
รัฐรับเลิกสัญญาไทยคมยากถูกฟ้องแน่
เลิกสัญญาสัมปทานไทยคมไม่ง่าย มองมีโอกาสถูกฟ้องค่าเสียหาย แนะประสานกรรมการโครงการดาวเทียมร่วมแก้ปัญหา ด้านไทยคมยันให้ความร่วมมือกับรัฐเต็มที่แล้ว
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลได้มอบให้กระทรวงไอซีทีและสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาเลิกสัญญาสัมปทานกับบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ว่า ยอมรับว่าการยกเลิกสัญญามีหลายขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งแนวทางแก้ปัญหากรณีไทยคมไม่ยอมปิดสัญญาณ หรือดำเนินการใดๆ ที่กระทบต่อความมั่นคง กระทรวงไอซีทีควรนำเรื่องนี้ไปหารือในคณะกรรมการประสานงานโครงการดาวเทียมก่อนว่า จะแก้ปัญหาร่วมกันอย่างไร เพราะถ้ายกเลิกสัญญาทันที เชื่อว่าจะถูกบริษัทฟ้องเรียกค่าเสียหาย
ทั้งนี้สัญญาข้อ 19 กำหนดให้คณะกรรมการร่วมพิจารณาให้การดำเนินงานต่างๆ ของบริษัทและรัฐบาลเป็นไปตามสัญญาสัมปทาน หากรัฐบาลจะยกเลิกสัญญา เพราะบริษัทไม่ดำเนินการตามคำสั่ง ต้องเสนอเรื่องให้คณะกรรมการร่วมพิจารณาว่า การที่บริษัทไม่ปฏิบัติตามคำสั่งรัฐบาลที่อาศัยอำนาจของ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ปิดสัญญาณทีวีดาวเทียม เป็นการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยสัญญาหรือไม่
"แม้ว่า ครม.ให้ยกเลิกสัญญา แต่บริษัทไม่เห็นด้วย ก็เสนอให้ตั้งคณะอนุญาโตตุลาการชี้ขาดได้อีก ซึ่งกระบวนการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3 เดือน" แหล่งข่าวกล่าวและว่า นอกจากนี้ ในสัญญาข้อ 45.6 กำหนดว่า กรณีที่มีข้อพิพาทและอยู่ระหว่างการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ กระทรวงไอซีทีและบริษัทต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในสัญญาต่อไปจนกว่าจะมีการชี้ขาด ซึ่งหมายความว่าระหว่างนั้น รัฐบาลจะยกเลิกสัญญาสัมปทานไม่ได้
รายงานข่าวจากบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ชี้แจงว่า บริษัทได้ให้ความร่วมมือกับภาครัฐอย่างเต็มที่ตลอดมา แต่เนื่องจากการส่งสัญญาณของพีทีวีเป็นการดำเนินการของลูกค้าที่อยู่ในต่างประเทศ บริษัทจึงไม่สามารถหยุดการส่งสัญญาณได้โดยตรงและทันที พร้อมกันนี้ บริษัทได้ชี้แจงถึงขั้นตอนการดำเนินการต่างๆ และยืนยันว่าได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขในสัญญาสัมปทานดาวเทียมทุกประการตลอดมา



