ไลฟ์สไตล์

คนผลิตหนังโวยวธ.จัดงบไทยเข้มแข็งไม่เป็นธรรม

คนผลิตหนังโวยวธ.จัดงบไทยเข้มแข็งไม่เป็นธรรม

27 เม.ย. 2553

คนผลิตหนังโวยวธ.แบ่งงบไทยเข้มแข็ง 200 ล้าน ไม่เป็นธรรม เตรียมล่ารายชื่อคัดค้านผ่านเว็บไซต์เฟซบุ๊ก เหตุแบ่งให้หนัง “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรฯ” เรื่องเดียวถึง 100 ล้าน วธ.แจงแบ่งโปร่งใส เป็นธรรมที่สุดแล้ว

 เมื่อวันที่ 27  เม.ย. 2553  ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ในฐานะ ประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขการสนับสนุนกิจกรรมหรือโครงการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานว่าขณะนี้นายมานิต ศรีวานิชภูมิ ช่างภาพและผู้กำกับภาพยนตร์อิสระ และนายอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ผู้กำกับภาพยนตร์ไทย ร่วมกันเขียนจดหมายเปิดผนึกล่ารายชื่อทางเว็บไซต์เฟซบุ๊ก เพื่อคัดค้านการที่ วธ. จัดสรรเงินทุนสนับสนุนถึง 100 ล้านบาท จากจำนวน 200 ล้านบาท ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 ให้แก่ภาพยนตร์เรื่อง "ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช" ตนยืนยันในการพิจารณาอนุมัติงบประมาณให้กับผู้ผลิต 9 ประเภท รวม 49 เรื่อง อย่างถูกต้องตามระเบียบระเอียดรอบคอบ ทุกขั้นตอน มีความโปร่งใส เป็นธรรมมากที่สุด

 ศ.ดร.อภินันท์ กล่าวอีกว่า ส่วนการพิจารณาให้งบประมาณแก่ภาพยนตร์เรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราชภาค 3 และ4 นั้น ขอชี้แจงว่า เป็นนโยบายที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญอย่างมาก และโครงการดังกล่าวได้เสนอมาตั้งแต่ ปี 2552 ในวงเงิน 480 ล้านบาท ก่อนที่จะมีการของงบฯไทยเข้มแข็งเสียอีก แต่เนื่องจากเราได้งบฯ มาเพียง 200 ล้านบาท ทำให้เรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวรได้รับเพียง 100 ล้านบาท แต่ก็ถือว่าเหมาะสมแล้ว โดยงบฯดังกล่าว ทางสำนักบริหารหนี้สาธารณะยังได้ระบุมาด้วยว่าการสนับสนุน ไม่ได้เป็นการให้เปล่า แต่จะต้องมีเงินคืนให้กับรัฐบาล อย่างน้อย ร้อยละ 50 ของเงินรายได้ทั้งหมด เพราะฉะนั้น เมื่อมองในระยะยาว การทำรายได้ของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็จะสามารถคืนกลับมาเพื่อใช้ในการจัดตั้งกองทุนภาพยนตร์ กองทุนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กองทุนศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ได้

 “ผมมีความรู้สึกแปลกใจกับการออกมาคัดค้านครั้งนี้ เพราะที่ผ่านมา วธ. ได้ให้การสนับสนุนผลงานของนายอภิชาติพงศ์ มาตลอด ที่สำคัญการพิจารณาครั้งนี้ เขาก็ได้ส่งโครงการภาพยนตร์ เข้าเสนอของบฯ 3.5 ล้านบาท ซึ่งเราก็สนับสนุนให้ไปเต็มจำนวน และก็ยังสนับสนุนให้ไปร่วมในเทศกาลภาพยนตร์ที่เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส จึงไม่ทราบว่านายอภิชาติพงศ์ จะมาเรียกร้องทำไม สำหรับทางออกของเรื่องดังกล่าวอยากให้ผู้ที่ออกมาคัดค้าน มาพูดคุยกับทางสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องนี้ เพื่อทำความเข้าใจถึงการจัดสรรงบประมาณ ส่วน การที่ออกมาพูดว่าโครงการสนับสนุนการสร้างภาพยนตร์ไม่ก่อให้เกิดผลดีต่อวงการภาพยนตร์ไทยนั้น อยากถามว่า ถ้าไม่เกิดประโยชน์แล้ว คุณมาขอรับงบประมาณจากวธ.เพื่อสร้างภาพยนตร์ทำไม ผมเชื่อว่าสุดท้ายเวลาจะเป็นตัวพิสูจน์ หลายโครงการที่ได้รับเงินก้อนนี้ไป ในการพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์เพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศได้เป็นอย่างดี” รองปลัดวธ. กล่าว