ไลฟ์สไตล์

สธ.แจงชาวต่างชาติ4คนบาดเจ็บจากบึ้มสีลม

สธ.แจงชาวต่างชาติ4คนบาดเจ็บจากบึ้มสีลม

23 เม.ย. 2553

สธ.ระดมแพทย์ช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บเหตุบึ้มสีลมเต็มที่ ยันเสียชีวิต 1 เจ็บ 78 ราย นอนรักษาตัว 30 ราย ทหาร 1 ตำรวจ 1 นาย และ ชาวต่างชาติ 4 ราย คือ ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย อเมริกา และออสเตรเลีย โดยมีอาการสาหัส อยู่ในไอซียู 2 ราย

(23เม.ย.) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากเหตุระเบิดที่แยกศาลาแดง ถนนสีลม ว่า รับรายงานล่าสุดเวลา 10.00 น. มีจำนวนผู้บาดเจ็บ 78 ราย เสียชีวิตที่รพ.จุฬาลงกรณ์ฯ 1 ราย ชื่อ นางสาวธัญญานัน แถบทอง อายุ 50 ปี โดยผู้บาดเจ็บนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล 9 แห่ง รวม 30 ราย อาทิ บีเอ็นเอช 1 ราย กรุงเทพคริสเตียน 4 ราย รพ.เซนต์หลุยส์ 2 ราย จุฬาลงกรณ์ 10 ราย เลิดสิน 9 ราย ตำรวจ 1 ราย บำรุงราษฎร์ 1 ราย พระมงกุฎเกล้า 1 ราย และหัวเฉียว 1 ราย โดยเป็นทหาร 1 นาย ตำรวจ 1 นาย ที่เหลือเป็นพลเรือน ในจำนวนนี้อยู่ไอซียู 2 รายคือที่รพ.กรุงเทพคริสเตียน 1 ราย และที่รพ.จุฬาลงกรณ์ 1 ราย ผู้บาดเจ็บเป็นชาวต่างชาติ 4 ราย ประกอบด้วย ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย อเมริกา และออสเตรเลีย

 นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า ขณะนี้ศูนย์ปฏิบัติการการแพทย์และสาธารณสุขในภาวะฉุกเฉินระดับชาติ เตรียมความพร้อมเพิ่ม โดยเตรียมรถพยาบาลจากจังหวัดใกล้เคียงอีก 2 จังหวัดคือสมุทรสงคราม สมุทรสาคร มาเสริมกับทีมในกทม. และจะมีการประเมินสถานการณ์และปรับแผนการให้ความช่วยเหลือให้ทันท่วงที โดยรัฐบาลจะดูแลค่ารักษาทั้งหมด ประชาชนสามารถเปิดดูรายชื่อผู้บาดเจ็บได้ที่ www.niems.go.th

 ด้านนายแพทย์อนันต์ เสรฐภักดี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลิดสิน กล่าวว่า ขณะนี้โรงพยาบาลเลิดสินได้เตรียมความพร้อมทีมกู้ชีพฉุกเฉิน 5 ทีม สำรองเตียงไว้ 30 เตียง ห้องผ่าตัด 2 ห้อง แพทย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางในการดูแลผู้บาดเจ็บฉุกเฉินเป็นการเฉพาะ 20 -30 คน พร้อมให้การช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง โดยเมื่อคืนที่ผ่านมา ได้รับผู้บาดเจ็บจากเหตุระเบิดที่แยกศาลาแดง เข้ารักษาตัว 22 ราย ทำแผลเล็กน้อยและกลับบ้านแล้ว 13 ราย นอนรักษาตัว 9 ราย ในจำนวนนี้ แพทย์ได้ทำการผ่าตัด 2 ราย ได้แก่ นายณัฐดนัย สังข์ศิริ มีบาดแผลถูกสะเก็ดระเบิดเฉี่ยวคอด้านซ้าย และนางสาวสุภาวดี วงค์หน่อน้อย ถูกสะเก็ดระเบิดที่นิ้วนางและนิ้วกลางข้างขวา แพทย์ผ่าตัดตกแต่งเย็บแผลให้ ทั้ง 2 รายอาการปลอดภัย คาดว่าไม่เกิน 7 วันก็สามารถกลับบ้านได้

 นายแพทย์อนันต์กล่าวต่อว่า ผู้บาดเจ็บอีก 7 ราย มีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย แพทย์ได้รับตัวไว้รักษาและนอนสังเกตอาการให้มีความปลอดภัยที่สุด คาดว่าจะทยอยกลับบ้านได้ใน 1 - 2 วันนี้ ได้แก่ 1.นายรุ่งรัตน์ แสงจันทร์ฉาย ถูกสะเก็ดระเบิดที่หน้าอกด้านขวา 2.นางอารยา โมฮัมหมัด ถูกสะเก็ดระเบิดที่ราวนม และมีบาดแผลที่มือ 3.นางอรวรรณ วิทยาสุข กระดูกแขซ้าย หัวไหล่ซ้าย นิ้วชี้ซ้ายหัก 4.นางสาวจันทรา หรุ่นทัพ มีบาดแผลที่มือขวา และปวดต้นขาทั้ง 2 ข้าง 5. นางณัฐนันท์ แก่นไม้ มีแผลที่ศีรษะ และต้นแขนขวา 6. นางสาวอาจรีย์ เพชรธนาจราพงศ์ ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณลำคอ และ7. นายศราวุธ ชูศิรินันทกุล ถูกสะเก็ดระเบิดที่หน้าผากและเท้าซ้าย

 ด้านรศ.นพ.สมรัตน์ จารุลักษณานันท์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สรุปภาพรวมผู้บาดเจ็บจากเหตุระเบิดถนนสีลม เมื่อคืนวันที่ 22 เม.ย. ที่ผ่านมาว่า จากเหตุระเบิดดังกล่าว มีผู้บาดเจ็บเข้ารักษาตัว 19 ราย ในจำนวนนี้ 1 ราย เสียชีวิต ซึ่งผู้เสียชีวิตมีบาดแผลที่หน้าอกและแพทย์จะทำการชันสูตรวันนี้ ส่วนผู้บาดเจ็บนั้นขณะนี้ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 8 ราย  ในจำนวนนี้เข้าผ่าตัด 2 ราย โดย 1 ราย อยู่ในห้องไอซียู ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ แพทย์ได้ทำการช่วยเหลือผ่าตัดสมองและอาจมีการผ่าตัดซ้ำอีกครั้ง ส่วนอีก 1 ราย  ตอนแรกแพทย์คิดว่าเป็นบาดแผลอันตราย ซึ่งถูกเข้าที่บริเวณแขนจึงเข้าผ่าตัด แต่เมื่อดูแล้วปรากฏว่าไม่ถูกเส้นเลือดสำคัญ จึงเพียงแค่เย็บแผลเท่านั้น และได้พ้นขีดอันตรายแล้ว ส่วนผู้บาดเจ็บที่เหลือกลับบ้านแล้ว

 “ผู้บาดเจ็บ 1 ราย ที่ผ่าตัดสมองถือว่าเป็นคนไข้ที่หนักมาก และยังไม่ทราบว่าผลจะเป็นอย่างไร โดยเบื้องต้นเป็นแค่ผ่าตัดเพื่อรักษาชีวิตเท่านั้น แพทย์ต้องผ่ากะโหลกดู และมีภาวะสมองบวม ยังไม่ทราบว่าหลังการรักษาจะเป็นอย่างไร และคงต้องผ่าตัดซ้ำอีก” นพ.สมสัตย์ กล่าว และว่า ส่วนผู้บาดเจ็บที่ยังนอนในโรงพยาบาลขณะนี้ยังต้องติดตามดูอาการอย่างใกล้ชิด

 นพ.สมสัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้ทางโรงพยาบาลจุฬาฯ ได้มีการประชุมเพื่อปรับแผนรับมือสถานการณ์ผู้บาดเจ็บทุกวัน โดยทบทวนแผนฉุกเฉินของโรงพยาบาล ซึ่งจากเหตุเมื่อวานนี้ชี้ให้เห็นว่า ทางโรงพยาบาลสามารถรับมือได้ โดยมีความพร้อมทั้งบุคลากร เครื่องมือแพทย์ และเวชภัณฑ์ เนื่องจากที่ผ่านมามีการเตรียมความพร้อมไว้แล้ว ทั้งนี้ทางโรงพยาบาลมีจุดยืนสภากาชาดไทยในการรักษาผู้บาดเจ็บทุกราย ไม่ว่าเป็นสีใด ฝ่ายใด และเมื่อผู้บาดเจ็บถึงโรงพยาบาลจะต้องไม่มีการเข้ามาทำร้าย ถือเป็นหลักกาชาดสากลที่ต้องปฏิบัติตาม และอยากให้เน้นย้ำเรื่องมนุษยธรรม

 ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า การยิงระเบิดเอ็ม 79 เป็นการยิงลงมาจากอาคาร ภปร.โรงพยาบาลจุฬาฯ นพ.สมสัตย์ กล่าวว่า เรื่องนี้คงเป็นหน้าที่ของทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง แต่ในส่วนโรงพยาบาลจุฬาฯ ปกติก็มีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดอยู่แล้ว ซึ่งฝ่ายรักษาความปลอดภัยได้ทำงานเต็มที่ในการดูแล้ว อย่างไรก็ตามเราต้องทบทวนเพิ่มเติม ทั้งนี้ที่อาคาร ภรป.ที่บอกว่าเป็นจุดยิงเอ็ม 79 นั้น ตรงชั้น 6-7 ก็มีรอยถูกยิงเช่นกัน ซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นหินหรือน๊อต แต่ไม่ใช่กระสุน

 ส่วนที่ผลกระทบต่อการให้บริการผู้ป่วยปกตินั้น นพ.สมสัตย์ กล่าวว่า ได้รับผลกระทบเช่นกัน เนื่องจากมีการปิดทางเข้าออกบางส่วนทำให้ผู้ป่วยต้องเดินอ้อมจากเดิม แต่จำนวนผู้ป่วยที่เข้ารักษาแม้ว่าจะลดลงบ้าง แต่ก็ยังมีจำนวนมากเช่นเดิม

 นพ.ชูศักดิ์ วงศ์สุรีย์ รองผู้อำนวยการผ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน สรุปตัวเลขผู้บาดเจ็บจากเหตุระเบิดที่ถนนสีลม ที่เข้ารักษายังโรงพยาบาลว่า มีผู้บาเจ็บเข้ารักษาตัว 34 ราย เป็นชาย 16 ราย หญิง 15 ราย ซึ่งบาดแผลส่วนใหญ่ถูกสะเก็ดระเบิดตามร่างกาย ทั้งบริเวณใบหน้า แขน และขา ในจำนวนนี้ได้ส่งต่อผู้บาดเจ็บไปรักษายังโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า 1 ราย และโรงพยาบาลเลิดสิน 6 ราย และขณะนี้ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลอีก 4 ราย ซึ่งทั้งหมดปลอดภัยแล้ว ที่เหลือกลับบ้านแล้ว ซึ่งในจำนวนนี้เป็นชาวต่างประเทศ 1 ราย ยืนยันไม่มีผู้เสียชีวิตที่โรงพยาบาล

 นพ.ชูศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับผู้ป่วย 4 รายที่ยังรักษาตัวอยู่นั้น 1.นายบุญเกียรติ์ ศรีโพธิ์งาม ได้รับบาดเจ็บเป็นแผลที่ขาขวาและข้อเท้า 2.นายเบนจามิน โรเวอร์ อายุ 26 ปี ชาวออสซี่ มีแผลที่สะบักขวา และได้เย็บแผลเรียบร้อยแล้ว 3.พญ.พรทิพย์ วรรณวิมลสุข มีแผลที่ต้นขาขวา และนิ้วเท้าขวา และ 4.นายไห้คิม แซ่ด่าน ถูกตีที่คิ้วซ้าย แพทย์ให้รอดูอาการในห้องไอซียู เนื่องจากมีอายุมาก

 ด้าน นายสมชัย ศิริสุจินต์ รักษาการผู้จัดการโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน กล่าวว่า ทางโรงพยาบาลได้รับการประสานจากศูนย์เอราวัณ กทม. ในการรับรักษาผู้บาดเจ็บจากเหตุระเบิด และจากที่เมื่อคืนนี้มีผู้บาดเจ็บเข้ารักษาตัวเป็นจำนวนมาก ทำให้แพทย์ต้องคัดแยกผู้บาดเจ็บในการรักษาก่อน โดยต้องเร่งช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่รุนแรงก่อน ส่วนผู้บาดเจ็บเล็กน้อยที่เห็นว่าไม่เป็นอันตราย ก็จะรักษาภายหลังได้ ทำให้ผู้บาดเจ็บบางรายไม่เข้าใจและให้ข่าวว่าโรงพยาบาลปฏิเสธการรักษา ยืนยันว่าทางโรงพยาบาลพร้อมให้การรักษาผู้บาดเจ็บทุกราย

 ขณะที่มรว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมคณะ.เดินทางมาเยี่ยมอาการของผู้บาดเจ็บที่ถูกสะเก็ดระเบิด เอ็ม 79 มีกลุ่มไม่ประสงค์ดียิงใส่กลุ่มผู้ชุมนุมคนสีลมเมื่อวานนี้และถูกนำตัวส่งมารักษาที่ โรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน  โดยผู้ว่า กทม.ได้นำกระเช้ามอบให้กับผู้บาดเจ็บเพื่อเป็นกำลังใจ พร้อมกับกล่าวขอบคุณการทำงานคณะแพทย์โรงพยาบาล ที่ดูแลผู้บาดเจ็บเป็นอย่างดี ทำงานอย่างทุ่มเท ทำให้ไม่มีผู้เสียชีวิต แม้จะต้องมีการย้ายไปโรงพยาบาลอื่นก็ตาม

 นพ.ชูศักดิ์ วงศ์สุรีย์ แพทย์ผู้ดูแลผู้บาดเจ็บ กล่าว คนเจ็บที่ถูกนำรักษาตัวเมื่อคืนที่ผ่านมามีทั้งสิ้น 34 ราย แบ่งเป็นชาย 19 ราย เป็นผู้หญิง 15 ราย ส่วนใหญ่มีบาดแผลที่เกิดจากสะเก็ดระเบิดตามลำตัว แขนขา และใบหน้าโดยไม่มีใครมีบาดแผลที่อวัยวะสำคัญ  ทาง รพ.ได้ปฐมพยายาบาลเบื้องต้นและระบายไปยัง รพ.ใกล้เคียงด้วย โดยมีคนเจ็บที่เป็นทหารถูกส่งไปที่ รพ.พระมงกุฏ 1 ราย  และที่ รพ.เลิศสินอีก  6 ราย ส่วนผู้ที่มีบาดแผลไม่มากแพทย์รักษาอาการเบื้องต้นแล้วให้กลับบ้าน ขณะนี้ยังมีผู้บาดเจ็บพักรักษาตัว  จนถึงตอนนี้มีผู้ป่วยนอนรักษาตัวอยู่ 4 ราย โดยเป็นชาย 3  หญิง 1 ราย มีนายบุญญเกียรติ์ ศรีโพธิ์งาม มิสเตอร์ เบนจมิน ( MR"BENJAMIN  ROWSE ) ชาวเช็ค พญ.พรทิพย์ วรรณวิมลสุข และนายไหคิ่ม แซ่ก่วย พิกาลทางเสียงพูดไม่ได้แพทย์นำตัวเข้าห้องไอซียู โดยไม่มีผู้เสียชีวิตอยากกให่ทั้งสองฝ่ายหาจุดต่างและช่วยกันหาทางออกร่งวมกัน

 นายบุญญเกียรติ์ 1 ในผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุได้นั่ง รถไฟฟ้า บีทีเอส มาจากสถานีสุรศักดิ์มนตรี เพื่อกลับบ้านที่ย่านลาดพร้าว และจะไปเปลี่ยนขบวนที่สถานีสยามสแคว์ แต่ระหว่างผ่านมาบริเวณแยกศาลาแดง ได้ยินเสียงระเบิดดังครั้งแรก ขบวนรถก็หยุดและประตเปิดออก ผู้โดยสารที่ดมาด้วยกันต่างตกใจพากันวิ่งลงจากรถรวมทั้งตนด้วย จากนั้นก็ได้ยินเสียงรเะเบิดลูกที่สองด้ังขึ้น ช่วงนี้รู้สึกเจ็บที่ขา จึงวิ่งย้อนกลับขึ้นไปบนรถเห็นคนต่างมอบอยู่กับพื้นกันหมด แล้วก็ได้ยินเสียงระเบิดลูกที่ สามดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะมาช่วยนำตัวส่งโรงพยาบาล

 " เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยืนยันชัดเจนว่าบ้านเมืองไม่อยู่ในความสงบ อยากให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน และร่วมกันหาทางแก้ไข เพื่อให้บ้านเมืองสงบสุขเสียที " นายบุญญเกียรติ์ กล่าว

 ด้านนางปราณีต ศรีโพธิ์งาม ผู้เป็นมารดาของนายบุญญเกียรติ์ ซึ่งมาคอยอาการของลูกชายอย่างใกล้ชิด กล่าวว่า คอยตักเตือนลูกชายตลอเวลา ให้ระมัดระวัง และอบ่าปยุ่งเกี่ยวกับเหตุการณ์ชุมนุมไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเสื้อสีอะไร เพราะจะเป็นอนัตรายแต่ก็มีถูกลูกหลงบาดเจ็บจนได้  ซึ่งตนพยายามติดตามข่าวสารตลอด อยากให้บ้านเมืองสงบ และให้ทั้งสองฝ่ายหันหน้าเข้าหากันเพื่อแก้ไขสถานการณ์ร่ววมกัน ประชาชนจะได้อยู้กันอย่างสงบสุข