ไลฟ์สไตล์

“ธรัมศาลา” อวลศรัทธาแห่งทิเบต

“ธรัมศาลา” อวลศรัทธาแห่งทิเบต

01 พ.ค. 2553

หากปรารถนาจะสูดอากาศอวลศรัทธาของทิเบต แต่ยังไม่มีโอกาสไปเหยียบย่างยังแผ่นดินทิเบต จงมุ่งหน้าไปหา ดรัมศาลา (Dharamsala)

 เมืองเล็กๆ บนชายคาชมพูทวีป ซึ่งไม่ได้เพียงแค่มีกลิ่นอายของทิเบต หากแต่เป็นดั่งศูนย์รวมจิตใจของผู้คนชาวทิเบต ที่ยิ่งใหญ่ไม้แพ้นครลาซา

 ฉันเองแม้จะเคยสัญจรไปหาทิเบตมาแล้ว แต่ก็ยังเพียรจัดสรรวันว่างพาตัวเอง บากหน้าไปหาดรัมศาลาเข้าจนได้  

 “คิงฟิชเชอร์” สายการบินห้าดาวของชาวอินเดีย (0-2661-7022 คลิกดูรายละเอียด  www.flykingfisher.com) พาฉันเหาะเหินเดินอากาศ จากกรุงเทพบินตรงดิ่งไปหาเดลลี เมืองหลวงที่มีความชุลมุนเป็นเครื่องหมายการค้า จากนั้นก็ ไปตายเอาดาบหน้า!!! เป็นแบบนี้เสมอกับอินเดีย เที่ยวแบบไร้แผนไร้กรอบเสียบ้าง ให้สุขทุกข์คลุกเคล้าระคนปนกัน ชีวิตจะได้ทำความรู้จักกับรสขื่น เวลาทุกข์มาขอเกาะเป้ไปเที่ยวด้วยจะได้ชินชาและคุ้นเคยกับมัน

 ค่ำคืนที่ทั้งรถประจำทางและรถไฟ พากันรวมหัวตีจากเดลลีไปหมดแล้ว  ความหวังก็อยู่ที่รถเที่ยวเช้ามืด ไม่ก็รถเที่ยวรุ่งสาง หรือแย่สุดก็คงได้เกาะรถเที่ยวสายอาวุโสเพื่อไปหาดรัมศาลา 

 นอนสถานีรถไฟ หรือ นอนสนามบินดีล่ะ???  ทั้งสนทนากับตัวเอง และหารือทางคลื่นสายตากับมิ่งมิตรอีก 2 หน่วย  ด้วยรู้ดีว่าสำหรับอินเดียที่ไหนๆ ก็เป็นเตียงนอนได้ทั้งนั้น จะริมชานชาลาสถานีรถไฟ เกาะกลางถนน หรือแม้แต่มุมแคบๆ ในสนามบิน แค่เอนหลังลงก็ไม่มีใครถากถางทางสายตา เที่ยวนี้เลยหนีบหนังสือพิมพ์ติดไปเป็นผ้าปูที่นอนด้วย

 จังหวะที่เอนหลังลงในมุมแคบๆ ที่นักเดินทางชั้นประหยัดหลากสัญชาติ นอนรวมกันอย่างระเกะระกะ ก็ได้แต่นึกในใจว่า อินเดียยังคงเป็นลานฝึกปรือความอดทนได้ดีเสมอมา

 ตี 4 ฤกษ์งามยามงัวเงีย จึงเคลื่อนทัพจับแท็กซี่ไปหาสถานีรถไฟนิวเดลลี  ที่นั่นคงไม่เคยทำให้ใครเหงา เพราะมีเพื่อนร่วมโลกนอนกันเกลื่อน จนแทบไม่เห็นพื้นผิวของลานกว้างข้างสถานีรถไฟ

 มีรถไฟหลายขบวนนะ แต่ไม่มีที่นั่งว่าง! ตั๋วรถไฟเต็ม! บัสเที่ยวเช้ามืดก็ล้น! ถ้าจะไปรถบัสเที่ยวเย็นก็ออกประมาณ 4 โมงเย็นไปถึงเช้าของวันรุ่งขึ้น!  สารพัดคำตอบและข้อเสนอที่ชวนให้หายงัวเงียเป็นปลิดทิ้ง ก็บอกแล้วว่าอินเดียชอบส่งอุปสรรคมาลองใจทุกเที่ยว

 แต่เศรษฐีจากทุ่งบางนาอย่างเรา ก็ใช่ว่าจะสิ้นไร้ไม้ตรอกซะทีเดียว โดนทราเวล เอเย่นต์ขู่ซะหัวหดขนาดนี้ เลยเอาเงินรูปีฟ่อนย่อมๆ เช่ารถแท็กซี่แบบซิ่งม้วนเดียวจบ 10 กว่าชั่วโมง ก็ได้ดมกลิ่นของเมืองศรัทธาแห่งดรัมศาลา

 หลายครั้งหลายคราที่ตระเวนท่องไปตามหัวเมืองน้อยใหญ่ในอินเดีย พบว่า ถ้ามีการจัดอันดับความหนาแน่นของนักเดินทางที่สุมทุมกันตามเมืองต่างๆ  ถัดจากเมืองอุไดเปอร์ พาราณสี  ก็เห็นจะมีดรัมศาลานี่แหละ ที่ติดท็อปทรีเมืองยอดฮิตอยู่ด้วย เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหน ก็เจอแต่นักท่องโลกอยู่รายรอบตัว นั่นเป็นเหตุผลให้การหาเรือนพักในดรัมศาลาไม่ใช่เรื่องหมูๆ กว่าจะหาที่ซุกหัวนอนได้ก็เดินขึ้นเขาลงเขาซะน่องปูดไปหมด

 แต่ไม่ว่าจะเป็นเรือนพักที่ไหนๆ ก็มักจะมีดาดฟ้าเอาไว้ให้แขกเหรื่อทุกคนได้นั่งบริโภควิวงามหยด เป็นของสมนาคุณที่อุตส่าห์นั่งรถไต่เขาฝ่าโค้งคดเคี้ยวมาหลายชั่วโมง ซึ่งแน่นอนว่าสรรพคุณของวิวทิวทัศน์ เป็นเหมือนยาคลายกล้ามเนื้อนวดกายใจให้หายเมื่อยได้ทุกครั้ง

 ถนนโยกิบารา (Jogibara) แคบเท่าสองคนยืนกางแขน แทบไม่มีมุมไหนที่ปลอดมนุษย์ ในคลื่นมนุษย์ที่ยืนปะปนกัน ถ้าไม่ใช่ชาวทิเบตที่อพยพเข้ามาอยู่เหยียบแสนคน ก็เป็นฝรั่งหลากสายพันธุ์ ที่บางคนอยู่หนึ่งอาทิตย์ หนึ่งเดือน หนึ่งปี หลายคนอาจจะนานกว่านั้น หรือบางคนเลือกที่จะอยู่ชั่วชีวิต

 สาวเมืองแอนท์เวิร์ปคนหนึ่งที่บังเอิญเจอกันบอกว่า เธอแค่ตั้งใจมาเที่ยว แต่นี่อยู่มาแปดปีแล้วยังไม่ได้เอาเท้ากลับไปย่ำเบลเยียมอีกเลย แม่สาวเบอร์ลินเนอร์เจ้าของเรือนพักของฉัน ทีแรกก็แค่ตั้งใจมาเที่ยว แต่ทุกวันนี้ชีวิตแลนดิ้งที่ดรัมศาลา แต่งงานและใช้ชีวิตอยู่ที่นี่กับลูกและสามี

 ทุกวันนี้ดรัมศาลาจึงไม่ใช่เมืองที่หมายของชาวทิเบตพลัดถิ่นผู้โหยหิวอิสรภาพ หากแต่คือจุดหมายปลายทางของนักเดินทางผู้แสวงหาเมืองในหุบเขาอันแสนสงบ

 นอกจากรัฐบาลจีนจะเป็นคำแสลงหูของชาวทิเบตที่อยู่ที่นี่ ถุงพลาสติกยังเป็นของแสลงสำหรับชาวเมืองด้วย คนที่นี่เขาประกาศตัดขาดจากถุงพลาสติก เวลาจะซื้ออะไรทีก็จะห่อด้วยถุงกระดาษ และมีถังเติมน้ำดื่มเอาไว้ให้สำหรับคนที่ไม่อยากซื้อน้ำที่บรรจุในขวดพลาสติก

 ดรัมศาลาคือบ้านหลังที่สองของชาวทิเบตพลัดถิ่น ที่องค์ดะไลลามะได้นำชาวทิเบตอพยพเข้ามาก่อร่างสร้างเมืองได้กว่าครึ่งศตวรรษแล้ว  พวกเขาอาจรู้สึกอบอุ่นที่รอบตัวมีเพื่อนร่วมชาติอีกเรือนหมื่น แต่คงไม่มีใครอยากใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ ตราบจนลมหายใจถูกพราก 

 เพราะยังไงเสีย บ้านหลังที่สองคงอบอุ่นสู้บ้านหลังแรกไม่ได้

"กาญจนา หงษ์ทอง"