ไลฟ์สไตล์

โลกใบนี้ดนตรีไทย- ไปซี้ดมา

โลกใบนี้ดนตรีไทย- ไปซี้ดมา

27 เม.ย. 2553

เมื่อวันพุธที่ 21 เมษายน ที่ผ่านมา ผมได้ไปร่วมงานประกาศผลรางวัลของคลื่นวิทยุ ซี้ดเรดิโอ ที่มีชื่องานว่า ซี้ดอวอร์ด 2010 ซึ่งจริงๆ แล้วก็คืองานแจกรางวัลให้คนในวงการเพลงไทยสากลในด้านต่างๆ เช่น นักร้องยอดนิยม วงดนตรีร็อกยอดเยี่ยม

มิวสิกวิดีโอยอดเยี่ยม โดยรางวัลทั้งหมดจะเป็นการตัดสินจากการโหวตของผู้ฟังในคลื่นซี้ดเรดิโอ และนอกจากนั้นก็จะมีการแสดงจากศิลปินค่ายต่างๆ  สลับกับการแจกรางวัลอย่างมากมาย ซึ่งแต่ละค่ายไม่ว่าจะเป็นแกรมมี่ อาร์เอส ต่างก็งัดไม้เด็ดมาโชว์กันแบบชนิดที่เรียกว่า ปล่อยของ

 ส่วนตัวผมที่ได้ไปร่วมงานนี้ ก็เป็นเพราะค่ายโซนี่ มิวสิค ได้เชิญผมไปแสดงระนาด ร่วมกับ "น้องโต๋" ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร ซึ่งงานนี้ไม่ยอมมาร้องเพลงให้แฟนเพลงฟัง แต่ตั้งใจที่จะมาดีดเปียโนเพียงอย่างเดียว และงานนี้ผมเพิ่งทราบว่าน้องโต๋ได้ไปศึกษาต่อที่เมืองจีนถึง 5 เดือน และเพิ่งจะกลับมาเมืองไทยและน้องโต๋ก็คิดถึงเมืองไทยเป็นอย่างมาก ซึ่งพอดีได้กลับมาร่วมงาน ซี้ด อวอร์ด น้องโต๋ก็เลยนำเพลงไทยเดิมมาเรียบเรียงใหม่ ในรูปแบบคอนเทมโพรารี่ หรือดนตรีร่วมสมัย ด้วยตัวเอง และก็เชิญผมให้ไปร่วมแสดงระนาด หรือพูดง่ายๆว่า ผมไปช่วยน้องโต๋ปล่อยของ ในงานนี้นั่นเองแหละครับ

 พูดถึงบรรยากาศในงานซี้ด อวอร์ด 2010 ต้องยอมรับว่าเป็นการจัดงานที่ยอดเยี่ยม โดยผู้เข้าชมเกือบทั้งหมดจะเป็นแฟนเพลงของคลื่นนี้ ซึ่งผู้เข้าชมในปีนี้อาจจะมีไม่มากแต่ก็ไม่น้อยอยู่เหมือนกัน ซึ่งทั้งนี้อาจเป็นเพราะผลพวงจากสถานการณ์บ้านเมืองของเรา โดยทำให้งานนี้ต้องเลื่อนไปหลายครั้ง และสุดท้ายก็ไม่เลื่อนแต่ใช้วิธีย้ายสถานที่จัดจากโรงภาพยนตร์สกาลา ไปที่มูนสตาร์สตูดิโอ ย่านเหม่งจ๋าย นั่นเอง ซึ่งเหล่านี้ก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ชมมีจำนวนน้อยลงกว่าทุกปี    

 ส่วนผู้เข้าร่วมงานที่ไม่ใช่ผู้ชม ก็จะเป็นคนในวงการดนตรีและดาราที่มีชื่อเสียงเข้ามาร่วมงานอย่างกันมากมายนับไม่ถ้วน เอาแค่ในห้องพักของค่ายโซนี่ มิวสิค ซึ่งเป็นห้องที่ผมพักอยู่ ก็จะมี คุณอาหนิง นิรุตติ์ พี่จิ๊ก เนาวรัตน์ คริสตี้ บอยสเก๊าท์ ซึ่งเหล่านี้ก็จะมาเป็นผู้ประกาศรางวัล และอีกคนหนึ่งที่มาประกาศรางวัลกับเขาด้วยก็คือ พี่กิตติ กีตาร์ปืน ซึ่งคนนี้ถือว่าเป็นสุดยอดของกีตาร์ร็อกในเมืองไทย

 โดยส่วนตัวของผมก็คุ้นเคยกับพี่กิตติเป็นอย่างดี จึงทำให้ผมได้นั่งคุยกับพี่กิตติมากกว่าศิลปินท่านอื่นๆ และพี่กิตติก็เป็นคนที่พูดจาดีน่าฟัง ซึ่งอาจจะดูแตกต่างกับลักษณะการแต่งกายของพี่เขา และผมก็ได้คุยกับพี่กิตติหลายเรื่อง ไม่เว้นแต่เรื่องสถานการณ์บ้านเมือง โดยพี่กิตติบอกกับผมว่า เรื่องราวความวุ่นวายในบ้านเมืองของเราทั้งหมดนั้น มันเป็นเพราะดวงเมือง จึงทำให้ผมนึกในใจว่า เฮ้ย...นี่พี่ไม่คิดจะโทษพวกเสื้อแดงหรือรัฐบาลบ้างเลยหรือ ซึ่งคำนี้ทำให้ผมรู้เลยว่าพี่กิตติเป็นคนมองคนในแง่ดีเอาไว้ก่อน ซึ่งอาจจะบอกว่า มันอยู่เหนือเหตุผลต่างๆ ที่ใครจะขัดแย้งกันอย่างไร คือไม่ต้องไปโทษใครทั้งสิ้น โทษดวงเมืองมันนี่แหละ ที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายในบ้านเมืองเราแบบนี้

 แต่ผมคิดว่าถ้าทุกคนคิดเหมือนกับพี่กิตติ มันก็อาจทำให้เหตุการณ์ทั้งหมดเบาบางลงก็เป็นไปได้ และถ้าเป็นไปได้ผมอยากเอากีตาร์ปืนของพี่กิตติไปให้พวกที่ยิงเอ็ม 79 ใส่ประชาชน ได้ลูบไล้และสัมผัสถึง สุนทรียะในความเป็นดนตรี ซึ่งอาจจะทำให้จิตใจเขาเหล่านั้นมีความอ่อนโยนและมีเมตตาต่อพี่น้องร่วมชาติกันบ้าง หรือไม่ก็จะขอเอาปืนเอ็ม 79 ทั้งหมดมาทำเป็นกีตาร์เหมือนกับของพี่กิตติ เผลอๆ ในปีหน้าพวกนี้อาจจะได้รับรางวัล ซี้ด อวอร์ด เหมือนกับศิลปินคนอื่นๆ ก็ได้นะ

 ทีนี้ผมจะขอย้อนกลับไปถึง "น้องโต๋" ศักสิทธิ์ เวชสุภาพร ซึ่งงานนี้น้องโต๋ได้นำเพลงต้นวรเชษฐ์ มาเรียบเรียงในจังหวะที่หลากหลายทั้ง ฟังกี้ ร็อก และคละเคล้าด้วยกลิ่นอายของฮิพฮอพและดนตรีไทย ซึ่งต้องบอกว่าเป็นความคิดที่ดี และไม่แพ้พวกดนตรีร่วมสมัยแท้ๆ อย่างตัวผม และที่สำคัญในตอนนี้ ฝีมือการเล่นเปียโนของน้องโต๋นั้น พัฒนาไปมากกว่าเดิมหลายเท่า ซึ่งผมวัดจากตัวของผมเอง ที่เคยได้เล่นกับน้องโต๋เมื่อ 4 ปีที่แล้ว และในตอนซ้อมผมก็ได้เห็นอะไรหลายๆ อย่างในการเล่นเปียโนของตัวเขา

 และถึงแม้ว่าในวันแสดงจริง น้องโต๋จะเล่นได้แค่ 70 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งผมก็จะเข้าใจในความรู้สึกของเขาเป็นอย่างดี เพราะผมก็มีอาการเดียวกันกับเขาเหมือนกัน ก็คือ  อาการเกร็งที่เกิดจากการไม่ได้วอร์ม ทำให้เครื่องไม่ร้อน  มือหรือนี้วแข็งไม่พลิ้ว และที่สำคัญก็คือผู้ชมที่มากมายตรงด้านหน้านั้น มีแต่พวกเซียนและเทพทั้งนั้น จึงไม่แปลกที่พวกเราทุกคนจะเล่นได้แค่ 70 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่กระนั้นก็ยังได้รับคำชมเชยอย่างมากมายจากผู้ชม นี่แหละเขาเรียกว่า ถึงผู้ชมมากล้นนับหมื่นแสน ก็ไม่แม้นเท่ากูรูดูคนเดียว เนอะๆ "น้องโต๋" ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร

ขุนอิน
27/ เมษายน / 53