
จ.ม.ถึงผู้แทน ไม่มีใครรู้...(1)
หลังจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองที่มีการนองเลือดในกรุงเทพฯ อย่างไม่คาดการณ์มาก่อน มีลูกค้าสอบถามเข้ามามากว่า ประเทศไทยจะเป็นอย่างไรต่อไป
จากการวิเคราะห์สถานการณ์ในประเทศไทย คำตอบสั้นๆ คือ “ยังไม่รู้” และยังสงสัยว่า จะมีใครรู้บ้าง ความรุนแรงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากมีการประท้วงที่พอจะเรียกได้ว่า อยู่ในความสงบเรียบร้อยมานานหนึ่งเดือน จึงเป็นการยากที่จะบอกได้ว่า เหตุการณ์ต่อไปจะเป็นไปในทิศทางที่มีการประนีประนอมกันได้หรือไม่ลงรอยกันมากขึ้น
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ประสบกับสถานการณ์ที่มีการเดินขบวนประท้วงรัฐบาล จนกลายเป็นความรุนแรงที่คล้ายคลึงกับครั้งนี้มาแล้วหลายครั้ง ล้วนจบลงคล้ายคลึงกัน ประนีประนอมกันได้ เหตุการณ์คืนสู่ความสงบสันติในที่สุด พร้อมทั้งมีรัฐบาลใหม่ที่มาจากพลเรือนเข้ามาปกครองประเทศต่อไป
เหตุการณ์นองเลือดที่เกิดขึ้น จึงเป็นเพียงการตอกย้ำถึงความอ่อนแอในระบอบการปกครองที่ผ่านมา โดยที่โครงสร้างการปกครองของไทยยังคงมีลักษณะเผด็จการในหลายรูปแบบ และกองทัพยังคงเป็นผู้ตัดสินในท้ายที่สุดว่า ใครจะมาเป็นรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นที่เปิดเผยหรือไม่ก็ตาม ทั้งนี้โดยผ่านการปฏิวัติรัฐประหาร หรือการบงการอยู่เบื้องหลัง
แม้ประเทศไทยได้ผ่านการพัฒนา จนความคาดหวังเกี่ยวกับการกระจายรายได้และแบ่งปันทรัพยากรภายในประเทศได้เติบโตขึ้นตามลำดับ แต่ความแตกแยกทางสังคมของไทยในครั้งนี้กลับรุนแรงลึกซึ้งมากกว่าครั้งใดๆ วิกฤติในขณะนี้เริ่มต้นขึ้น
เมื่อประมาณ 4 ปีที่ผ่านมา กลุ่มคนเสื้อแดงซึ่งเชื่อมั่นด้วยเหตุผลเพียงด้านเดียวว่า มีการบิดเบือนหลักการประชาธิปไตยโดยสถาบันที่มีความเป็นปึกแผ่นมั่นคงของประเทศ ได้อาศัยกฎหมายและช่องทางอื่นๆ เพื่อกีดกันไม่ให้ผู้แทนราษฎรของฝ่ายที่สนับสนุนอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับเข้าสู่วงจรอำนาจอีกครั้ง แม้จะได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาก็ตาม ดังนั้น ข้อกล่าวหาจากกลุ่มคนเสื้อแดงที่ว่า นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขาดความชอบธรรมในการขึ้นครองอำนาจจึงเกิดขึ้น
ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์
บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน อเบอร์ดีน จำกัด



