
ศธ.อุ้มคนพิการเรียนอุดมสามัญและอาชีพ
ศธ.อุ้มคนพิการเรียนต่อระดับอุดมศึกษาทั้งสามัญและสายอาชีพ ออกระเบียบกำหนดอัตราค่าหัวอุดหนนุนให้คนพิการที่เรียนต่อป.ตรีหรือปวช.
(28เม.ย.) นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลัง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ ครั้งที่ 1/2553 เมื่อเร็ว ๆ นี้ ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาให้ความเห็นชอบร่างอนุบัญญัติ ตามพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ.2553 จำนวน 3 ฉบับ ได้แก่ร่างประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ เรื่อง กำหนดอัตราและรายการที่ให้การอุดหนุนทางการศึกษา สำหรับคนพิการในระดับอุดมศึกษา
ทั้งนี้สถาบันอุดมศึกษาที่มีสิทธิได้รับการอุดหนุนทางการศึกษา ตามประกาศนี้ต้องเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่ได้รับคนพิการเข้าศึกษาในหลักสูตรที่ไม่สูงกว่าระดับปริญญาตรี และต้องไม่เคยได้รับการอุดหนุนทางการศึกษาตามประกาศนี้ในหลักสูตรระดับปริญญาตรีมาก่อน โดยรายการที่ให้การอุดหนุนประกอบด้วย ค่าเล่าเรียน ค่าบำรุง ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายอื่นในทำนองเดียวกัน ตามรายการที่ปรากฏในระเบียบ ข้อบังคับหรือประกาศของสถาบันอุดมศึกษาแต่ละแห่งในทุกหลักสูตร โดยไม่เกินอัตรา ดังนี้
กลุ่มสังคมศาสตร์ ศิลปศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ หัวละ 60,000 บาท ต่อปี กลุ่มศิลปกรรมศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ หัวละ 60,000 บาท กลุ่มวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หัวละ 70,000 บาท กลุ่มเกษตรศาสตร์ หัวละ 70,000 บาท สาธารณสุขศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ เภสัชศาสตร์ หัวละ 80,000 บาท แพทยศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ ทันตแพทย์ศาสตร์ หัวละ 150,000 บาท
นายชินวรณ์ กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบ ร่างประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ เรื่อง กำหนดอัตราและรายการที่ให้การอุดหนุนทางการศึกษาอาชีวศึกษาสำหรับคนพิการ โดยสถานศึกษาที่มีสิทธิได้รับการอุดหนุนทางการศึกษาตามประกาศนี้ ต้องเป็นสถานศึกษาที่ได้รับคนพิการ เข้าศึกษาในหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง หรือหลักสูตรปริญญาตรี สายเทคโนโลยีและปฏิบัติการ และต้องไม่เคยได้รับการอุดหนุนทางการศึกษาตามประกาศนี้ ในหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง หรือหลักสูตรปริญญาตรีมาก่อน
ส่วนรายการที่ให้การอุดหนุน ประกอบด้วย ค่าเล่าเรียน ค่าบำรุง ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายอื่นในทำนองเดียวกัน ตามรายการและอัตราที่กำหนดในระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศของส่วนราชการ สถาบันการอาชีวศึกษา หรือสถานศึกษาเอกชน แล้วแต่กรณี และ ร่างประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่อื่นของศูนย์การศึกษาพิเศษ พ.ศ. ....กำหนดให้ศูนย์การศึกษาพิเศษปฏิบัติหน้าที่อื่นได้ ดังนี้1.ส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาให้แก่คนพิการ ที่มีความบกพร่องทางสุขภาพเจ็บป่วยเรื้อรังอยู่ในโรงพยาบาล หรือที่บ้านเป็นระยะเวลานานจนไม่สามารถไปเรียนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานได้ตามปกติ
2. ส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ ที่มีการเรียนร่วมในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานทั้งของรัฐและเอกชน 3. จัดทำระบบส่งต่อ และส่งเสริมสนับสนุนช่วงเชื่อมต่อสำหรับคนพิการ และ4. ส่งเสริมสนับสนุน การพัฒนาศักยภาพด้านอาชีพให้แก่คนพิการและผู้ดูแลคนพิการตามความเหมาะสมและจำเป็น
อย่างไรก็ตาม สำหรับร่างประกาศฉบับนี้ ที่ประชุมได้เสนอแนะให้เพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ โดยให้หน่วยงานภาครัฐ เครือข่ายภาคเอกชนและ อปท. ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา และสนับสนุนการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการด้วย
รมว.ศธ.กล่าวด้วยว่า กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับการศึกษาสำหรับคนพิการเป็นอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากนโยบายเรียนฟรี 15 ปีอย่างมีคุณภาพ ที่สนับสนุนให้คนพิการได้เรียนฟรีจนถึงระดับปริญญาตรี นอกจากนี้ยังส่งเสริมโอกาสสำหรับคนพิการ โดยให้สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ดูแล และรับผิดชอบการศึกษาระดับนี้ ให้มีประสิทธิภาพและครอบคลุมทั่วประเทศ
ในส่วนของโรงเรียนดีประจำตำบล จะสามารถช่วยเด็กด้อยโอกาส เด็กชายขอบ ให้มีพัฒนาการในระดับที่สูงขึ้น และยังเกี่ยวข้องกับคนพิการโดยตรง คือ โรงเรียนดีประจำตำบลจะเป็นโรงเรียนเรียนร่วม โดยกระทรวงศึกษาธิการจะจัดครูไปให้ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้แก่คนพิการ รวมทั้งเป็นการใช้ทรัพยากรที่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ที่สำคัญคือ คนพิการได้เรียนร่วมกับคนปกติด้วย
สำหรับข้อเสนอที่จะให้มีการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปการศึกษาสำหรับคนพิการนั้น ได้ขอให้ฝ่ายเลขานุการที่ประชุมไปเตรียมการในเรื่ององค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ หรืออาจเป็นในรูปแบบคณะอนุกรรมการของคณะกรรมการนโยบายปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (กนป.) ซึ่งจะมีการพิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป



