ไลฟ์สไตล์

ชีวิตกับกล้วยไม้ (2)

ชีวิตกับกล้วยไม้ (2)

30 เม.ย. 2553

ดังนั้น แม้ปัจจุบันเราจะพบความจริงว่าวงการกล้วยไม้ไทยได้ดังกระฉ่อนไปทั่วโลก หากเราไม่ประมาทก็ไม่ควรจะลืมสิ่งที่ผ่านพ้นมาในอดีต ไม่ว่าเวลาที่ผ่านมาจะยาวนานสักแค่ไหน เราควรมองย้อนกลับไปดูถึงที่มาที่ไปด้วยหัวใจที่เป็นธรรมและบริสุทธิ์

 ความจริงแล้ว ประวัติวงการกล้วยไม้ของไทย เท่าที่ผ่านพ้นมาเป็นเวลาร่วม 60 ปี ไหนๆ หลายคนก็บอกว่าฉันเป็นบิดาแห่งวงการกล้วยไม้ไทยแล้ว และหากเธอทั้งหลายสนใจศึกษาหาความรู้ ก็จะทราบดีว่า ชีวิตฉันนำปฏิบัติเพื่อต่อสู้กับความยากลำบากแสนสาหัสมากน้อยแค่ไหน!!!

 จากจุดเริ่มต้นที่มีกระแสต่อต้านอย่างหนัก จนกระทั่งมาถึงจุดที่กล้วยไม้ของไทยได้ปรากฏขึ้นในสายตาของชาวโลก แถมมีบางประเทศที่อยากได้ผลประโยชน์เกี่ยวกับเรื่องกล้วยไม้ของประเทศไทย เรื่องเหล่านี้มันมีความเป็นมาอย่างไร แล้วฉันมีพฤติกรรมป้องกันรักษาผลประโยชน์ของชาติด้วยวิธีไหน

 ดังเช่น ที่คนโบราณเคยสอนเอาไว้ว่า “อย่าไปมองแต่ภาพเฉพาะหน้า หากควรสนใจที่มาที่ไปของเรื่องที่เราสนใจให้รู้ได้อย่างลึกซึ้ง” นี่แหละไม่ว่าเรื่องนี้จะมีผลตอบสนองแก่คนในชาติหรือมีผลตอบสนองแก่เศรษฐกิจของชาติ ทั้งหมด มันก็เป็นไปได้ทั้งสิ้น

 ช่วงหลังๆ มักมีหลายคนถามว่า ฉันเกิดที่ไหน ? ซึ่งคนที่ถามเรื่องนี้คงจะคิดว่าตัวฉันเกิดในชนบทเพราะได้มองเห็นความจริงแล้วว่า ฉันชอบออกไปใช้ชีวิตอยู่ในชนบท ยิ่งใครว่าที่ไหนมันยากลำบากหรือมีปัญหาหนัก ฉันมักลงไปใช้ชีวิตร่วมทุกข์ร่วมสุขกับชาวบ้านอยู่ตรงนั้นเพื่อเป็นกำลังใจให้เขาทั้งหลายอยู่ตรงนั้นโดยไม่ได้ถือเนื้อถือตัวแต่อย่างใด

 ยิ่งไปกว่านั้น การที่นำตัวลงไปอยู่กับความยากลำบากที่พื้นดินถิ่นเกิดของตัวเองย่อมช่วยให้เกิดสติปัญญารวมทั้งเรียนรู้ธรรมชาติที่อยู่ในรากฐานจิตใจร่วมด้วย

 นี่แหละมันถึงได้ทำให้รากฐานจิตใจของฉันมีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นเป็นลำดับ จริงๆ แล้วฉันเกิดกลางใจเมืองกรุงเทพฯ ที่เกิดของฉันอยู่ที่ตำบลถนนวรจักร อำเภอป้อมปราบศัตรูพ่าย จังหวัดพระนคร ซึ่งถนนเส้นนี้มันเป็นคู่ขนานกันไปกับคูรอบเมืองของเกาะกรุงรัตนโกสินทร์

 หลังจากฉันมีอายุได้ประมาณ 4 ขวบ พ่อกับแม่รวมทั้งญาติพี่น้องที่เคยอยู่รวมกันเช่นคนโบราณ ก็ได้ย้ายภูมิลำเนาออกมาอยู่ที่ตรอกเศรษฐศิริ ซึ่งเป็นบริเวณที่ตั้งของโรงพยาบาลวิชัยยุทธในปัจจุบันนี้!
(ต่อฉบับหน้า)

"ระพี สาคริก"