ไลฟ์สไตล์

ภัยของเกษตรกร

ภัยของเกษตรกร

05 พ.ค. 2553

โดยธรรมชาติของเกษตรกรที่อยู่ในต่างจังหวัด ส่วนใหญ่จะเป็นคนตรงไปตรงมา มีความซื่อที่เป็นเสน่ห์และเป็นเอกลักษณ์ แต่คนอื่นโดยเฉพาะพ่อค้าคนกลางมักจะเอารัดเอาเปรียบ และคอยจะหลอกลวงเกษตรกรทุกรูปแบบ

อย่างช่วงเดือนเมษายนของทุกปีเป็นฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวในนาปรัง และข้าวจะออกสู่ตลาดจำนวนมาก แต่จุดรับซื้อหรือโต๊ะรับซื้อข้าวเปลือกจากชาวนา แม้ที่ผ่านมาจะมี 96 แห่ง แต่โรงสีที่ร่วมโครงการรับซื้อจริงเพียง 44 แห่ง ที่เหลือกเกินครึ่งไม่ซื้อ อ้างว่าไม่มีสต็อกที่จะเก็บ ล่าสุดรัฐบาลเพิ่มโต๊ะรับซื้อเป็น 126 แห่ง แต่ไม่ทราบว่ารับซื้อจริงเท่าไร

 ตรงนี้แหละทำให้เกษตรกรต้องขายให้แก่พ่อค้าคนกลาง และมักจะถูกเอารัดเอาเปรียบ ตอนนี้หลายจังหวัดได้เตือนเกษตรกรให้ระวังแล้ว อย่างที่ จ.นครสวรรค์ นายกวี กิตติสถาพร ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้แจ้งไปยังเกษตรกรให้ระวังในเรื่องที่จะถูกโกงครับ เพราะเห็นว่าเกษตรกรบางรายนำข้าวเปลือกไปขายตามท่าข้าวต่างๆ โดยเฉพาะท่าข้าวที่ให้ราคาสูงจะมีเกษตรกรนำข้าวไปขาย จึงแนะให้เกษตรกรที่ขายข้าวไปต้องได้รับเงินสดทันที ก่อนนำข้าวไปขายให้ชั่งน้ำหนักก่อน หากเป็นเครื่องชั่งที่เป็นระบบไฟฟ้า จะต้องมีส่วนแสดงน้ำหนักเป็นตัวเลข สามารถมองเห็นได้จากภายนอกห้องชั่งด้วย

 ที่เชียงรายนั้น เมื่อไม่นานมานี้ นายทวีศักดิ์ จั่นแจ่ม การค้าภายในจังหวัดเชียงราย ได้รับเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มเกษตรกรชาวนาว่าได้นำข้าวเปลือกไปขายให้แก่พ่อค้าที่รับซื้อข้าวเปลือกในท่าข้าว พ่อค้าให้ราคาสูงกว่าราคาตลาด ช่วงแรกมีการชำระเงินให้เกษตรกรที่นำข้าวมาขายตามที่ได้ตกลงกันไว้ แต่ระยะหลังส่อเค้าจะเบี้ยวแล้ว 

 ในวงการสวนยางพาราก็ไม่แพ้กันครับ วันก่อนไปเจอ กำนันเพิก เลิศวังพง  ประธานชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย บอกว่า ขณะนี้สหกรณ์ชาวสวนยางจังหวัดจันทบุรี และเกษตรกรผู้ปลูกยางพาราในภาคตะวันออก กำลังเดือดร้อนเกิดจากบริษัท เอสแอนด์แอล จำกัด  ซึ่งเป็นบริษัทในเครือข่ายของบริษัทใหญ่แห่งหนึ่งในภาคตะวันออก ไม่ยอมจ่ายเงินค่ายางให้แก่สหกรณ์หลายแห่ง และเกษตรกรรายย่อยใน จ.จันทบุรี ตามสัญญาที่ตกลงไว้จะจ่ายเงินในวันที่ 30 มีนาคม 2553 คิดเป็นมูลค่าหลายสิบล้านบาททีเดียว

 เรื่องของเรื่อง กำนันเพิกบอกว่า พอไปทวงถามและเจรจาตอนแรกรับปากจะจ่ายตามสัญญา แต่ตอนหลังกลับมาท้าทายให้ฟ้องเอาเอง ตอนนี้ชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย ต้องหารือกับสมาชิกสหกรณ์และผู้เกี่ยวข้อง  เพื่อทำหนังสือเปิดโปงพฤติกรรมของบริษัทดังกล่าว ไปถึงสมาคมยางพาราไทย และสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) เพื่อให้ดำเนินการตามมาตรการที่ได้ตกลงกันไว้ตามลำดับขั้นตอน

 ขั้นตอนต่อไปคือให้ปิดรับการเข้าร่วมประมูลยางของบริษัทในเครือข่ายของบริษัทนี้เข้าร่วมประมูลยางกับสถาบันเกษตรกร หรือเกษตรกรรายย่อยที่อยู่ในความดูแลของกองทุนทั้งหมด และจะดำเนินการออกหนังสือเวียนถึงชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางทั่วประเทศ เพื่อได้รับทราบถึงพฤติกรรมของกลุ่มบริษัทดังกล่าว

 ก็น่าเป็นห่วงครับ เกษตรกรนั้นส่วนใหญ่ยากจนอยู่แล้ว และยังถูกเอารัดเอาเปรียบอีกด้วย

ดลมนัส  กาเจ