ไลฟ์สไตล์

แขกรับเชิญ-ร้อยดอกไม้แบ่งบาน วันนักเขียน ๒๕๕๓

แขกรับเชิญ-ร้อยดอกไม้แบ่งบาน วันนักเขียน ๒๕๕๓

03 พ.ค. 2553

ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2553 นอกจากจะเป็น วันฉัตรมงคล อันเป็นมงคลยิ่งแล้ว สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ยังขอความเป็นมงคลนั้นมากำหนดให้เป็น วันนักเขียน

 ในปีนี้  ภาคเช้ายังเป็นการทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่นักเขียนผู้ล่วงลับไปแล้วที่สมาคมฯ ในซอยกรุงเทพฯ-นนทบุรี 33 เหมือนเดิม  และเนื่องจากวันเกิดของ ส.บุญเสนอ หรือ เสาว์ บุญเสนอ ผู้อุทิศที่ดินและบ้านให้เป็นที่ทำการสมาคมฯ เป็นวันที่ 3 พฤษภาคม  สมาคมฯ  จึงถือโอกาสทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่ ส.บุญเสนอ ไปในวาระเดียวกัน  งานเริ่มตั้งแต่ 10.00 น. จนถึง 12.00 น.

 ส่วนในภาคบ่าย   สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยย้ายจากโรงแรมมาจัดงานที่ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ซอยทองหล่อ  ถนนสุขุมวิท  โดยเริ่มลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 13.00 น.  งานจัดในห้องประชุมใหญ่ชั้น 3 หลังจากชมัยภร  แสงกระจ่าง  นายกสมาคมฯ เปิดงาน  และ ดร.ญาดา  อารัมภีร อ่านบทกวีแล้ว  จึงเป็นรายการชมวีดิทัศน์สมาคมฯ   และเนื่องจากเป็นการจัดงานในแนวความคิดที่ว่า ร้อยดอกไม้แบ่งบาน วันนักเขียน  จึงมีการมอบรางวัลวรรณกรรมในวันนี้หลายรางวัลด้วยกัน โดยเริ่มจากการมอบ รางวัลสุภาว์ เทวกุลฯ  ซึ่งเป็นการประกวดเรื่องสั้น (5-8 หน้า) ของมูลนิธิสุภาว์ เทวกุลฯ ร่วมกับสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย  มีผู้ส่งเข้าประกวดถึง 300 กว่าเรื่อง  และมีผู้ได้รับรางวัล 15 คน  ได้รางวัลคนละ 5,000 บาท   เรื่องที่ได้รับรางวัลเรียงตามลำดับตัวอักษรของชื่อเรื่อง ได้แก่

 คงจะยังเหลืออะไรบ้าง ของ ปรีดี  หงษ์สต้น
 จระเข้   ของ วัฒน์ ยวงแก้ว
 จ่าเฉลิม   ของ จารี จันทราภา
 ดวงดาวของแม่  ของ กันย์นรา  พิชาพร
 เด็กหญิงเคว้งคว้าง  ของ กร ศิริวัฒโน
 ใบหน้าของโจโฉ  ของ ชาติณรงค์  วิสุตกุล
 ปลายทาง  ของ จิรัฏฐ์  เฉลิมแสนยากร
 พุดดิ้ง   ของ วรภ วรภา
 เพราะโลกเราร้อน  ของ ปราจิณ   คงคะจันทร์
 ลูกของลูกสาว  ของ นทธี  ศศิวิมล
 เลือดเนื้อและชีวิต  ของ ธารา  ศรีอนุรักษ์
 โลกจากเราไป  ของ วรวิช  ทรัพย์ทวีแสง
 สีนวล   ของ ธีรวิชย์   วงศ์มุสิก
 โสร่งสีน้ำหมาก  ของ องค์ บรรจุน
 ไอ้บ้า ๕ บาท  ของ เชตวัน  เตือประโคน

 ทุกเรื่องได้รับรางวัลเงินสด  5,000.- บาท  พร้อมโล่รางวัล   จากนั้น  สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ จะจัดพิมพ์รวมเล่มเป็นครั้งแรก   นอกจากนี้ยังมีการลุ้นประกาศกันสดๆ ในงานด้วยว่า ใน 15 คนนั้น  ใครจะได้รางวัลที่ 1 รางวัลที่ 2 และรางวัลที่ 3 ด้วย  หลังการมอบมีการเปิดใจกรรมการและผู้ได้รับรางวัลด้วย

 ต่อจากนั้น  เป็นการมอบรางวัลอีกรางวัลหนึ่งคือ การประกวดเรื่องสั้นขนาดยาว (25-30 หน้า)  ซึ่งมีผู้ ส่งเข้าประกวด 45 ราย และมีผู้ได้รับรางวัล 3 ราย คือรางวัลชนะเลิศ  ได้แก่ เรื่อง ตาต้นสน  ของ  “จัตวาลักษณ์” ได้รับเงินรางวัลจำนวน  15,000.-บาท   พร้อมโล่เกียรติยศ

 รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ได้แก่  เรื่อง “หลง” ของ สิขรินทร์ เมฆกระจ่าง  ได้รับเงินรางวัลจำนวน 10,000 บาท พร้อมใบประกาศเกียรติคุณ

 รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้แก่ เรื่อง  “ปฏิสนธิ” ของ วัฒน์ ยวงแก้ว  ได้รับเงินรางวัลจำนวน 8,000 บาท พร้อมใบประกาศเกียรติคุณ งานนี้ มีการเปิดใจกรรมการพร้อมมูล

 จากนั้นจึงเป็นการแสดงปาฐกถา โดยศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ คนล่าสุด คือ ดร.เสกสรรค์ ประเสริฐกุล ในหัวข้อ “การเขียนหนังสือในฐานะการแสดงออกทางจิตวิญญาณ”  ต่อจากนั้นจึงเป็นการมอบรางวัลวรรณกรรมรางวัลที่ 3 คือ รางวัลศรีบูรพา  ซึ่งปีนี้ผู้ได้รับรางวัลคือ พระไพศาล  วิสาโล  และมีการกล่าวสุนทรกถาโดยพระไพศาลด้วย

 เมื่อมอบรางวัลศรีบูรพาเสร็จแล้ว  จะมีการย้ายงานลงมาอยู่ที่ลานชั้น 2  ให้เริ่มด้วยการคารวะนักเขียนผู้ใหญ่  จากนั้นจึงเป็นการสังสันทน์  มีตั้งแต่การร้องเพลง การอ่านบทกวี  และการกินการดื่ม  จนกว่า สามทุ่มจึงเลิกงาน

 ทั้งหมดนี้ในภาคบ่าย พิธีกรคือ คุณบูรพา อารัมภีร  กับ ดร.ญาดา อารัมภีร  ส่วนในภาคค่ำคือ เจน สงสมพันธุ์ และเพชรยุพา บูรณ์สิริจรุงรัฐ   

 ขอเรียนเชิญท่านนักเขียน  นักอ่านที่สนใจไปร่วมงานได้  รับประทานอาหารฟรี  ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ แต่มีหนังสือจำหน่ายในงาน  ต้องซื้อค่ะ

ชมัยภร แสงกระจ่าง