ไลฟ์สไตล์

วิทยศาสตร์กระตุ้นความคิดเด็กไทย

วิทยศาสตร์กระตุ้นความคิดเด็กไทย

07 พ.ค. 2553

เมื่อวิทยาศาสตร์ถูกนำมาใช้ในชีวิตประจำวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การศึกษาหลักการทางวิทยาศาสตร์จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับมนุษย์ในยุคปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้จึงก่อเกิดค่ายวิทยาศาสตร์ เอ็มเอสดี อิน-สเต็ป ฟัน ไซเอ็นซ์ ไซเอ็นซ์ (MRD IN STEP Fun Scirnce scicnce) ปีที่

 ค่ายครั้งนี้จัดขึ้นที่โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 35 อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เป็นเวลา 4 วัน 3 คืน เพื่อให้นักเรียนชั้น ม.1 กว่า 100 คน จาก 20 โรงเรียนเข้าร่วมโครงการ พร้อมนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำระดับประเทศอย่าง อ.นิพนธ์ ทรายเพชร ราชบัณฑิตทางดาราศาสตร์ ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผอ.ศูนย์เครือข่ายงานวิเคราะห์วิจัยและฝึกอบรมการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้เชี่ยวชาญท้องถิ่น มาให้ความรู้ถึงการปรับใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในเชิงวิทยาศาสตร์ ให้เข้ากับการดำเนินชีวิตและการทำงานประจำวัน

 กิจกรรมนับไม่ถ้วนตั้งแต่การเดินตะลุยป่าชายเลน นับสืบสายน้ำ พิชิตป่าดิบเขา และค้นหาชีวิตชาวมอร์แกน รวมไปถึงมหัศจรรย์แห่งดวงดาว โดยค่ายแห่งนี้มุ่งเน้นสร้างให้เด็กรู้จักรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และมองหารูปแบบและความสัมพันธ์ของข้อมูล เพื่อสรุปเป็นองค์ความรู้ รวมทั้งตั้งคำถามที่จะนำมาสู่การทำงานโครงการวิทยาศาสตร์ในที่สุด

 ดร.กิตติมา ศรีวัฒนกุล ผอ.ฝ่ายกิจกรรมภายนอก บริษัท เอ็มเอสดี (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า ปัจจุบันสัดส่วนของบัณฑิตที่จบการศึกษาด้านสังคมศาสตร์และด้านวิทยาศาสตร์อยู่ที่ร้อยละ 62 จึงเรียกได้ว่าเราอยู่ในภาวะขาดแคลนแพทย์ พยาบาล เภสัชกร นักวิทยาศาสตร์ และนักวิจัย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์สาธารณสุขของประเทศ วิธีการที่ดีที่สุดคือการเพิ่มจำนวนนักเรียนที่เลือกเรียนสายวิทยาศาสตร์ นั่นคือการพัฒนาคุณภาพการเรียนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน ในฐานะที่เป็นบริษัทยาระดับโลกพนักงานกว่าร้อยละ 80 สำเร็จการศึกษาด้านสายวิทยาศาสตร์มา จึงตระหนักถึงปัญหานี้และคิดว่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะแบ่งปันประสบการณ์ความรู้ และเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่เยาวชนได้หันมาสนใจเรียนรู้และเป็นกำลังสำคัญให้แก่สายงานวิทยาศาสตร์ต่อไปในอนาคตด้วย

 ด้าน ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ให้คำแนะนำในกิจกรรมคลินิกวิชาการว่า การจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ดีต้องรู้จักจดบันทึกในสิ่งที่เห็น สิ่งที่เราสงสัยหรือความคิดของเรา

 "นักวิทยาศาสตร์ต้องให้ความสนใจกับการอ่าน เรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัว หรือแม้กระทั่งการดูภาพยนตร์วิทยาศาสตร์เพื่อจุดประกายความคิดของเราเองก็ตามการเรียนรู้วิทยาศาสตร์จากหนังซึ่งจะทำให้ได้ทั้งความรู้และความบันเทิง ซึ่งวิทยาศาสตร์ไม่ใช่แค่อยู่ในห้องทดลองกับกลุ่มอาชีพเดียวกันเท่านั้น แต่ทุกคนควรเข้าสังคมกับคนในหลากหลายอาชีพ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและต้องเป็นผู้ฟังที่ดีด้วย" ดร.อานนท์แจกแจง

 ส่วน นพ.นรา กิ่งแก้ว หัวหน้ากลุ่มงานอายุรกรรม โรงพยาบาลวชิรภูเก็ต อดีตนักเรียนทุน ICCR ของรัฐบาลอินเดีย 2517 กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นตัวแทนของคนในพื้นที่และมีโอกาสได้รับทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ จึงอยากบอกทุกคนว่า เด็กต่างจังหวัดไม่ได้มีโอกาสด้อยกว่าคนอื่น แต่อยู่ที่ว่าจะขวนขวายหาความรู้และไขว่คว้าหาโอกาสมากน้อยแค่ไหน เพราะความสำเร็จในสายงานด้านวิทยาศาสตร์และอาชีพหมอ ไม่จำเป็นที่จะต้องเรียนเก่งที่สุดในห้อง มีฐานะดี แต่ต้องเป็นคนที่รู้จักเดินเข้าหาโอกาส มีความพยายามและตั้งใจจริงที่จะหยิบคว้าโอกาสนั้นไว้ และทำให้ดีที่สุด

 ฐิตาพร สรรเสริญ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนตัรบียะห์อิสลามิยะห์ เผยถึงความฝันว่า ส่วนตัวอยากฝันอยากจะเป็นหมอหากมีโอกาสได้รักษาคนอื่นถ้าคุณพ่อคุณแม่เป็นอะไรไปจะได้รักษาให้หายได้ อีกทั้งค่ายแห่งนี้ยังได้คุณหมอ พยาบาล มาให้คำแนะนำเกี่ยวกับอาชีพหมอ ทำให้รู้ว่ากว่าจะเป็นหมอได้ต้องใช้ความอดทนขนาดไหน มีหลายเรื่องที่กังวลแต่ก็จะอดทนและจะเป็นหมอให้ได้