
เรื่องเด่นเด่นประเด็นดัง-ระดมทุนสร้าง "สถาบันคึกฤทธิ์"อนุสรณ์วัฒนธรรม แห่ง "สยามประเทศ"!
ประเทศไทยมีบุคคลที่ยูเนสโก หรือองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ได้ประกาศยกย่องให้อยู่ในบัญชี "บุคคลสำคัญของโลก" รวม 20 คน หนึ่งในนั้นคือ นักปราชญ์ นักเขียน และศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ปี 2528 อย่าง ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
ท่านเป็นบุคคลสำคัญของโลกในด้านต่างๆ ถึง 4 สาขาด้วยกัน ทั้งด้านการศึกษา วัฒนธรรม สังคมศาสตร์ และสื่อสารมวลชน นับเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับการยกย่องในหลากหลายสาขาขนาดนี้
ในฐานะคนไทย เราควรเรียนรู้บุคคลอันเป็นต้นธารศิลปะ-วัฒนธรรม สังคม การเมืองจากท่าน ทั้งแนวคิดและผลงานอย่างรอบด้าน...
และคงไม่เฉพาะบางคนเท่านั้นที่คิดเช่นนี้ เพราะบรรดาลูกศิษย์ลูกหาและคนสำคัญของประเทศจำนวนไม่น้อยที่คิดจะจัดสร้าง "สถาบัน" เพื่อรวบรวมองค์ความรู้ที่ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ได้ทำมาทั้งหมด ไว้เป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ และรำลึกถึงท่าน
เช่นนั้นเอง เมื่อเร็วๆ นี้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ประธานกรรมการมูลนิธิคึกฤกษ์ 80 ได้ลงนามในสัญญาการก่อสร้าง "สถาบันคึกฤทธิ์" ซึ่งทางมูลนิธิขอเช่าพื้นที่ของกรมธนารักษ์ที่ซอยงามดูพลี เขตสาทร กรุงเทพฯ ติดกับวิทยุการบิน โดยอาคารมีเนื้อที่ในตัวอาคารประมาณ 1,702 ตารางเมตร และพื้นที่นอกตัวอาคารเพื่อใช้สำหรับการแสดงประเภทต่างๆ อีกประมาณ 674 ตารางเมตร
เพื่อยกย่องและประกาศเกียรติคุณให้เป็นแบบอย่างแก่อนุชนรุ่นหลัง อาคารนี้จะเป็นศูนย์รวมจิตใจของบุคคลในวงการวัฒนธรรมแขนงต่างๆ ของประเทศ โดยจัดแสดงชีวประวัติและผลงานของท่านอาจารย์คึกฤทธิ์ และมีห้องสมุดที่เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่สนใจผลงานของท่าน โดยเฉพาะด้านวัฒนธรรมไทย มีเวทีสำหรับจัดการแสดงเพื่อเผยแพร่วัฒนธรรม รวมทั้งโขน ละคร และการแสดงพื้นบ้าน เช่น ลำตัด ทั้งยังมีห้องเตรียมไว้ให้คนในวงการวัฒนธรรมได้มาพบปะแลกเปลี่ยนความเห็น และร่วมกันทำนุบำรุงวัฒนธรรมด้วย
"สถาบันคึกฤทธิ์ใช้งบประมาณก่อสร้างประมาณ 90 ล้านบาท ขณะนี้มูลนิธิคึกฤทธิ์ 80ฯ มีเงินอยู่ 20 ล้านบาท ยังไม่เพียงพอสำหรับค่าก่อสร้างทั้งหมด ต้องอาศัยการสนับสนุนจากผู้ที่มีจิตศรัทธาในท่านอาจารย์คึกฤทธิ์ เห็นคุณค่าของงานที่อาจารย์ได้ทำไว้ให้แก่ประเทศชาติ และความเป็นไทย" ม.ร.ว.ปรีดิยาธร บอก
อาคารนี้ มีกำหนดสร้างแล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2554 เพื่อเตรียมการให้ทันใช้สำหรับจัดงานฉลองครบรอบวันเกิด 100 ปี ชาตกาลของท่าน ในวันที่ 20 เมษายนปีหน้า
พร้อมกันนี้ยังมีโปรแกรมจัดกิจกรรมต่อเนื่องตลอดปี ทั้งการสัมมนาชุด "ปราชญ์สยาม" ที่จัดร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม นิทรรศการแสดงผลงาน ทั้งคึกฤทธิ์กับศิลปะ คึกฤทธิ์กับวรรณกรรม คึกฤทธิ์กับนาฏศิลป์ คึกฤทธิ์กับหนังสือพิมพ์ คึกฤทธิ์ในสภา คึกฤทธิ์กับพรรคการเมืองไทย ฯลฯ
สำหรับใครที่ยังคิดถึงบทความดี รศ.จักรกฤษณ์ ดวงพัตรา ได้รวบรวมข้อความที่ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ พูดในโอกาสต่างๆ หรือการแสดงความคิดเห็นบนหน้าหนังสือพิมพ์ มาจัดทำเป็นพ็อกเก็ตบุ๊ก จำนวน 5 เล่ม โดยใช้ชื่อว่า "คึกฤทธิ์พูด" จำหน่ายเพียงเล่มละ 100 บาท เพื่อนำรายได้สมทบทุนสร้างอาคาร "สถาบันคึกฤทธิ์"
ยังมีข่าวดีสำหรับผู้ที่ชื่นชอบละครเวทีอีกด้วย เพราะ "บอย" ถกลเกียรติ วีรวรรณ เตรียมจัดละครเวที เป็นละครเพลง เรื่อง "สี่แผ่นดิน" ซึ่งเป็นบทประพันธ์ชิ้นเอกของท่านอาจารย์คึกฤทธิ์ คาดว่าจะเปิดรอบการแสดงให้ผู้ที่ชื่นชอบประมาณเดือนสิงหาคมนี้
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษ เพื่อสืบทอด "โขนคึกฤทธิ์" อีกด้วย โดยเปิดรับนักเรียน นักศึกษา ทุกระดับ ไม่จำกัดฝีมือและอายุ มาฝึกซ้อมโขน นาฏศิลป์ และดนตรีไทย โดยโขนคณะนี้จะแสดงเปิดตัวครั้งแรกตอน "ขับภิเภก" ในวันฉลอง 100 ปี คึกฤทธิ์ ในวันที่ 20 เมษายนปีหน้าอีกด้วย
สนใจติดต่อได้ที่มูลนิธิ 0-2280-1933, 0-2282-9427
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เล่าถึงเกร็ดความรู้จากอาจารย์หม่อม ซึ่งเป็นความประทับใจ ว่า
“อาจารย์หม่อมท่านเป็นคนเก่ง สามารถเล่าเรื่องยากๆ ให้เป็นเรื่องง่ายๆ ได้ เช่นครั้งหนึ่งมีคนถามท่านว่า ทำไมคนไทยต้องกินข้าวด้วยช้อนและส้อม ท่านตอบว่า คนไทยเดิมกินข้าวด้วยมือ ฝรั่งใช้มีดกับส้อม เพราะมีดเอาไว้หั่นเนื้อ แล้วใช้ส้อมจิ้มเนื้อเข้าปาก...
แต่อาหารของคนไทยไม่เหมือนกัน คนไทยกินข้าว เลยเอามีดออกไป แล้วเอาช้อนไว้ตักแกงตักข้าวเข้าปากแทน เลยเป็น ช้อนกับส้อม”
ดวงใจ สุธาไทยารักษ์
twitter@JeabJeab_Mango



