ไลฟ์สไตล์

คันฉ่องและโคมฉาย-คนสำราญงานสำเร็จ (๑๓)การเลื่อนขั้นที่แท้จริง

คันฉ่องและโคมฉาย-คนสำราญงานสำเร็จ (๑๓)การเลื่อนขั้นที่แท้จริง

28 เม.ย. 2553

บางคนใช้วิธีฆ่าน้อง ฟ้องนาย ขายเพื่อน คนอย่างนี้ถ้าไปเจอเจ้านายที่เป็นธรรม สุดท้ายจะตกอับได้ เพราะคนทุกคนจะไม่เฮงตลอดชาติ เหมือนฝนจะไม่ตกตลอดปี ถ้าอะไรก็ตามไม่ได้อยู่บนพื้นฐานความรู้ความสามารถจริงๆ แล้วมันจะอยู่นานไม่ได้

เมื่อร่มฉัตรที่เคยกางกั้นให้เราไม่อยู่แล้ว เราจะตกอับ แต่ถ้าเราเลื่อนขึ้นไปตามศักยภาพที่แท้จริง โดยไม่ทำร้ายใครเลย เป็นการเลื่อนที่แท้จริงและมั่นคง ถึงจะเป็นเรื่องการพัฒนาตนเองโดยที่ไม่ทำร้ายคนอื่น

 อาจารย์ของอาตมภาพบอกว่า ถ้าเราอยากเก่ง ถ้ามาตรฐานของเพื่อนเธอคือ ๑๐๐ เธอต้องตั้งมาตรฐานของเธอเป็น ๑๕๐ นั่นคือ ถ้าเราทำถึงมาตรฐานของตัวเองสบายๆ เราก็ชนะเขาอยู่ดี ต้องตั้งมาตรฐานตัวเองให้สูงๆ เข้าไว้ เราถึงจะไปได้ไกลโดยที่ไม่ทำร้ายคนอื่น เพราะถ้าเราทำร้ายคนอื่นมันเสียเวลามาก บางทีขึ้นไปแล้วก็กังวลอีกว่าเมื่อไหร่เขาจะเลื่อยขาเก้าอี้อีก ต้องได้ขึ้นไปด้วยความซื่อสัตย์สุจริตจริงๆ

 อาตมภาพมีตัวอย่างของคนที่ขึ้นไปแล้วรุ่งโรจน์จริงๆ คือ อาจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ ไปอยู่ตรงไหนรุ่งโรจน์หมด ไปอยู่ส่วนยอดทั้งหมด ทำอย่างไร

 อาจารย์สัญญา ท่านบอกว่า เราเป็นตุลาการต้องซื่อสัตย์ ถึงแม้มีโอกาสโกงก็ไม่โกง ท่านบอกว่าให้ซื่อสัตย์จนกว่าฟ้าจะถล่มดินจะทลายก็ต้องซื่อสัตย์ เอาชีวิตเข้าแลกไว้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงไว้วางพระราชหฤทัย นพ.จักรธรรม ธรรมศักดิ์ เขียนเล่าไว้ว่า พ่อซื่อสัตย์มาก มีโอกาสก็ไม่โกง

 วันหนึ่งมีคนไปล็อบบี้ถึงที่บ้าน ให้ว่าความคดีหนึ่ง ซึ่งท่านอยู่ที่กระทรวงยุติธรรม คุณผู้หญิงของท่านรับเงินห่อนั้นไว้ อาจารย์สัญญา เห็นปัดมือแล้วทิ้งต่อหน้าต่อตา คุณผู้หญิงท่านบอกว่า ก็เพราะคุณเป็นอย่างนี้สิ เราถึงได้จน อาจารย์สัญญา บอกว่า ถึงเราจะจนแต่เราก็มีเกียรติ คุณไม่เห็นหรือว่าเราไปที่ไหนเราก็มีสวัสดิการ เราอาจจะไม่มั่งคั่ง ไม่ร่ำรวยเหมือนคนอื่น แต่ทุกวันนี้เรามีเกียรติ จะให้ผมโกงผมไม่โกง จะอยู่ไปอย่างนี้ อยู่มันทั้งชีวิต มันจะเป็นอย่างไรก็ช่างหัวมัน แล้วท่านก็บอกว่าไม่

 นพ.จักรธรรม บอกว่า ถ้าพ่อบอกว่าไม่ นั่นหมายความว่าไม่มีใครต้องไปงัดท่านอีกแล้ว เอาคานดีดคานงัดก็ไม่ขึ้น ท่านชัดเจนมากในเรื่องซื่อสัตย์สุจริต ตรงนี้เองกลายมาเป็นเกียรติภูมิของอาจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ เวลาท่านเป็นนายกฯ ก็เป็นนายกฯ พระราชทาน ตอนไปเป็นปลัดกระทรวงยุติธรรม ตอนนั้นคู่แข่งของท่านเล่นท่านหนักมาก พ.ศ. 2500 ประเทศไทยอยู่ในเส้นคอมมิวนิสต์ เขาออกบัตรสนเท่ห์ว่า อาจารย์สัญญา เป็นคอมมิวนิสต์ ตอนนั้น อาจารย์สัญญา คบกับท่านพุทธทาสภิกขุ ร่วมกันก่อตั้งพุทธสมาคมที่ จ.เชียงใหม่

 พออาจารย์สัญญา ถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ ถูกตีข่าวไปทั่วประเทศ ทุกคนตกใจหมด แต่ อาจารย์สัญญา ก็ยิ้ม ลูกเต้าก็ยิ้ม คนรอบข้างเป็นห่วงมากกลัวว่าคราวนี้จะไม่รอด เพราะตอนนั้นใครถูกกล่าวหาด้วยข้อหานี้ยิงเลย เผา ลงถังแดง เอาไปยิงที่สนามหลวง หรือไม่ก็หายไปนั่งยางเฉยๆ ทุกคนเป็นห่วงมากว่าอาจารย์จะโดน จอมพลถนอม กิติขจร ไปเรียกอาจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ ไปที่ทำเนียบ ลูกศิษย์แห่ไปส่งกันเป็นพรวนเพราะอะไร คิดว่าคงได้เจออาจารย์เป็นครั้งสุดท้าย กลัวว่าเข้าทำเนียบแล้วคงหายไปเลย

 ปรากฏว่าเมื่อเข้าไปถึง จอมพลถนอม เอาจดหมายสนเท่ห์ออกมาอ่าน อ่านเสร็จแล้วอาจารย์สัญญาก็สงบ มั่นใจในความบริสุทธิ์ คนใกล้ชิดต่างหายใจตุ้มๆ ต่อมๆ จอมพลถนอมก็บอกว่า คุณสัญญาผมไม่เชื่อหรอกว่าคนที่เป็นนายกพุทธสมาคมจะเป็นคอมมิวนิสต์ พูดเสร็จท่านฉีกบัตรสนเท่ห์ทิ้ง เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อีกไม่กี่เดือนท่านได้เป็นปลัดกระทรวงยุติธรรม สิ่งนี้บอกอะไร สิ่งนี้บอกเราว่า ถ้าเราซื่อสัตย์สุจริตจริงๆ ธรรมะก็รักษาผู้ประพฤติธรรม ร.๕ บอกว่า สุจริต คือเกราะบัง ศาสตร์พ้อง อาจแกล้ว กลางสนาม

ว.วชิรเมธี