
ในหลวง-ราชินีเสด็จฯพิธีฉัตรมงคลพสกนิกรเฝ้ารับ
ในหลวง-ราชินี เสด็จพระราชดำเนินยังพระบรมมหาราชวัง ประกอบพระราชพิธีฉัตรมงคล วันที่ 5 พ.ค.นี้ พร้อมเปิดให้ประชาชนถวายบังคมสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ขณะที่รัฐบาลจัดงานเฉลิมพระเกียรติยิ่งใหญ่ 5-9 พ.ค. ตั้งเวทีเริ่มจากสะพานผ่านฟ้
นายแก้วขวัญ วัชโรทัย เลขาธิการพระราชวัง รับพระบรมราชโองการเหนือเกล้าฯ สั่งว่า การพระราชพิธีฉัตรมงคลเฉลิมราชสมบัติสิริรัชพรรษาปีนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กำหนดดังรายการต่อไปนี้ ในวันที่ 5 พฤษภาคม นั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระบรมมหาราชวัง ในเวลา 10.30 น.
เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงยังพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรม พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยบูชาเทพยดารักษานพปฎลเศวตฉัตรสิริราชมหาเศวตฉัตร พราหมณ์เบิกแว่นเวียนเทียนสมโภชนพปฎลมหาเศวตฉัตรสิริราชกกุธภัณฑ์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระสุหร่ายเครื่องราชกกุธภัณฑ์ และพระราชลัญจกร พระครุฑพ่าห์ทองคำประจำรัชกาล แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ ทั้งนี้พระราชพิธีดังกล่าวจะมีการถ่ายทอดโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจในเวลา 12.30 น.
อนึ่ง ในวันที่ 5 พฤษภาคมนี้ เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ โดยประกอบการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามโบราณขัตติยราชประเพณี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปิดปราสาทพระเทพบิดร ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อให้พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ และประชาชน ได้ถวายบังคมสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยธิราช ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.
รัฐจัดงานยิ่งใหญ่เฉลิมพระเกียรติ
ขณะเดียวกัน รัฐบาลกำหนดจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสบรมราชาภิเษก ปีที่ 60 ในแนวคิด “รวมพลังใจ ถวายความภักดี" เวลา 18.00-24.00 น. วันที่ 5-9 พฤษภาคม 2553 โดยกำหนดเป็น 9 กิจกรรมหลัก ดังนี้
1.กิจกรรม "รอยพระบาทยาตราทั่วประเทศ" สร้างซุ้มแบ่งเป็น 7 พื้นที่ คือ ภาคเหนือ กลาง ใต้ อีสาน ตะวันตก ตะวันออก และกรุงเทพฯ จัดนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปยังภาคนั้นๆ มีการจำหน่ายสินค้า อาหาร ของดี ของฝาก การละเล่นหรือเกมให้ผู้ร่วมงานได้ร่วมสนุกสนาน
2.กิจกรรม "ทุกขอบเขต รอยเท้าพ่อ ขอสืบสาน" ทำหนังสือเดินทางตามรอยพระบาท 76 จังหวัดแจกผู้ร่วมงานที่เข้าชมนิทรรศการตามรอยพระบาท ซึ่งจะมีการประทับตราจังหวัดลงในหนังสือเดินทาง และมีของที่ระลึกพิเศษและรางวัลมอบให้ด้วย
3.กิจกรรม "ความสุขสันต์ เสกสร้างให้ ใจเบิกบาน" เป็นการแสดงดนตรีจากศิลปิน ดารา นักร้อง และการแสดงศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตของชาวไทยทุกภูมิภาค การแสดงพลุดอกไม้ไฟประกอบแสงสีเสียง เรื่อง พระราชปณิธาน สถิตถิ่นดินน้ำฟ้า
4.กิจกรรม "พระราชปณิธาน สถิตถิ่นดินน้ำฟ้า" การแสดงพลุดอกไม้ไฟประกอบแสงสีเสียงในระบบมัลติมีเดีย เนื้อหาเน้นความรู้สึกตื้นตันใจในพระราชกรณียกิจของพระองค์ในการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่างๆ
5.กิจกรรม "พระบรมโพธิสมภาร สานดวงจิต" จัดสร้างต้นพระบรมโพธิสมภารเฉลิมพระเกียรติขนาดใหญ่ และจะพิมพ์ใบโพธิ์ทองแจกจ่ายแก่ผู้ร่วมงาน เพื่อร่วมลงชื่อตั้งปณิธานสานสร้างความสุขเพื่อพ่อ แล้วนำไปติดที่ต้นพระบรมโพธิสมภาร
6.กิจกรรม "นิรมิต ทิพย์ขบวน ล้วนล้ำค่า" จัดขบวนเฉลิมพระเกียรติ ประกอบด้วย ขบวนมหาดุริยางค์ ขบวนเสลี่ยงนางแห่งมวลดอกไม้มงคล ขบวนช้างแก้ว 9 เชือก พร้อมเครื่องประกอบ ขบวนความสุขของวิถีไทย ขบวนมังกรทอง เป็นต้น
7.กิจกรรม "น้ำพุดนตรี เริงสราญ ตระการตา" จัดแสดงน้ำพุดนตรี 9 จุด บนเกาะกลางถนนราชดำเนิน
8.กิจกรรม "มหัศจรรย์ ดอกไม้ฟ้า ดอกไม้ไฟ" แสดงพลุดอกไม้ไฟชุดพิเศษบนเกาะกลางถนนราชดำเนินตลอดความยาว 1 กิโลเมตร และบริเวณโดยรอบถนนราชดำเนินประกอบแสงสีเสียงและเลเซอร์
9.กิจกรรม "ความสุขของคนไทยใต้พระราชปณิธาน" พิธีปิดและการรวมพลังของผู้ร่วมงานที่ร่วมตั้งปณิธานสานสร้างความสุขเพื่อพ่อ รวมถึงการแสดงความจงรักภักดี ความสามัคคี ด้วยการร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงสดุดีมหาราชา
ย้ายสถานที่จัดงานไปลานพระรูป
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานจัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ กล่าวว่า ได้เปลี่ยนแปลงสถานที่จัดงานจากเดิมที่จะใช้ตลอดเส้นทางถนนราชดำเนินกลางและใน จากหน้ากระทรวงกลาโหมมาถึงบริเวณสะพานผ่านฟ้าฯ โดยมีเวทีใหญ่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มาเป็นบนถนนราชดำเนินนอก เริ่มจากบริเวณสะพานผ่านฟ้าฯ มาถึงบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า โดยจะมีเวทีใหญ่ที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า เพื่อให้ประชาชนมั่นใจได้ 100% ในมาตรการรักษาความปลอดภัย เนื่องจากบริเวณดังกล่าวไม่มีตึกสูง
“ผมตัดสินใจย้ายสถานที่จัดงานในคืนวันที่ 3 พฤษภาคม ก่อนที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะออกมาแถลงการณ์ยื่นเงื่อนไขเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤศจิกายน ทำให้บรรยากาศทางการเมืองผ่อนคลายลง รวมถึงผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจด้วย โดยจะเห็นจากดัชนีตลาดหุ้นที่เพิ่มขึ้นถึง 5% ซึ่งเป็นผลสะท้อนว่าเห็นด้วยกับข้อเสนอ และเห็นว่ามีโอกาสที่การชุมนุมจะยุติ ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ทันท่วงที ทำให้ประชาชนจะได้พร้อมใจถวายความจงรักภักดีอย่างพร้อมเพรียง และน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นในการแสดงความปรองดองให้ชาวโลกได้เห็นอีกครั้งหนึ่ง” นายกรณ์ กล่าว
วธ.จัดโขนเฉลิมพระเกียรติ
ด้านเรืออากาศเอกสุริยะ ศึกษากิจ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม แถลงข่าวการจัดงานรวมพลังใจถวายความภักดี เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสแห่งพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครบ 60 ปี ระหว่างวันที่ 5-9 พฤษภาคม ที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ว่า กระทรวงวัฒนธรรมดำเนินการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ทรงพระเกษมสำราญ และปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนและเยาวชนคนรุ่นใหม่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความจงรักภักดี ที่ทรงสร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ และทรงห่วงใยประชาชนมาตลอดระยะเวลากว่า 60 ปี
ทั้งนี้กิจกรรมที่กระทรวงวัฒนธรรมจะจัดขึ้น ประกอบด้วย การแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ชุด ปราบมารร้ายฝ่ายลงกา และชุด พระรามครองเมือง, การแสดงละครนอก เรื่อง สุวรรณหงส์ ตอน กุมภณฑ์ถวายม้า จากกรมศิลปากร การแสดงโขนรามเกียรติ์ ตอน พระบรมราชาภิเษกรามราชจักรี โดยวิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ รวมถึงการแสดงสามัคคี ชนเผ่าพื้นเมืองไทยและนานาชาติ เทิดไท้องค์ราชัน การแสดงลูกทุ่งร่วมสมัยใต้ร่มพระบารมี โดยการแสดงดังกล่าวจะเริ่มในเวลา 18.00-22.00 น.
นอกจากนี้ยังจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2553 รวม 12 กิจกรรม อาทิ โครงการรักพ่อทำตามคำสอนพ่อ, นิทรรศการ 60 ปี บรมราชาภิเษก และภาพยนตร์ส่วนพระองค์, มหกรรมวัฒนธรรมนานาชาติ : ธ ทรงปกเกล้า จากขุนเขาจรดทะเล, การแสดงโขนนานาชาติเฉลิมพระเกียรติฯ, พิธีเปิดหอจดหมายเหตุแห่งชาติ รัชกาลที่ 9, การจัดงานมหกรรมวัฒนธรรมบางกอก-เคียงจู, การจัดพิมพ์หนังสือ “ข้าวของพ่อ” เป็นต้น
นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมได้จัดพิมพ์หนังสือ “ข้าวของพ่อ” (Father's Rice) ทั้งฉบับภาษาไทยและฉบับภาษาอังกฤษ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษกครบ 60 ปี เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
หนังสือ “ข้าวของพ่อ” เล่มนี้ มีเนื้อหาเกี่ยวกับการบอกเล่าเรื่องราวของข้าวตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นถึงพระราชกรณียกิจและพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีต่อชาวนาไทย ในฐานะกระดูกสันหลังของชาติ และโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งเป็นพระราชพิธีที่เป็นสิริมงคล สร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ชาวนาผู้ปลูกข้าวอย่างอเนกอนันต์ โดยกระทรวงวัฒนธรรมจะแจกให้แก่สถาบันการศึกษา สถานทูตทั่วโลก และประชาชนที่สนใจ ผู้สนใจสอบถามได้ที่กลุ่มประชาสัมพันธ์ โทร.0-2422-8851-8 หรือสายด่วนวัฒนธรรม 1765
อนุมัติ ขรก.ลาบวชถวายในหลวงไม่นับวันลา
เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2553 นายธีระ สลักเพชร รมว.วัฒนธรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบให้ข้าราชการลาเข้าร่วมอุปสมบทในโครงการอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ปีที่ 60 ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2553 และเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา 5 ธันวาคม 2553 โดยไม่ถือเป็นวันลา ตามที่กระทรวงวัฒนธรรมเสนอ โดยมีวัตถุประสงค์ให้ข้าราชการทุกประเภท พนักงานราชการ รวมถึงลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราวของส่วนราชการ และพนักงานรัฐวิสาหกิจได้อุปสมบทเฉลิมพระเกียรติถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นระยะเวลา 15 วัน โดยพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ โดยไม่ถือเป็นวันลา แต่เป็นเสมือนการปฏิบัติราชการและได้รับเงินเดือนตามปกติ
ทั้งนี้ผู้ที่จะลาอุปสมบทจะต้องเข้าร่วมอุปสมบทในโครงการที่ส่วนราชการจัดขึ้นตามแนวทางที่ กรมการศาสนา (ศน.) กำหนด หากอุปสมบทเป็นเอกเทศโดยไม่ได้เข้าร่วมโครงการ จะไม่ได้รับสิทธิในการลาดังกล่าว
“เมื่อได้รับความเห็นชอบจาก ครม.แล้ว หน่วยงานราชการต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว สามารถดำเนินการได้ทันที ผมพิจารณาแล้วเห็นว่าช่วงระยะเวลาของการอุปสมบท เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากอยู่ระหว่างวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2553 ทำให้ข้าราชการทุกคนมีโอกาสลาอุปสมบท เพื่อบำเพ็ญคุณความดี ปฏิบัติธรรมถวายเป็นพระราชกุศล และเป็นการส่งเสริมประเพณีบรรพชาอุปสมบท ประกอบกับทางวัดต่างๆ มีความพร้อม ทั้งพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์ และพระพี่เลี้ยง สามารถอบรมสั่งสอนแก่ผู้อุปสมบทได้ตลอดระยะเวลาการฝึกอบรม อย่างไรก็ตาม หากหน่วยงานใดสนใจสามารถขอรายละเอียดได้ที่ ศน. หรือโทรสายด่วนวัฒนธรรม 1765” รมว.วัฒนธรรม กล่าว
นครบาลทุ่มกำลัง 1,500 นายคุมเข้ม
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยว่า จะมีการจัดกำลังตำรวจคอยดูแลอย่างเต็มที่ มี พล.ต.ต.วิมล เปาอินทร์ รอง ผบช.น. เป็นผู้รับผิดชอบดูแล มีการตั้งกองรักษาการดูแลความเรียบร้อย 3 จุด ที่บริเวณสนามหลวง สะพานผ่านฟ้าฯ ลานพระบรมรูปทรงม้า โดยสนธิกำลังระหว่างตำรวจ ทหาร เทศกิจ และสารวัตรทหาร รวมทั้งส่งสายสืบตรวจตามซอย ตรวจระเบิด และตรวจจุดสูงข่ม รวมถึงการจัดการด้านการจราจรใช้กำลังรวมกว่า 1,500 นาย คาดว่าจะมีประชาชนเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก
"ในวันงานจะมีการปิดการจราจรทั้งหมด ห้ามรถทุกชนิดวิ่งบนถนนราชดำเนิน ตั้งแต่เวลา 14.00 น.เป็นต้นไป จึงขอแนะนำประชาชนที่จะมาร่วมงานให้ใช้บริการรถโดยสารประจำทาง หรือรถสาธารณะจะสะดวกกว่า แต่หากนำรถส่วนตัวมาเองก็ควรนำมาจอดในที่ที่จัดเตรียมไว้ให้ ส่วนการดูแลความปลอดภัยพื้นที่จัดงานนั้น นอกจากกำลังตำรวจที่ทำหน้าที่แล้วยังต้องขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตาเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมแจ้งเบาะแสหากพบสิ่งผิดปกติให้ทราบด้วย" โฆษก บช.น. กล่าว
แจ้งเส้นทางจราจรถนนราชดำเนิน
ด้าน พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รอง ผบช.น. แจ้งว่า คณะกรรมการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลบรมราชาภิเษกปีที่ 60 บริเวณถนนราชดำเนิน ระหว่างวันที่ 5-9 พฤษภาคม 2553 มีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่จัดงานบางส่วน จากเดิมบริเวณถนนราชดำเนินกลาง เลื่อนไปยังถนนราชดำเนินนอกตลอดสาย โดยจะมีกิจกรรมต่างๆ บริเวณหน้าที่ตั้งหน่วยงานราชการบนถนนราชดำเนินนอก ตั้งแต่แยกผ่านฟ้าลีลาศจนถึงแยกอู่ทองใน และถนนราชดำเนินใน บางช่วง ซึ่ง บช.น.คาดว่าจะมีประชาชนเข้าร่วมชมกิจกรรมที่จัดขึ้นเป็นจำนวนมาก เพื่อความสะดวกของประชาชน บช.น.ได้เปลี่ยนแปลงการปิดการจราจรบริเวณถนนราชดำเนินและพื้นที่โดยรอบ ระหว่างวันที่ 5-9 พฤษภาคม 2553 ตั้งแต่ เวลา 17.00-24.00 น. จำนวน 4 เส้นทาง ดังนี้
1.ถนนราชดำเนินนอก ตั้งแต่แยกผ่านฟ้าลีลาศถึงแยกลานพระบรมรูปทรงม้า (เปิดช่องทางใช้สะพานพระราม 8 ได้ที่แยก จ.ป.ร.)
2.ถนนอู่ทองใน ตั้งแต่ลานพระราชวังดุสิต (ลานพระบรมรูปทรงม้า) ถึงแยกอู่ทองใน (ถ.ราชวิถี)
3.ถนนศรีอยุธยา ตั้งแต่แยกวัดเบญจฯ ถึงแยกหอประชุม ทบ. (ถ.ราชสีมา)
4.ถนนราชดำเนินใน ฝั่งตรงข้ามศาลฎีกา ติดกับสนามหลวง จำนวน 2 ช่องทาง
ส่วนบริเวณพื้นที่ถนนราชดำเนินกลาง และพื้นที่ใกล้เคียงที่ไม่ได้แจ้งปิดการจราจร ประชาชนสามารถใช้เดินทางได้ตามปกติ บช.น.เตรียมเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรไว้คอยบริการประชาชนไว้อย่างเต็มที่ จาก สน.พื้นที่รับผิดชอบ และ บก.จร.จำนวน 500 นาย สำหรับ สน.พื้นที่ต่อเนื่องถนนด้านต่างๆ จะเน้นเร่งระบายรถขาออกตั้งแต่ช่วงบ่ายก่อนปิดการจราจร ลดการสะสมของปริมาณรถที่อาจติดขัดช่วงเย็น และเพื่อความสะดวกของประชาชนที่จะเดินทางเข้าร่วมชมกิจกรรมในครั้งนี้ ประชาชนสามารถสอบถามเส้นทางจราจรได้ที่หมายเลข 1197 หรือ www.trafficpolice.go.th การเดินทางเข้าร่วมชมงานครั้งนี้ พื้นที่จอดรถส่วนบุคคล อาจไม่เพียงพอกับประชาชน แนะนำควรใช้ระบบขนส่งสาธารณะจะสะดวกที่สุด



