
หวั่นวธ.ใช้งบ200ล้านเอื้อหนังเฉพาะกลุ่ม
คนทำหนังขู่ฟ้องปปช.ตรวจสอบงบ 200 ล้านของวธ. หวั่นใช้เงินภาษีประชาชนเอื้อประโยชน์เฉพาะกลุ่ม หนุนผู้ผลิตหนังไม่เท่าเทียมกัน ให้ตำนานสมเด็จพระนเรศวรฯ 100 ล้าน แต่เรื่องที่ 2 ได้แค่ 8 ล้าน ด้าน รมว.วธ. แจงมีข้อบกพร่องจากวธ.จริง ทั้งชี้แจงเหตุผลล่าช้า และความไ
จากการที่ นายมานิต ศรีวานิชภูมิ ช่างภาพและผู้กำกับภาพยนตร์อิสระ และนายอภิชาติพงษ์ วีระเศรษฐกุล ผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ออกมาคัดค้านการที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จัดสรรเงินทุนสนับสนุนให้ภาพยนตร์เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ถึง 100 ล้านบาท ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ขณะเดียวกันทาง วธ.ก็ออกมาโต้ถึงความโปร่งใสของการตัดสินดังกล่าวนั้น เมื่อวันที่ 28 เม.ย. นายมานิต กล่าวว่า ตนเห็นว่ากรณีของภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค3และ4 ที่ได้รับการสนับสนุนจากวธ.มีความไม่เป็นธรรม เนื่องจากได้งบประมาณที่เป็นภาษีของประชาชนไปถึง 100 ล้านบาท จาก 200 ล้านบาท ขณะที่ภาพยนตร์เรื่องที่ 2 กลับได้รับงบฯเพียง 8 ล้านบาท ใช้มาตรฐานอะไรมาเป็นตัววัด จึงอยากให้วธ.ตอบให้ชัดเจนกว่านี้เกี่ยวกับที่มาของเงิน 100 ล้านบาทว่ามาอย่างไร และทำไมรายอื่นๆถึงได้รับการสนับสนุนที่แตกต่างกันมากขนาดนี้
“หากไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนว่า วธ.ใช้เกณฑ์อะไรตัดสินเงินให้แก่หนังนเรศวร ผมและผู้ไม่เห็นด้วย จะทำเรื่องเสนอไปยังศาลปกครอง และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทจริตแห่งชาติ(ปปช.)ให้ช่วยตรวจสอบเรื่องดังกล่าว เนื่องจากเป็นการใช้งบประมาณที่มาจากภาษีของประชาชนอย่างไม่เหมาะสมเอื้อประโยชน์ให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และผมอยากให้วธ.ย้อนหลังไปดูข้อมูลหนังนเรศวรว่าทำรายได้มากน้อยแค่ไหนก่อนให้การสนับสนุนงบฯ 100 ล้านบาท ในขณะเดียวกัน หากรัฐบาลตั้งใจจะให้งบฯกับหนังนเรศวร 430 ล้านบาท แบ่งเป็นกระทรวงพาณิชย์330 ล้านบาท กระทรวงวัฒนธรรม 100 ล้านบาท ก็ให้ประกาศให้ชัดต่อสาธารณชนไปเลย ไม่ต้องมีการตั้งคณะกรรมการคัดเลือก และมีเกณฑ์การตัดสินที่ไม่มีมาตรฐาน ทั้งที่น่าจะนำเงินอีก 100 ล้านบาทกระจายให้แก่ผู้ขอรับการสนับสนุนที่มีมากถึง 300 ราย แต่กลับสนับสนุนได้เพียง 49 รายเท่านั้น”ช่างภาพและผู้กำกับภาพยนตร์อิสระ กล่าว
ด้านนายธีระ สลักเพชร รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า ตนขอยืนยันในความโปร่งใสของการอนุมัติให้เงินสนับสนุนภาพยนตร์ เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งในเบื้องต้นตนเห็นว่า การออกมาคัดค้านครั้งนี้มีสาเหตุที่เกี่ยวข้อง 2 ประการ ได้แก่ ประการแรกคือ การทำงานที่บกพร่องของฝ่ายเลขาคณะกรรมการภาพยนตร์แห่งชาติ ที่ส่งมติที่ประชุมไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบช้า จึงทำให้เกิดความเข้าใจผิด และทำให้ไม่ได้มีการชี้แจงการตัดสินภาพยนตร์ให้กับผู้ประกอบการได้รับทราบ
ประการที่สอง เกิดจากความเข้าใจที่ไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการให้เงินสนับสนุน เพราะการที่เราให้เรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวร 100 ล้านบาทนั้น เรามีเงื่อนไขอยู่แล้วว่าจะต้องคืนเงินรายได้บางส่วนให้กับกระทรวง เพื่อใช้ในการพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์และจัดสรรกองทุนภาพยนตร์ อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการสร้างความโปร่งใสและความชัดเจนให้กับทุกฝ่าย ตนจึงได้มอบหมายให้ศ.อภินันท์ โปษยานนท์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เชิญผู้สร้างภาพยนตร์ที่ออกมาคัดค้านการให้เงินสนับสนุนภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมาพูดคุยและทำความเข้าใจ ในวันที่ 3 พ.ค. เวลา 13.00 น. ที่ กระทรวงวัฒนธรรม



