
อบอร่อย ร้านอาหารที่ไม่บาน (1)
สวัสดีครับแฟนๆ ชาวบ้านไม่บาน เป็นที่เบิกบานกันไปทั่วประเทศนะครับ กับการละเล่นรดน้ำดำหัวกันในวันสงกรานต์เฉลิมฉลองวันหยุดตรุษปีใหม่ของคนไทย ถึงแม้ว่าปีนี้บรรยากาศของการละเล่นสงกรานต์ดูจะกร่อยกว่าทุกปีที่ผ่านมา
เพราะมีคนไทยบางกลุ่มไม่ “รู้รักษ์สามัคคี” เป็นผลให้เหตุการณ์บ้านเมืองตกอยู่ในสภาพที่ไม่ค่อยจะน่าไว้วางใจ เพราะแต่ละฝ่ายต่างก็มุ่งที่จะเอาชนะคะคานกันโดยไม่คำนึงถึง “ประโยชน์สุข” ของคนส่วนใหญ่ กลับมุ่งแต่ “ประโยชน์ส่วนตน” ไม่เห็นแก่ “ประโยชน์ส่วนรวม” สถานการณ์บ้านเมืองก็เลยต้องสับสนวุ่นวายกันอย่างที่ทุกท่านเห็นกันอยู่นี่แหละครับ
สำหรับสงกรานต์ในปีนี้ ก็เป็นดังเช่นทุกปีที่ผมได้มีโอกาสไปกอดและกราบแทบเท้าและรดน้ำขอพรจากบุพการีทั้งสองท่านที่ดูเหมือนว่าจะชราภาพลงมากกว่าปีที่แล้ว ทำให้จะเดินเหินกันไม่ค่อยจะไหว ก็เป็น สัจธรรม แห่งสังขารที่เกิดขึ้น คงอยู่และแตกดับ ไม่มีใครในโลกนี้ ไม่ว่าจะเรียกตัวเองว่า “ไพร่” หรือ “อำมาตย์” จะสามารถหลีกลี้หนีพ้นวัฏจักรแห่งธรรมชาตินี้ไปได้ จากการได้ไปกราบและกอดพ่อและแม่ในช่วงวันหยุดตรุษสงกรานต์นี้ ก็เหมือนกับการที่ผมได้ไปชาร์จแบตเตอรี่ให้แก่ชีวิต ได้มีโอกาสไปพูดคุยเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่ผมได้ทำมาตลอดทั้งปี
อีกทั้งยังได้รับฟังคำแนะนำที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักความหวังดีจากบุพการี เปรียบเสมือนกับการเติมเต็มพลังชีวิตให้แก่คนที่ต้องอยู่ไกลบ้านเกิดเช่นผม คิดไปคิดมาก็รู้สึกเป็นบุญนะครับที่ได้เกิดเป็นลูกของพ่อและแม่ บนผืนดินอันอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ รวมไปถึงวัฒนธรรม ประเพณีอันดี ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักความอบอุ่น ก็ถือได้ว่าเป็นเสน่ห์ที่ “งามง่าย” ของสังคมไทยครับ คงจะหาแผ่นดินไหนจะมีวิถีแห่งการดำรงชีวิตที่งดงามเท่าผืนดินสุวรรณภูมิแห่งนี้ไม่มีอีกแล้วครับ
สำหรับสาระน่ารู้ที่ผมจะนำเสนอให้แก่แฟนๆ ในสัปดาห์นี้ ก็เป็นเรื่องราวดีๆ ที่แฟนชาวบ้านไม่บานท่านหนึ่งได้ติดต่อร้องขอมาให้ผมได้ช่วยคลี่คลายปัญหาทุกข์ร้อนใจ เนื่องจากแฟนท่านนี้ประกอบอาชีพเปิด ร้านอาหารทะเลชื่อ “อบอร่อย” ในย่านทาวน์อินทาวน์ จนมีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วถึงความสด รสชาติ ของอาหารทะเลจากมหาชัย แต่ก็มาติดที่ปัญหาสัญญาเช่าในปัจจุบันกำลังจะหมดลงและอยู่ระหว่างการเจรจาต่อสัญญาเช่าออกไป รวมทั้งมีความประสงค์ที่จะปรับปรุงขยับขยายร้านขึ้นใหม่ให้สามารถรองรับจำนวนลูกค้าที่เพิ่มปริมาณขึ้นหลายเท่าตัวในช่วงรอบปีที่ผ่านมา
แต่เนื่องจาก “ร้านอบอร่อย” นั้น ไม่ได้ขายอาหารทะเลที่มีราคาสูงนักเมื่อเทียบกับร้านอาหารทะเลอื่นๆ อาศัยขายของสดหมดทุกวันในปริมาณมาก ดังนั้น งบประมาณในการปรับปรุงร้านใหม่จึงมีอยู่อย่างจำกัด อีกทั้งเจ้าของร้านยังใจเดียวกับผมที่ไม่ชอบร้านอาหารทะเลที่ติดเครื่องปรับอากาศ ชอบนั่งในที่เปิดโล่ง รับอากาศบริสุทธิ์จากธรรมชาติ จากแนวคิดดังกล่าวคณะทำงานออกแบบของบ้านไม่บานก็มีความเห็นตรงกันว่า ควรจะทำเป็นร้านอาหารในลักษณะเปิดให้โล่งโปร่งสบายด้วยรูปทรงปั้นหยาหลังคาสูง อีกทั้งยังออกแบบให้มีการเชื่อมต่อพื้นที่ใช้สอยต่างๆ ด้วยแนวระเบียงเสาที่มีหลังคาโปร่งแสงคลุม เพื่อให้สามารถปลูกพันธุ์ไม้เลื้อย เช่น การะเวก ม่านบาหลี ฯลฯ อีกทั้งระหว่างทางเดินยังออกแบบให้ปลูกแซมด้วยไม้หอม เช่น โมกหรือแก้ว
จากแนวคิดดังกล่าวเป็นการเชื่อมต่อของที่ว่างเปิดโล่งจากภายในสู่ภายนอก สามารถรองรับผู้คนที่เข้ามาใช้บริการพร้อมๆ กันกว่า 300 คน ทำให้ไม่อึดอัด และในขณะเดียวกันก็ไม่อับชื้น ในกรณีที่มีลูกค้ามาพร้อมกันมากจริงๆ ในช่วงวันหยุดหรือช่วงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองต่างๆ สามารถขยับขยายพื้นที่ในการจัดวางโต๊ะอาหารออกไปใช้ในบริเวณลานกลางแจ้ง ซึ่งได้ออกแบบให้เป็นลานอเนกประสงค์สามารถรองรับกิจกรรมได้หลากหลาย อันเป็นลักษณะอันเป็นเอกลักษณ์ของ “ชานบ้านชานเรือน” แบบเรือนไทยโบราณที่เหมาะกับสภาพภูมิอากาศแบบร้อนชื้นของบ้านเราเป็นอย่างยิ่งครับ
นอกจากนั้น บริเวณทางเข้าก็ถูกออกแบบให้มีลักษณะมีหลังคาคลุมสามารถคุ้มแดดคุ้มฝนได้เป็นอย่างดี รวมทั้งการออกแบบผสมผสานกันกับภูมิสถาปัตยกรรมที่นำเอาน้ำมามีส่วนร่วม ทำให้รู้สึกสดชื่น ชุ่มฉ่ำทุกครั้งที่เข้ามาเยี่ยมเยือนร้าน “อบอร่อย” แห่งนี้ ถือได้ว่า “ร้านอาหารที่ไม่บาน” หลังนี้ ก็น่าจะเป็น ร้านต้นแบบสำหรับแฟนๆ ชาวบ้านไม่บานทั่วประเทศอีกหลายท่านที่มีเสน่ห์ปลายจวัก และกำลังฝันถึงการเป็นเจ้าของธุรกิจร้านอาหารสักร้านหนึ่งครับ
สำหรับท่านที่สนใจศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาคารบ้านเรือนไม่บานในหลากหลายรูปแบบ ก็ติดตามได้ที่เว็บไซต์ยอดฮิตของชาวคนรักบ้าน www.homeloverthai.com ก่อนจากกันในสัปดาห์นี้ก็ขอตอกย้ำคำเดิมที่เคยฝากให้แฟนๆ ชาวคนรักบ้าน “รู้รักษ์สามัคคี” กันไว้ให้ดีก่อนที่จะ “ไม่มีสามัคคีกันให้รักษ์” ครับ



