวิธี รักษาสุขอนามัยเป็นประจำ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการใกล้ชิด หรือสัมผัสกับผู้ป่วยที่เป็นไข้หวัด และหลีกเลี่ยงพาเด็กเล็กไปสถานที่ที่แออัด สิ่งเหล่านี้จะช่วยลดโอกาสการติดเชื้อได้
นอกจากนี้ พ่อแม่ควรเสริมภูมิคุ้มกันให้แก่เด็กเล็กด้วยการฉีดวัคซีน ซึ่งอาจเป็นอีกทางเลือกสำหรับคุณพ่อคุณแม่ ที่ต้องการลดความเสี่ยงของการเกิดโรคในเด็กเล็กได้
ศ.พญ.อุษา ทิสยากร
นายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย



