ไลฟ์สไตล์

เรื่องเด่นประเด็นดัง-"เนื้อร้อง" แบบนี้สิ...โดนใจ "คนฟัง"

เรื่องเด่นประเด็นดัง-"เนื้อร้อง" แบบนี้สิ...โดนใจ "คนฟัง"

05 พ.ค. 2553

ภายหลังจากเปิดนิทรรศการ “จับไมค์ ใส่ขนนก” นิทรรศการชั่วคราว ที่นำเสนอแง่มุมอันหลากหลายของเพลงลูกทุ่ง มิวเซียมสยาม โดย สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ ได้จัดงานเสวนาต่อเนื่องเรื่อง “เนื้อร้องแบบไหนโดนใจผู้ฟัง”

เพื่อบอกเล่าเรื่องราวมนต์เสน่ห์ แรงบันดาลใจ และวิธีการแต่งคำร้องเพลงลูกทุ่ง ผ่านครูเพลงและนักแต่งเพลงไทยสากลที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเพลงลูกทุ่งมาร่วมเป็นวิทยากร 

 เริ่มจาก วสุ ห้าวหาญ โปรดิวเซอร์ดูแลการผลิตและสร้างสรรค์เพลง สังกัดแกรมมี่โกลด์ ในเครือบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เกริ่นกล่าวถึงที่มาของคำว่า “เพลงลูกทุ่ง-ร้อยเนื้อร้องทำนองเดียว”

 "ในอดีตเพลงลูกทุ่งมีที่มาจากทำนองเพลงพื้นบ้านหรือทำนองเพลงไทยเดิม ซึ่งเป็นยุคที่มีทำนองเพลงไม่มาก นักแต่งเพลงจึงดัดแปลงเนื้อร้อง เติมแต่งด้วยดนตรีสากลเข้าไป ทำให้เกิดทำนองเพลงที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น แต่ปัจจุบันนักแต่งเพลงลูกทุ่งส่วนใหญ่มาจากนักดนตรีและใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ทำให้นักแต่งเพลงมีวิธีคิดเนื้อร้องที่แตกต่าง เกิดจังหวะที่หลากหลาย และได้เพลงใหม่ทั้งหมด"

 อย่างไรก็ตาม วสุยังเห็นว่า หากใส่เครื่องดนตรีพื้นบ้านเข้าไป ผู้ฟังจะได้รับกลิ่นอายของเพลงลูกทุ่งคล้ายๆ กัน

 "ประเด็นที่น่าสนใจ คือ ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่มีเพลงลูกทุ่ง และเพลงเพื่อชีวิต เพราะคนไทยใช้วิธีแบ่งตามเนื้อหาของเพลง แต่หลักสากลใช้ดนตรีเป็นตัวแบ่ง เมื่อนำเพลงหมอลำไปเปิดให้ชาวต่างชาติฟัง เพลงหมอลำ ก็คือ Funky Music ดีๆ นี่เอง"

 วสุ ยังมองไปที่อนาคตอีกด้วยว่า เพลงลูกทุ่งในยุคต่อไปจะเป็นการผสมผสานเพลงเข้าด้วยกัน โดยไม่มีการแบ่งแยก เพลงก็คือเพลง และเนื้อเพลงลูกทุ่งจะเปลี่ยนไปตามยุคสมัย พร้อมกับแนะนำว่า นักแต่งเพลงลูกทุ่งที่ดีต้องมีความสามารถในเชิงกลอนจะช่วยให้เพลงกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น

 ด้าน ตรัย ภูมิรัตน์ หรือ "บอย" วง Friday ศิลปินสังกัดเบเกอรี่มิวสิค กล่าวว่า การแต่งเนื้อร้องมีกรรมวิธีคัดเลือกนักร้อง โดยเลือกให้เข้ากับบุคลิกเพลง เพื่อให้นักร้องสามารถถ่ายทอดเนื้อร้องและอารมณ์เพลงได้

 "แรงบันดาลใจในการฟังเพลงลูกทุ่งของผม มาจากการเข้าค่ายลูกเสือในสมัยเด็กครับ ศิลปินเพลงลูกทุ่งที่ชื่นชอบ คือ สายัณห์ สัญญา และพุ่มพวง ดวงจันทร์"

 ส่วน สุดสรร วงศ์สมุทร หรือ เนย ซับเบอร์เบี้ยน บอกถึงหัวใจของเพลงลูกทุ่งคือ ความจริงใจ และได้เล่าถึงผลงาน “แฟนจ๋า” ที่ขับร้องโดย "เบิร์ด" ธงไชย แมคอินไตย์ ว่า เป็นผลงานที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเพลงแห่ขันหมาก

 เนยเล่าว่า จุดเริ่มต้นของเพลงนี้คือการคิดดนตรี โดยการผสมผสานความเป็นลูกทุ่งและลูกกรุงเข้าด้วยกัน จากนั้นโจอี้ บอย จึงไปคิดเนื้อร้อง และพัฒนาส่วนเนื้อหาให้เป็น 4 ภาค ส่วนภาคที่คิดได้เป็นอันดับแรก คือ ภาคอีสาน

 "ผู้ที่อยากเป็นนักแต่งเพลง ให้เริ่มจากการเขียนบันทึกประจำวัน ทำไปเรื่อยๆ จนเป็นทักษะ และความชำนาญจะตามมาเองครับ"

 สำหรับแนวเพลงลูกทุ่งกึ่งลูกกรุงแบบนี้ยังมีไม่มากนัก เพราะแต่งค่อนข้างยาก แต่การทำให้เกิดแนวเพลงใหม่ๆ และพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ ก็จะทำให้ผู้ฟังพร้อมที่จะเปิดใจฟังเพลงลูกทุ่งมากขึ้น

 คมสัน นันทจิต ผู้ดำเนินรายการ สรุปทิ้งท้ายว่า ปัจจุบันเพลงลูกทุ่งเป็นเพลงที่สะท้อนสภาพสังคมมากที่สุดหากจะเปรียบเทียบกับเพลงป๊อปที่กำลังนิยมอยู่ในขณะนี้ ซึ่งกลยุทธ์การแต่งเพลงอย่างไรให้เรียกความสนใจจากผู้ฟังนั้น ต้องมีแรงบันดาลใจและกลวิธีในการแต่งคำร้อง

 "อาจจะใช้วิธีหยิบยกเอาเหตุการณ์ หรือสภาพสังคม วิถีชีวิตของผู้คนที่เกิดขึ้นในขณะนั้นมาแต่งเป็นถ้อยคำร้องที่สละสลวยด้วยลักษณะของบทร้อยกรอง และมีกลวิธีนำเสนอเนื้อหาที่สอดแทรกข้อคิดเห็นเข้าไปในเนื้อเพลง เช่น เพลง “คนบ้านเดียวกัน” แต่งโดยคุณวสุ ห้าวหาญ ที่บอกถึงวิถีชีวิตของคนชนบทที่เข้ามาประกอบอาชีพที่หลากหลายในกรุงเทพฯ ความห่วงหาอาทรที่มีต่อกัน"

 ภายในงานเสวนายังให้ผู้เข้าร่วมงานได้แลกเปลี่ยนความเห็นและทดลองแต่งเนื้อเพลงขึ้นมาใหม่ โดยใช้ทำนองเดิมของเพลงลูกทุ่งชื่อดัง แต่งเสร็จแล้วก็นำมาร้องกันสดๆ และให้วิทยากรช่วยแนะนำ

 นิทรรศการ “จับไมค์ ใส่ขนนก” เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 20 มิถุนายน วันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดวันจันทร์) เวลา 10.00-18.00 น. ณ มิวเซียมสยาม โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

 เชิญชวนผู้สนใจร่วมงานเสวนาเรื่อง “ใส่ทำนอง ร้องรำ ทำเพลง” ในวันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม เวลา 14.00-17.00 น. ณ มิวเซียมสยาม โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พบกับ “ครูลพ บุรีรัตน์” ศิลปินแห่งชาติสาขาแต่งเพลงลูกทุ่ง “อ.อนันต์ นาคคง” อาจารย์ประจำคณะดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร “DJ Maft Sai” ค่ายเพลง “สุดแรงม้าแผ่นเสียง” และ Chris Menist สอบถามรายละเอียดหรือสำรองที่นั่ง โทร.0-2225-2777 ต่อ 414 หรือ 511