ไลฟ์สไตล์

คนรักหมา -หมาตัวแรกของผม

คนรักหมา -หมาตัวแรกของผม

25 เม.ย. 2553

ผมจบออกเป็นว่าที่ร้อยตรีเมื่อต้นปี 2512 แม้จะมีโอกาสกลับไปที่โรงเรียนนายร้อยบ้างแต่ก็ไม่มีโอกาสได้ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของไอ้คุณโจ้เลย ต่อมาภายหลังผมเคยสอบถามรุ่นน้องๆ ดูก็ไม่มีใครทราบเรื่อง โจ้คงไปเสียแล้ว ไม่รู้ว่าไปตามวัยหรืออย่างไร ศิษย์เก่า จปร.ท่านใ

 คิดถึงมันน่ะ !!!

 ผมจบมาแล้วไปรับราชการอยู่ที่กองพันทหารปืนใหญ่ในค่ายวชิราวุธ นครศรีธรรมราช แม้จะมีบ้านหลวงเป็นหลักเป็นแหล่งแถมมีทหารประจำตัวคอยช่วยการดำเนินชีวิตประจำวัน แต่ผมก็ยังไม่บรรลุฝันมีหมาของตัวเองสักที เพราะช่วงนั้นบ้านเมืองรบกันหนักทั้งในและนอกประเทศ ตัวผมนั้นมีคิวจะต้องไปรบเวียดนามในกลางปี 2513 จึงไม่อยากสร้างปัญหาให้ตัวเองเรื่องหมา

 ตัดภาพไปยังฐานยิงสนับสนุนของกองร้อยทหารปืนใหญ่ในสนามรบเวียดนามที่ผมไปอยู่ ที่นี่จะมีกำลังพลประมาณ 150 คน อยู่รวมกันเหมือนหมู่บ้าน โดยแยกเป็นหน่วยย่อยๆ ตามหน้าที่หน่วยละประมาณ 10-15 คน แต่ละหน่วยจะสร้างที่พักของตนแล้วใช้ชีวิตร่วมกันตลอดเวลาอยู่ในนั้น ทั้งกินอยู่หลับนอน ทั้งประกอบอาหารรวมกัน ฯลฯ

 หลายคนเลี้ยงหมาครับ...

 กองร้อยไม่ขัดขวางการเลี้ยงหมาของลูกน้อง เพราะเห็นว่าเป็นความสุขเล็กๆ น้อยๆ ของพวกเขา นอกจากนั้นยังช่วยนายของมันเข้าเวรอีกต่างหาก เห็นอะไรแปลกหูแปลกตาก็ส่งเสียงเห่า นับเป็นผลพลอยได้ที่ดีทีเดียว เหล่าทหารรักหมาทั้งหลายจะคอยดูแลอบรมสั่งสอนและกวดขันความประพฤติไม่ให้มารบกวนการปฏิบัติงานของพวกเรา เวลามีแขกมาเยี่ยมอย่างเป็นทางการ เจ้าของหมาก็ใช้วิธีเอาไปล่ามฝากไว้กับเพื่อนที่ฐานอื่น คนกับหมาจึงอยู่ร่วมกันมาอย่างมีความสุข

 ความรักหมาของทหารไทยเป็นที่ประจักษ์แก่ผมด้วยตัวเองเมื่อจบภารกิจแล้วกำลังจะเดินทางกลับไทย หน่วยเหนือก็สั่งกำชับให้เรากวดขันลูกน้องอย่าได้นำสิ่งของผิดกฎหมายกลับเมืองไทยเป็นอันขาด โดยเฉพาะอาวุธกระสุนและวัตถุระเบิดซึ่งหาได้ง่ายในสภาพบ้านเมืองเช่นนั้น อย่างปืนพก 11 มม. เขาขายกันเพียงกระบอกละ 2 พันกว่าบาทเท่านั้น

 ระหว่างเฝ้าตรวจลูกน้องที่กำลังทยอยขึ้นเครื่องบินกลับไทย ผมผิดสังเกตกับพลทหารคนหนึ่งที่ร้อนจะตับแตกเหงื่อท่วมตัว แต่ทะลึ่งใส่แจ็กเก็ตฟิลด์ตัวหนา ผมจึงเข้าไปตรวจ หมอนั่นหน้าถอดสี เพราะการขัดคำสั่งเรื่องลักลอบนำของผิดกฎหมายติดตัวไปนี้ โทษถึงกับติดคุกและตัดสิทธิ์ตอบแทนอีกต่างหาก มันทำท่าอิดออดอยู่พักหนึ่ง สุดท้ายก็ยอมแง้มคอเสื้อให้ดู

 ปรากฏว่าเป็นลูกหมาตัวน้อยหน้าตาบ้องแบ๊วน่าเอ็นดูตัวหนึ่ง...

 ผมกระซิบบอกมันว่า...เออ...ระวังให้ดี อย่าให้มันร้องนะเว้ย เดี๋ยวเดือดร้อน

 แล้วโบกมือให้ทหารรักหมาคนนี้เดินขึ้นเครื่องไป 

บัญชร ชวารศิลป์