
เจ๊าะแจ๊ะวิทยาศาสตร์-ปะทุของภูเขาไฟ
สวัสดีค่ะ อาทิตย์ที่ผ่านมากระแสข่าวต่างประเทศที่ฮอตที่สุด คงหนีไม่พ้น การปะทุของภูเขาไฟเอียจาฟจาลลาโจอีคุล (Eyjafjallajoekull) ในประเทศไอซ์แลนด์ ทำให้เกิดกลุ่มควันจากลาวา จนทำให้สายการบินหลายๆ ประเทศยกเลิกเที่ยวบิน สร้างความเสียหายมากมาย ว่าแต่น้องๆ สงสั
ภูเขาไฟ เกิดจากการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกมาเกยกัน หรือที่เรียกตามศัพท์ทางวิชาการว่า subduction zone เนื่องจาก ผิวโลกมีลักษณะเป็นแผ่นไม่ได้รวมเป็นเนื้อเดียวกันตลอดทั้งโลก และเมื่อได้รับความร้อนจากแก่นโลกทำให้แผ่นโลกเกิดการเคลื่อนที่ ซึ่งเมื่อแผ่นเปลือกโลกสองแผ่นเคลื่อนที่ชนกันทำให้แผ่นโลกแผ่นหนึ่งมุดลงใต้แผ่นโลกอีกแผ่นหนึ่ง แผ่นที่มุดต่ำลงจะเข้าสู่ชั้นเปลือกโลกที่มีความร้อนสูง หรือ เกิดจากในพื้นที่ช่วงกลางแผ่นเปลือกโลก ปรากฏการณ์เช่นนี้ เกิดโดยมีการสะสมของแมกมาจำนวนมากใต้แผ่นเปลือกโลก ทำให้เกิดแรงดันจำนวนมหาศาลทำให้แมกมาไหลท่วมออกมาจนสามารถทำให้แผ่นเปลือกโลกขยับได้ นักวิทยาศาสตร์เรียกปรากฏการณ์นี้ว่า mantle plume
ส่วนสาเหตุที่ภูเขาไฟปะทุ หากปะทุช้าๆ เกิดจากลักษณะปะทุที่หินหนืดไหลออกมาจากใต้ดินช้าๆ แล้วซึมออกมายังเปลือกโลกคล้ายกับการรั่วของน้ำที่ไหลออกมายังด้านนอกของทะเลสาบที่เป็นน้ำแข็ง หินหนืดที่ไหลอออกมาส่วนใหญ่จะประกอบด้วยหินบะซอลต์ เพราะหินหนืดหินบะซอลต์ร้อนและกระจายตัวได้ดี ซึ่งทำให้เกิดเป็นแอ่งหรือที่ราบสูงหินภูเขาไฟได้ ส่วนการปะทุบริเวณใจกลาง เป็นรูปแบบของภูเขาไฟที่ปะทุขึ้นมาเพราะแรงดันของก๊าซที่ออกมาจากหินหนืด เหมือนกับตอนที่เขย่าน้ำอัดลมแล้วเปิดฝาออก ถ้าหินหนืดที่อยู่บริเวณใกล้เปลือกโลกเย็นตัว ก๊าซที่อยู่ในบริเวณนั้นเกิดรั่วออกมา ก๊าซเหล่านั้นจะค่อยๆ ถูกอัด เมื่อแรงดันขยายเพิ่มขึ้นจนถึงจุดหนึ่งจะทำให้เกิดการระเบิด
อย่างไรก็ตามภูเขาไฟจะสร้างพลังงานความร้อนใต้พิภพอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เช่น บ้านเรือนในไอซ์แลนด์ มากกว่า 90% ได้รับความร้อนจากความร้อนใต้พิภพตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานทางธรรมชาติที่ถูกที่สุด และสะอาดที่สุด แต่หากอยู่ใกล้ระยะที่ภูเขาไฟปะทุ ประโยชน์ก็อาจเป็นโทษได้เช่นกัน แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้านะคะ (ขอขอบคุณความรู้ดีๆ หนังสือไขปริศนา โลกของเรา จากนานมีบุ๊ค)



