
จี้ทบทวนงบฯสร้างหนัง"สมเด็จพระนเรศวรฯ"
ร้องบอร์ดชาติทบทวน-ยกเลิกให้งบ 100 ล้านหนังตำนานสมเด็จพระนเรศวรฯ เปิดทางให้ผู้ที่ขาดโอกาส เผย กก.บางคนมีผลประ โยชน์ทับซ้อน แนะเผยข้อมูลการตัดสินต่อสาธารณชน ยันเดินหน้าฟ้องศาลปกครองหากยังให้งบฯอยู่ ส่วนกรรมการฯยอมรับเวลาพิจารณาโครงการที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะอ
(3พ.ค.) ที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ รองปลัดวธ.ในฐานะ ประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขการสนับสนุนกิจกรรมหรือโครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ กล่าวภายหลังประชุมหารือกับนายมานิต ศรีวานิชภูมิ ช่างภาพและผู้กำกับภาพยนตร์อิสระ และนายอภิชาติพงษ์ วีระเศรษฐกุล ผู้กำกับภาพยนตร์ไทย กรณีการคัดค้านการจัดสรรเงินทุนสนับสนุนให้ภาพยนตร์เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ถึง 100 ล้านบาท ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555ว่า ทางผู้ร้องได้ขอให้วธ.ดำเนินการทบทวนการสนับสนุนงบประมาณให้แก่ภาพยนตร์ เรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวร จำนวน 100 ล้านบาทจาก 200 ล้านบาท ซึ่งจะนำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ พิจารณาอีกครั้ง ภายในเดือนพ.ค.นี้ แต่ก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่า คณะกรรมการภาพยนตร์ฯจะพิจารณาอีกครั้งหรือไม่ เนื่องจากได้มีมติเห็นชอบให้การสนับสนุนทุนแก่ภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรก่อนหน้านี้แล้ว
นายมานิต กล่าวว่า ได้เสนอต่อที่ประชุมว่า ควรมีการทบทวนการสนับสนุนเงินทุนให้แก่ภาพยนตร์สมเด็จพระนเรศวรอีกครั้ง หรือไม่ก็ยกเลิกการสนับสนุน เพราะเห็นว่า งบประมาณดังกล่าว ควรที่จะนำมาสนับสนุนผู้กำกับและผู้สร้างหนังที่ยังขาดโอกาสอยู่ หากมีการทบทวนแล้วยังมีการสนับสนุนงบประมาณ จำนวน 100 ล้านบาทอยู่ ตนจะยื่นเรื่องต่อศาลปกครอง และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.)ให้ตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไป
ด้านนายอภิชาติพงษ์ กล่าวว่า วงการภาพยนตร์มันแคบ เป็นไปไม่ได้ที่คณะอนุกรรมการพิจารณาฯ จะไม่มีผู้ผลิต หรือผู้ประกอบการภาพยนตร์เข้ามามีส่วนในการพิจารณาตัดสินการคัดเลือกภาพยนตร์ตามโครงการนี้ จึงมีเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อนเข้ามา ดังนั้น วธ.ควรระบุให้ชัดเจนว่าใครมีส่วนได้ส่วนเสียกับเรื่องดังกล่าว หากเมื่อมีการพิจารณาจะมีการเชิญกรรมการให้ออกจากที่ประชุม ในวาระพิจารณาโครงการของตนเองหรือไม่ และควรเผยแพร่เอกสารการประชุมผลตัดสินต่อสาธารณชนด้วย
นายศรีรัตน์ นุชนิยม ผู้อำนวยการบริหารสมาพันธ์สมาคมภาพยนต์แห่งชาติ หนึ่งในคณะอนุกรรมการพิจารณาหลักเกณฑ์ฯ กล่าวว่า การทำงานของกรรมการพิจารณาค่อนข้างหนักมาก ดูรายละเอียดทุกขั้นตอนกว่า 200 เรื่อง มีการประชุมหลายรอบก่อนจะส่งให้บอร์ดชาติพิจารณา แม้แต่โครงการจัดงานสุพรรณหงส์ที่ทางสมาพันธ์ฯ เป็นผู้เสนอขอสนับสนุนงบ 10 ล้านบาท ก็จะเดินออกจากห้องพิจารณาเปิดทางให้คณะกรรมการท่านอื่นพิจารณาตามความถูกต้องเหมาะสม ซึ่งเราได้มาเพียง 7 ล้านบาท แต่ยังไม่เพียงพอต้องหาผู้สนับสนุนรายอื่นเพิ่ม เป็นต้น ดังนั้น จึงขอยืนยันในความโปร่งใส
นายกิตติศักดิ์ สุวรรณโภคิน นักวิชาการภาพยนต์และวีดีทัศน์ หนึ่งในคณะอนุกรรมการพิจารณาหลักเกณฑ์ฯ อีกท่าน กล่าวว่า ในการพิจารณาภาพยนตร์เราไม่ได้พิจารณาว่าผู้ผลิตรายใหญ่หรือเล็ก เช่น เรื่องอี่นางเอ้ย ของสหมงคลฟิลม์ ส่งมานั้นไม่ได้มีการพูดถึงสหมงคลฟิล์มเลย เราให้เหตุผลที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น
โดยเฉพาะการแต่งงานกับชาวต่างชาติของคนอีสาน ซึ่งบทภาพยนตร์ได้รับรางวัลชนะเลิศในเวทีการประกวดเมื่อ 3 ปีที่แล้ว แต่ไม่มีทุนทำเพราะผู้สร้างคงคิดแล้วว่าไม่ทำเงิน จึงพิจารณาช่วยเหลือ และหากกรรมการท่านใด หรือหน่วยงานเป็นผู้ส่งโครงการของบ จะออกจากห้องประชุมเพื่อให้กรรมการท่านอื่นพิจารณาให้งบอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส และยืนยันตามหลักเกณฑ์เราไม่ได้ให้การสนับสนุนภาพยนตร์ 100 % แต่เป็นงบสนับสนุนส่วนหนึ่งเท่านั้น



