
งานนี้ ไม่มีเจ้าภาพ
ชาวชุมชนคลองจัง หมู่ 4 ต.นาบอน อ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช ได้รับความเดือดร้อนจากโรงเลื่อย 2 โรง ที่ตั้งอยู่หลังศาลาประชาคม และตั้งอยู่ติดกับสถานีรถไฟคลองจัง อยู่ห่างจากป้ายสถานีรถไฟคลองจังประมาณ 30 เมตร
ไม่ทราบว่า ทำไมนายสถานีรถไฟจึงอนุญาตให้ตั้งโรงเลื่อยติดกับที่ทำการสถานีรถไฟโรงเลื่อย เสียงเครื่องจักรเลื่อยไม้ และรถบรรทุกที่วิ่งเข้า-ออกขนย้ายไม้ของทั้ง 2 โรงเลื่อย สร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้านในตลาดคลองจัง ทำให้เกิดมลพิษต่างๆ ทั้งเสียงและฝุ่นมาโดยตลอด
อยากให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงเลื่อยทั้ง 2 โรง ให้อยู่ในที่ที่ควรอยู่ อย่ามาสร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้านคลองจังอีกเลย
ชาวคลองจัง / นครศรีธรรมราช
ตอบ
นายนิคม เมฆเจียม หัวหน้านายสถานีรถไฟคลองจัง อ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช ชี้แจงว่า สถานีไม่ได้อนุญาต แต่เจ้าของโรงเลื่อยเข้ามาสร้างก่อน เจ้าของโรงเลื่อยทั้ง 2 แห่งเป็นที่รู้จัก และเป็นที่นับน่าถือตาของคนในชุมชมคลองจัง จึงไม่มีเจ้าหน้าที่รถไฟไปขัดขวางได้ เป็นเรื่องเรื้อรังมานานก่อนที่หัวหน้านายสถานีจะเข้ามาอยู่ที่นี่เสียอีก
การอนุญาตให้สร้างโรงเลื่อย ซึ่งถือเป็นการบุกรุกที่ของการรถไฟ ทาง อบต.นาบอน เป็นผู้อนุญาต การอนุญาตต้องขออนุมัติจากหัวหน้ากองจัดการเดินรถเขต 5 หาดใหญ่ จ.สงขลา ก่อน จากนั้น ทางเขต 5 ก็มีหนังสือไปที่แขวงเดินรถทุ่งสง และส่งต่อไปที่หน่วยบำรุงทางเขตทุ่งสงเพื่อไปสำรวจพื้นที่ แต่ขณะนี้ได้ชะลอโครงการไว้ก่อน เรื่องแบบนี้ ไม่ได้มีที่คลองจังที่เดียว มีหลายที่ แต่ทำอะไรไม่ได้
ด้าน นายสุธรรม รัตนบุรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) นาบอน อ.นาบอน จ.นครศรีธรรมราช ชี้แจงว่า อบต.ไม่มีอำนาจในการอนุญาตให้สร้างโรงเลื่อย แต่ได้ทำแบบสอบถามเรื่องความเดือดร้อน ส่งไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ และรายงานให้นายอำเภอนาบอนทราบ แต่ที่ผ่านมา จากแบบสอบถาม พบว่า ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนค่อนข้างน้อย เพราะเพิ่งดำเนินการเลื่อยเพียงหัวเลื่อยเดียวเท่านั้น
ส่วนเรื่องมลพิษ อบต.นาบอน ได้แจ้งผู้ประกอบการให้ดำเนินการแก้ไข โดยใช้วิธีกั้นสแลน และใช้น้ำรดและกั้นบริเวณฝุ่นไม่ให้ฟุ้งกระจายออกไปนอกโรงงาน ซึ่งเป็นหน้าที่ของ อบต.นาบอน ที่ทำได้
นายก อบต.นาบอน ย้ำว่า การเปิดโรงเลื่อยทั้ง 2 แห่งนี้ ต้องขออนุญาตอุตสาหกรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช และการรถไฟแห่งประเทศไทย อบต.นาบอน ไม่เกี่ยว
ลุงแจ่ม



