
ใช้ภูมิปัญญาสร้างเปลือกยางนวัตกรรมใหม่แบบฉบับชาวบ้าน
เดิมทีปัญหาของเกษตรกรชาวสวนยางพารา เมื่อต้นยางอายุ 25-30 ปี เปลือกหน้ายางจะบาง ไม่สามารถให้น้ำยางได้ดี ล่าสุดเกษตรกรสวนยางพารา จ.กระบี่ "คมเพชร วิวัฒน์โชติกุล" วัย 50 ปี ชาวบ้านนาป่อง หมู่ 2 ต.ห้วยยูง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่
ใช้เวลา 8 ปี คิดค้นหาวิธีเพิ่มเปลือกยางที่มีอายุ 25 ปีได้แล้ว ด้วยวิธีสเต็มเซลล์ในการสร้างเนื้อเยื่อโดยใช้เวลาเพียง 5 เดือน จะได้เปลือกยางใหม่ที่หนานุ่ม น้ำยางเข้มข้น เพิ่มปริมาณน้ำยาง สามารถแก้โรครากเน่า และยืดอายุต้นยางได้นานขึ้น
คมเพชรบอกว่า ที่ผ่านมาการทำสวนยางเมื่อมีอายุ 25 ปี เกษตรกรชาวสวนยางจะประสบปัญหากับการที่เปลือกหน้าของต้นยางพารานั้นจะมีสภาพที่บางมาก ให้น้ำยางเมื่อกรีดครบ 25 ปี ต้องโค่นทิ้งเพื่อปลูกใหม่ เขาจึงศึกษาหาวิธีสร้างเปลือกใหม่ที่จะให้เกษตรกรกรีดได้อีกแม้ต้นยางจะมีอายุกว่า 25 ปีแล้ว กระทั่งเมื่อปีที่แล้วจึงประสบผลสำเร็จ
การคิดค้นวิธีการปลูกสร้างเปลือกยาง คมเพชรบอกว่า ใช้วิธีสเต็มเซลล์ให้ต้นยาง คือปลูกสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ซึ่งเป็นยางพาราที่มีอายุ 25-30 ปี ส่วนใหญ่จะต้องโค่นขายไม้ยางพารา เพื่อปลูกใหม่ เพราะไม่สามารถกรีดยางได้อีก ปริมาณน้ำยางน้อย และหน้ายางตาย แต่หลังจากที่ทดลองปลูกสร้างเปลือกใหม่ ก็กลับมากรีดยางได้อีก นอกจากนั้นเปลือกยางที่ได้มีความหนานุ่มกว่าเดิม รวมทั้งให้น้ำยางเข้มข้น ปริมาณเพิ่มขึ้นมาก เกษตรกรสามารถกรีดต่อไปได้อีกหลายสิบปีโดยไม่ต้องโค่น ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว
"ผมหาตำราศึกษาค้นคว้าใช้เวลาลองผิดลองถูกมานานกว่า 8 ปี เริ่มจากมะม่วงที่บ้านก่อน โดยตัดกิ่งออก จากนั้นก็นำอาหารเลี้ยงเชื้อซึ่งเป็นจุลินทรีย์ ไปทาที่หน้าแก่นไม้ จากนั้นกิ่งไม้ก็จะเริ่มสร้างเปลือกมาหุ้มและกลบเนื้อไม้จนสนิท ใช้เวลา 9 เดือน จะได้เนื้อไม้ใหม่ ผมเลยมาทดลองสร้างเนื้อยางพารา ทดลองมาแล้วกว่า 70 แปลง เพิ่งประสบความสำเร็จเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา โดยไปขอทดลองกับแปลงที่เจ้าของสวนกำลังจะโค่น ทีแรกไม่มีใครเชื่อว่าจะทำได้ แต่หลังนำอาหารเลี้ยงเชื้อจุลินทรีย์สายพันธุ์ใหม่ ผสมน้ำ ฉีดพ่นหน้ายาง และใส่จุลินทรีย์ที่โคนต้น เดือนละ 1 ครั้ง ใช้ 3-5 เดือนก็จะมีเปลือกใหม่ขึ้นปกคลุมหน้ายาง ทำให้เจ้าของสวนยางสามารถที่จะกรีดได้ใหม่" คมเพชรกล่าว
คมเพชรยืนยันว่า ปัจจุบันมีเกษตรกรใน จ.กระบี่ และจังหวัดใกล้เคียงนำไปใช้ ซึ่งได้ผลมาแล้วกว่า 20 ราย และเมื่อนำวิธีการสร้างสเต็มเซลล์มาใช้แล้ว ต้นทุนเฉลี่ยเพียงต้นละ 30 บาท ก็สามารถชุบชีวิตยางพาราขึ้นมาใหม่ได้ในเวลาอันรวดเร็ว จากยางพารา 15 ไร่ เดิมให้ผลผลิต 50 แผ่นต่อวัน หลังจากใช้วิธีสเต็มเซลล์ เพิ่มผลผลิตเป็น 81 แผ่นต่อวัน ปัจจุบันมีผู้สนใจเข้ามาศึกษาเรียนรู้จำนวนมาก ซึ่งก็ยินดีให้คำแนะนำแก่ทุกคน เพราะจะได้ช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้เพิ่มขึ้น
ด้าน คมสันต์ บำรุงการ เกษตรกรชาวสวนยางพารา อ.เหนือคลอง วัย 49 ปี บอกว่าได้นำวิธีการดังกล่าวไปใช้มากว่า 1 ปีแล้ว ยอมรับว่าจากที่นำวิธีการสร้างสเต็มเซลล์มาใช้ในสวนยางพาราที่มีอายุระหว่าง 20-25 ปี ต้นยางสามารถผลิตเนื้อเยื่อหน้ายางพาราออกมาใหม่ ในระยะเวลา 5 เดือน ก็สามารถที่จะกรีดยางพาราได้อีกครั้งหนึ่ง ทำให้ได้น้ำยางพาราในปริมาณที่เพิ่มขึ้นด้วย
นับเป็นอีกหนึ่งความหวังของเกษตรกรชาวสวนยาง สามารถต่ออายุในการกรีดยางพาราจากเดิมเพียง 25-30 ปีเท่านั้น แต่เมื่อสามารถเพิ่มเปลือกยางที่หมดอายุแล้ว ก็เท่ากับเป็นการขยายรายได้ให้แก่เกษตรกรอีก
สิทธิชัย สิขวัตร



