ไลฟ์สไตล์

"แทม" ทิพธิดา สุขุม เลือก "ฮาร์พ" ปรุงชีวิต

"แทม" ทิพธิดา สุขุม เลือก "ฮาร์พ" ปรุงชีวิต

01 พ.ค. 2553

คุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดีตามหน้าหนังสือพิมพ์รายวันและแม็กกาซีนไฮโซ กับสาวหน้าสวยบุคลิกมาดมั่นอย่าง "แทม" ทิพธิดา สุขุม ลูกสาวคนเล็กของ ทิพย์รักษ์ และ ภควดี สุขุม นักธุรกิจใหญ่ในแวดวงสังคม ซึ่งหลังจากที่สาวแทมเรียนจบด้านการทำอาหารจากโรงเรียนสอนการประกอบอาห

  นอกจากหน้าที่เชฟที่ฝึกปรือฝีมือจนอยู่ตัวแล้ว ทีมงาน "คม ชัด ลึก" ยังแอบรู้มาว่า มีเวลาว่างเมื่อไหร่สาวแทมมักจะให้เวลากับการเล่นดนตรี ซึ่งเครื่องดนตรีที่สาวแทมเลือกเล่นนั้นเป็นเครื่องดนตรีจากแถบยุโรป ที่ยังไม่เป็นที่นิยมมากนักในกลุ่มคนไทย และเครื่องดนตรีที่เธอเลือกเล่นก็คือ "ฮาร์พ" นั่นเอง วันนี้ทีมงานจึงนัดแนะสาวแทม ขอตามไปดูเธอฝึกซ้อมที่ศูนย์ฮาร์พ ตำหนักประถม ย่านสุขุมวิท 43 ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนฮาร์พเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย

 ก้าวผ่านประตูสู่ตำหนักประถม เห็นเครื่องดนตรีชนิดดีดตั้งเรียงรายต้อนรับอยู่ด้านหน้า ขณะที่สาวแทมก็รีบออกมาทำหน้าที่ต้อนรับขับสู้ด้วยความแช่มชื่น พลางชี้ชวนให้ดู "ฮาร์พสีทอง" ที่ตั้งตระหง่านอยู่หัวแถวพร้อมถ้อยแถลงที่แสดงความปลาบปลื้มแบบปิดไม่มิดว่านี่คือ เครื่องดนตรีของ สมเด็จฯ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพชรบูรณ์อินทราชัย พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระพันปีหลวง ซึ่งถือว่าทรงเป็นศิลปินไทยพระองค์แรกที่เรียนฮารพ์ ทั้งยังทรงนำฮาร์พกลับมาประเทศไทยในฐานะเครื่องดนตรีชิ้นโปรด จึงนับได้ว่าเครื่องดนตรีที่พวกเราเห็นอยู่นี้ เป็นฮาร์พตัวแรกของประเทศ

 "ตอนแทมเรียนอยู่ที่อังกฤษจะเห็นคนนิยมเล่นฮาร์พกัน เพราะเสียงที่ไพเราะมากๆ ขณะเดียวกันแทมเองก็เห็นว่ามันเป็นเครื่องดนตรีที่สวย คนเล่นจะดูสง่าดูเป็นผู้ยิ้ง...ผู้หญิง ยิ่งได้รู้ว่าเป็นเครื่องดนตรีที่เก่าแก่และคลาสสิกก็เลยยิ่งสนใจ ประกอบกับเมื่อกลับมาเมืองไทย ร้านขายฮารพ์จะอยู่ในละแวกใกล้ๆ กับบ้านก็เลยลองเดินเข้าไปดู เจ้าหน้าที่ก็แนะให้ทดลองเล่น แล้วก็รู้สึกว่าเสียงมันไพเราะจริงๆ แทมเลยตัดสินใจเรียน โดยเริ่มตั้งแต่พื้นฐาน ตั้งแต่เรียนตัวโน้ตก่อน ช่วงแรกที่เรียนจะต้องมีกระจกวางไว้ด้านข้าง เนื่องจากที่นี่ค่อนข้างเข้มงวดว่าตำแหน่งการนั่งท่าทางต้องดี เสียงต้องดี มือต้องถูก หลังและไหล่ต้องตรงสวย จริงๆ แล้วต้องใช้เข่า 2 ข้างรับน้ำหนักของฮาร์พที่มีน้ำหนักกว่า 30 กิโลกรัม แต่บางทีเล่นไปเพลินๆ มันก็จะไหลลงมาทับตรงบ่า ซึ่งถ้าทับบ่อยๆ ก็จะปวดได้" สาวแทมเล่า พร้อมสาธิตท่าทางประกอบอย่างชำนิชำนาญ                                                                            
 ถึงเวลาของการร่ำเรียนดนตรีจะผ่านมากว่า 3 ปีแล้ว แต่สาวแทมก็ยังคงเรียนรู้การเล่นฮาร์พอย่างต่อเนื่อง โดยเธอบอกว่า ตอนนี้เรียนอยู่เกรด 3 อ่านโน้ตได้คล่องขึ้น เล่นเป็นเพลงได้แล้ว เพลงแรกที่เล่นได้รู้สึกจะเป็น ทวิงเกิล ลิตเติ้ลสตาร์ โดยเธอตั้งใจไว้ว่าจะเรียนไปเรื่อยๆ จนจบเกรด 8 แต่ไม่ได้เร่งตัวเองว่าจะต้องสอบผ่านแต่ละเกรดภายในกี่ปี แต่เน้นไปที่ตัวเพลงที่จะเลือกเรียนและเล่นเพลงที่ชอบมากกว่า เพราะเล่นฮาร์พแล้วได้ผ่อนคลาย เล่นแล้วมีความสุขและยังมีสมาธิมากขึ้น

 "มีความสุขทุกครั้งที่ได้เล่น ตอนนี้เก็บเงินซื้อไว้ที่บ้านเครื่องหนึ่งด้วย เป็นแกรนด์คอนเสิร์ต 47 สาย แทมจะมาเรียนที่นี่อาทิตย์ละครั้ง แต่กลับไปต้องซ้อมเองที่บ้านทุกวันอย่างน้อย 15 นาที ฮาร์พตัวเดียวสามารถเล่นเป็นเพลงได้เลย ถ้าเกิดเรามีโน้ตเราสามารถนำมาปรับใช้ได้ ไม่จำเป็นต้องเล่นคู่กับเครื่องดนตรีชนิดอื่นก็ได้ หรือจะเล่นเป็นดูโอคู่กับฟลุต แซกโซโฟน หรือจะเล่นเป็นวงก็ได้ ถึงฮาร์พจะดูเป็นเครื่องดนตรีที่คลาสสิก แต่สามารถเล่นเพลงได้ทุกแนว เวลาครูเอาเพลงมาเรียบเรียงเพลงไทยเดิมอย่างเพลงค้างคาวกินกล้วย ก็สามารถเล่นได้เหมือนกัน" สาวแทมเล่าพลางเล่นโชว์อย่างคล่องแคล่ว ก่อนทิ้งท้ายการสนทนาในช่วงสุดท้ายว่า เล่นฮาร์พก็เพราะใจรัก และเล่นเป็นงานอดิเรกเพื่อให้ผ่อนคลายเท่านั้น แต่เวลาเล่นจะเหม่อไม่ได้เลย ถ้าเหม่อจะไม่เห็นสายเลย เวลาเล่นตาก็ต้องอ่านโน้ต มือก็ต้องดีด เป็นการฝึกสมาธิไปในตัว และช่วยให้เราเป็นคนที่มีสมาธิมากขึ้นด้วย

เรื่อง... "วันวิสา โรจน์แสงรัตน์"
ภาพ... "นัทพล ทิพย์วาทีอมร"