ไลฟ์สไตล์

จิตแพทย์ชี้ช่องลดขัดแย้ง

จิตแพทย์ชี้ช่องลดขัดแย้ง

04 พ.ค. 2553

น้อยคนนักที่จะเข้าใจในเรื่องกลไกจิตวิทยาการชุมนุม เพื่อเป็นการให้แนวทางการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและช่วยลดภาวะตึงเครียดให้แก่ประชาชน สองผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชและจิตวิทยาจากโรงพยาบาลมนารมย์ จับมือกันให้แนวปฏิบัติไปสู่ทางออกของปัญหาในสถานการณ์ต่างๆ

 นพ.ไกรสิทธิ์ นฤขัตพิชัย จิตแพทย์และกรรมการผู้จัดการ โรงพยาบาลมนารมย์ กล่าวถึงกรณีการเข้าร่วมชุมนุมที่เริ่มต้นด้วยจุดประสงค์อย่างหนึ่ง แต่เมื่อเหตุการณ์มีความเคลื่อนไหว ความคิดและวัตถุประสงค์ก็อาจจะเปลี่ยนแปลงไป การกระทำในบางครั้งอาจไม่ได้อยู่บนเหตุบนผลเท่าไหร่นัก ผู้เข้าร่วมชุมนุมจึงต้องใช้วิจารณญาณในการพิจารณาการกระทำ

 "ข้อเรียกร้องบางครั้งก็ฟังดูมีเหตุผล ขณะที่บางครั้งก็มาจากความรู้สึกหรือความต้องการของฝ่ายตน พอกลุ่มหนึ่งได้ก็มีกลุ่มใหม่มาแทน หลายคนที่เข้าร่วมเพราะได้ทำในสิ่งที่ไม่คิดว่าจะได้ทำในชีวิตนี้ จึงกลายเป็นพฤติกรรมกลุ่ม มีการใช้กฎหมู่ ไม่ใช่กฎสังคม พอคนที่หนึ่งใช้ความรุนแรง ก็เหมือนเร่งกระตุ้นให้ผู้อื่นทำตาม ซึ่งในด้านจิตวิทยาถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก" จิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกล่าว

 ด้าน ดร.เพ็ญนี หล่อวัฒนพงษา ผอ.ฝ่ายบริการจิตวิทยา โรงพยาบาลมนารมย์ ยกตัวอย่างงานวิจัยของอาจารย์ประจำมหาลัยสแตมฟอร์ด เรื่องการใช้ความรุนแรง ออกเป็นสองกลุ่ม คือ กลุ่มที่ผู้กระทำเปิดเผยหน้าตา และ กลุ่มผู้กระทำสวมผ้าคลุมศีรษะ โดยที่เหยื่อสามารถมองเห็นการกระทำได้ทุกอย่าง ผลการทดลองปรากฏว่า กลุ่มหลังลงมือทำร้ายเหยื่อรุนแรงกว่า เพราะไม่เห็นผลการกระทำของตัวเอง ดังนั้น เมื่อมีการแฝงตัวของไอ้โม่งในด้านของจิตวิทยาทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมคิดว่าไม่ต้องรับผิดชอบ เพราะไม่ใช่ฝั่งของตัวเองทำ

 อ่าน ฟัง และคิดให้มากในหลายๆ ด้าน พร้อมกับวิเคราะห์พิจารณาว่าอะไรที่ควรเชื่อ หลักการง่ายๆ ในการแก้ปัญหาให้เหตุการณ์กลับมาปกติ คือข้อเสนอแนะจาก นพ.ไกรสิทธิ์

 "วิธีคิดที่น่าเป็นห่วงก็คือ คิดว่าตัวเองถูก ส่วนคนที่คิดต่างเป็นคนไม่ดี ต้องชนะเท่านั้น หรือถ้าไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการก็ใช้อารมณ์ใช้ความรุนแรงกดดัน หากให้เปรียบคนไทยเหมือนอยู่ในเรือลำเดียวกัน ถ้าเลือกแก้ปัญหาด้วยการเจาะท้องหรือเผาเรือ ผู้คนในเรือก็ต้องเดือดร้อนไปพร้อมๆ กันทั้งหมด ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง การแก้ปัญหาตรงนี้ต้องหลีกเลี่ยงการใช้อารมณ์ ต้องตั้งสติ ใช้เหตุผล อุปสรรคและความขัดแย้งจึงจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี" จิตแพทย์กล่าว

 ในกรณีที่คนในครอบครัวคิดต่าง นักจิตวิทยายังแนะนำว่า ต้องเริ่มจากความสัมพันธ์ที่ดี ยอมรับกันและกันในแบบที่เป็น ไม่จำเป็นต้องแข่งขันเพื่อหาคนแพ้และชนะ ถ้าเราเป็นฝ่ายพูดต้องประเมินผู้ฟัง ใช้การพูดคุยแบบไม่ติเตียนหรือกล่าวร้าย ที่สำคัญคือ ไม่จำเป็นต้องพูดทุกอย่างที่คิด ในทางกลับกันหากเป็นผู้ฟังต้องเปิดใจรับฟังมุมมองหรือความคิดเห็นของอีกฝ่าย

 ขณะที่ ผอ.ฝ่ายบริการจิตวิทยาแนะวิธีการสร้างสติง่ายๆ ด้วยการถามตัวเองว่า ฉันคือใคร กำลังทำอะไรอยู่ ที่บ้านต้องโทรพูดคุย บอกว่าคิดถึงหรือแสดงความเป็นห่วง ที่สำคัญผู้เข้าชุมนุมต้องเข้าใจกระบวนการกลุ่มว่ามีเป้าหมายอย่างไร

 "บางคนยังไม่ทราบเลยว่าตัวเองมาทำไม เจอคนชวนก็ตามมา ในด้านการเปิดรับสื่อ คนที่รับข้อมูลตลอดเวลาเป็นไปได้สูงที่จะเกิดความเครียด รู้สึกกระวนกระวายใจ ไว้ใจใครไม่ได้ เพราะคนเรามีระดับความแข็งแรงของจิตใจไม่เท่ากัน รับรู้เท่าที่ตัวเองรับได้ สุดท้ายหากรู้สึกว่าเริ่มรับไม่ไหวให้หยุดติดตาม" ดร.เพ็ญนี กล่าวฝากทิ้งท้าย

เบญจวรรณ รักมณี