ไลฟ์สไตล์

ตำรวจโดดขวางหน้ารถ

ตำรวจโดดขวางหน้ารถ

29 เม.ย. 2553

ผมขับมอเตอร์ไซค์ไปทำงาน เมื่อเช้าวันที่ 22 เมษายน 2553 เจอตำรวจหมายเลขหมวก 643 สน.ตลิ่งชัน วิ่งมาจากไหนไม่รู้มาขวางหน้ารถกะทันหัน

ผมเกือบขับรถชน  เรียกขอใบขับขี่และแจ้งข้อหาขับรถวิ่งขวา ทั้งๆ ที่ผมขับแซงรถเมล์ที่จอดอยู่ที่ป้าย ถนนบรมราชชนนี ฝั่งตรงข้าม สน.ตลิ่งชัน ผมเจอเหตุการณ์แบบนี้กับตำรวจ สน.นี้ 2 ครั้งแล้ว ครั้งแรกผมถูกรถเก๋งชนท้าย แต่คนขับรถเก๋งเป็นข้าราชการ ตำรวจเลยบอกว่าถ้าผมเอาเรื่องเขา ผมจะผิด ผมถามว่าผิดข้อหาอะไรก็ตอบไม่ได้ สุดท้ายผมก็ต้องยอม เพราะเสียเวลาผมจะต้องไปทำงาน ถูกชนแล้วผิดทุกวันนี้ผมยังจำได้ดี
 บริเวณนี้ ใต้สะพานจะเป็นป้ายรถเมล์ และเวลานั้น คือเวลา 06.30 น. การจราจรค่อนข้างวุ่นวาย รถเมล์จอดป้ายแทนที่จะอำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่ แต่ตำรวจจราจรกลับมาจับรถที่แซงรถเมล์ และถนนก็มีแผ่นเหล็กปูอยู่ คนที่ขับมอเตอร์ไซค์นอกจากจะต้องคอยเบี่ยงหลบรถเมล์แล้ว ยังต้องหลบแผ่นเหล็กที่ทำมาหลายเดือนแล้วยังไม่เสร็จเสียที
 ตำรวจก็มีความกล้าหาญจริงๆ วิ่งออกมาขวางไม่กลัวตายเลย เพื่อเงิน 100 บาทของผมเท่านั้น ผมแค่วิ่งออกขวาบนถนนเลนเดียวเพื่อแซงรถเมล์ในชั่วโมงเร่งด่วน แต่ทีกับพวกป่วนเมือง ไม่เห็นจะจับเลย ผมเคยเห็นกับตา ตำรวจยืนทื่ออยู่กับที่ไม่ทำอะไรกับคนพวกนั้นเลย
 พอเช้าวันที่ 23 เมษายน ผมก็ยังเจอตำรวจคนเดิมคอยดักจับมอเตอร์ไซค์ ใครแซงรถเมล์ถูกจับทุกกรณี (เคยอ่านเจอว่าแซงรถเมล์แล้วเข้าซ้ายไม่ผิด) ต่างจาก สน.บางพลัด ที่จะมีสะพานข้ามแยกจรัญสนิทวงศ์ ขาไปสะพานซังฮี้ เวลาเช้าๆ มอเตอร์ไซค์สามารถใช้สะพานข้ามแยกได้ ทั้งที่มีป้ายห้ามมอเตอร์ไซค์ขึ้น แต่ด้วยเป็นเวลาเร่งด่วน ตำรวจจึงอนุโลมให้ น่าชื่นชมนัก
กฤษฎา
ตอบ
 พ.ต.ท.ภิญโญ ใหญ่ไล้บาง รอง ผกก.จร.สน.ตลิ่งชัน ชี้แจงว่า ขอเวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนว่าเป็นอย่างไร เพราะเรื่องแบบนี้จะต้องรับฟังทั้งสองฝ่าย อยากให้ผู้ร้องเข้าไปพบเพื่อจะได้สอบปากคำว่าเป็นยังไง ต้องการคุยกับผู้ร้องมากกว่า และจะเรียกเจ้าหน้าที่จราจรหมายเลขหมวก 643 เข้ามาพูดคุยด้วยว่าเรื่องเป็นมาอย่างไร ทำไมต้องทำถึงขนาดนั้น และจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย
 ถ้าไม่เรียกผู้ร้องมาพูดคุยด้วยก็ถือว่าไม่ได้ให้ความเป็นธรรมกับทางตำรวจจราจรด้วยเหมือนกัน
 รองผู้กำกับจราจร บอกว่า ถ้าไม่ได้สอบถามข้อเท็จจริงจากทั้งสองฝ่าย ก็เหมือนถูกกล่าวหาฝ่ายเดียว
ลุงแจ่ม