
รักแท้คือกรุณา (๗) ก้าวข้ามความปรารถนา
เมื่อไปถึงสุสาน พระพุทธองค์นั่งเป็นประธาน เหล่าภิกษุนั่งห้อมล้อมเป็นบริวาร อีกฝั่งเป็นฝ่ายราชาบริษัท อีกฝั่งเป็นพุทธบริษัท
อีกฝั่งเป็นเชิงตะกอนที่มีร่างอันชวนสะอิดสะเอียนอย่างยิ่งของคนที่สวยที่สุดในประเทศ ขึ้นอืดเขียวอยู่ตรงนั้น ทวารทั้ง ๙ มีน้ำเลือด น้ำหนองไหลตลอดเวลา แมลงวันตอมหึ่ง
ทุกคนที่อยู่ในบริเวณ แทบไม่มีใครไม่รู้สึกสะอิดสะเอียน ต่างดึงผ้าขึ้นมาปิดปาก ปิดจมูก กลิ่นคนสวยนี่สุดยอดจริงๆ
จากนั้น พระพุทธองค์ทรงสั่งให้มีการประมูลศพนางศิริมา
เจ้าหน้าที่ราชสำนักออกไปยืนประกาศหน้าศพนางศิริมาว่า ขณะที่นางมีชีวิต ใครจะได้ร่วมอภิรมย์กับนางต้องใช้เงินถึง ๑๐๐,๐๐๐ กหาปณะ (เป็นคำเรียกเงินตราที่ใช้ในสมัยพุทธกาล) ต่อหนึ่งคืน แต่วันนี้ศิริมาได้ล่วงลับดับขันธ์ไปแล้ว นับเป็นโอกาสสุดท้ายที่ใครก็ตามที่ปรารถนาจะร่วมอภิรมย์กับนาง จะได้ใช้สิทธินั้นอีกครั้งหนึ่ง ใครจะใช้สิทธินั้น เริ่มต้นประมูลเลยที่ ๑๐๐,๐๐๐ กหาปณะ
เงียบ เศรษฐีทั้งหลายมือซุกกระเป๋าแน่น หันไปฝั่งนักการเมือง หันไปฝั่งพันธมิตรก็เงียบ ไม่มีใครประมูล เอ้า ๑๐,๐๐๐ กหาปณะ เงียบ ๕,๐๐๐ -๑,๐๐๐-๕๐๐ ท้ายที่สุด ๑ กหาปณะ มารับเอาไปเลย พระใหม่ก็นั่งมอง เธอเห็นเหตุการณ์ถ่ายทอดสดครั้งนี้โดยตลอด
สุดท้าย เจ้าหน้าที่ประกาศว่า เมื่อไม่มีใครประมูลด้วยทรัพย์ เราขอประกาศเป็นครั้งสุดท้าย ใครประสงค์จะร่วมอภิรมย์กับนางศิริมาให้มาอุ้มเธอไปฟรีๆ เงียบ
ภิกษุใหม่ เกิดการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ศัพท์เทคนิคทางการศึกษาเรียกว่า เลินนิ่ง บาย ดูอิ้ง (learning by doing) พระพุทธเจ้าไม่ต้องสอน ทรงเอานักเรียนเป็นศูนย์กลางจริงๆ
พระใหม่เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในว่า ดูซิ ที่นอนอยู่นั่น คือ รูปร่างสังขารของคนที่สวยที่สุดในพระนคร คนที่มีสิทธิร่วมอภิรมย์กับเธอ มีแต่ราชา มหากษัตริย์ และพราหมณ์มหาศาล เท่านั้น ยาจกเข็ญใจ แม้แต่คิดก็ยังไม่ควรคิด
ดูซิวันนี้ แม้แต่ยกให้ฟรีๆ ก็ยังไม่มีใครปรารถนา พระพุทธองค์ให้มาดู นาทีนั้นพระรูปนั้นบรรลุธรรม
พระพุทธองค์ไม่ต้องทำอะไรเลย ท่านจัดสภาพแวดล้อมให้นักเรียนได้เรียน บรรลุวัตถุประสงค์ของการเรียนทุกประการ ทำจิตของพระใหม่จากปุถุชน เปลี่ยนเป็นอริยบุคคล ก้าวข้ามความรักแบบรักใคร่ปรารถนาขึ้นมา ค้นพบความรักที่แท้ในใจของตัวเอง
แล้วท่านก็บอกตัวเองว่า เราเกือบหลงไปแล้ว เกือบไปคิดว่า รูปร่างสังขารนั้นคือที่สุดของความงาม หารู้ไม่ว่า ที่สุดของความงาม ไม่ใช่ความงามอันเป็นที่สุด แต่ที่สุดของความงาม คือความอัปลักษณ์อันเป็นที่สุด
พอพระรูปนี้บรรลุธรรม พระพุทธองค์ก็มีพุทธานุญาตให้เผาศิริมา และเป็นเหตุให้งานศพต้องจัดกันในที่แจ้ง และต้องตั้งศพตรงเชิงตะกอน เพราะได้คติมาจากการเผาศพของนางศิริมาว่า ให้เป็นบทเรียนฉากสุดท้ายของคนที่ยังอยู่ทุกคน
เดี๋ยวนี้ เราไม่เข้าใจคตินี้ สวย ไม่สวย หล่อ ไม่หล่อ ดี ไม่ดี ออกมากระดูกสวยทุกคน
เกิดการเรียนรู้มั้ย เรียนรู้น้อยมาก เห็นมั้ย สิ่งที่ศิริมาทิ้งไว้ให้เรา คือพระอรหันต์รูปหนึ่ง กับประเพณีการจัดงานศพในที่แจ้ง
ฉะนั้น รักใคร่ปรารถนานั้น มีทั้งข้อดีและข้อเสีย
ข้อดี คือ ทำให้เราได้มาอยู่ในโลกนี้ ได้บำเพ็ญบารมีไปถึงโพธิปัญญา ได้ ข้อเสีย คือ ถ้าเรามีความรักโดยขาดสติ ความรักจะนำมาซึ่งความทุกข์โดยที่ไม่สามารถเดาล่วงหน้าได้ ทุกข์นั้นจะสาหัสขนาดไหน
ฉะนั้น รักใคร่ปรารถนา จึงเป็นความรักที่มีผลข้างเคียงที่สูงยิ่ง
รักตัวกลัวตาย ก็เป็นความรักที่มีผลข้างเคียง คือ พร้อมที่จะทำร้ายผู้อื่น เพื่อให้ตนเองรอด
รักใคร่ปรารถนา ผลข้างเคียงคือ สุ่มเสี่ยงที่จะเดินเข้าสู่กับดักของความทุกข์ จนกระทั่งยอมปลิดชีวิตของเราเพื่อบูชาความรักได้
หนักหนาสาหัสที่สุดของความรัก ก็คือ ทำให้เราเวียนว่ายตายเกิด ไม่จบ ไม่สิ้น พระพุทธองค์มาเคาะประตูอยู่เบื้องหน้า ยังหันหลังหนีก็มี
นี่คือ ความรักแบบใคร่ปรารถนา
"ว.วชิรเมธี"
(ยังมีต่อวันพระหน้า)



