ไลฟ์สไตล์

หนั้งสั้น“ผีนาบัว”ชนะเลิศศิลปะแห่งเอเชีย

หนั้งสั้น“ผีนาบัว”ชนะเลิศศิลปะแห่งเอเชีย

22 เม.ย. 2553

หนั้งสั้น “ผีนาบัว” ฝีมือศิลปินไทยคว้ารางวัลชนะเลิศ ศิลปะแห่งเอเชีย A3-Asia Art Award

 เมื่อวันที่ 22 เม.ย. เรืออากาศเอกสุริยะ ศึกษากิจ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.)พร้อมด้วย ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ รองปลัด วธ. เปิดแถลงข่าวและร่วมแสดงความยินดีกับ นายอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ศิลปินศิลปาธร ปี 2548 คว้ารางวัลชนะเลิศศิลปะแห่งเอเชีย ที่ห้องประชุมชั้น 19 กระทรวงวัฒนธรรม โดยเรืออากาศเอกสุริยะ เปิดเผยว่า จากการที่นายอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ศิลปินศิลปาธร ปี 2548 วัย 40 ปี และผู้สร้างภาพยนตร์ไทย ได้ส่งผลงานภาพยนตร์ ชื่อว่า ผีนาบัว (PHANTOMS of NABUA) เข้าร่วมการประกวดศิลปะแห่งเอเชีย A3-Asia Art Award ครั้งที่ 1 ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะ สาธารณรัฐเกาหลีใต้

 โดยมีผู้ส่งผลงานเข้าประกวด จำนวน 42 คนจากประเทศเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อินเดีย สาธารณรัฐประชาชนจีน อินโดนีเซียและไทย ผลปรากฏว่า ผลงานของนายอภิชาติพงศ์ สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ Asia Art Award มาครองสำเร็จเป็นคนแรก โดยได้รับเงินรางวัล 20 ล้านวอน หรือ ประมาณ 6.5 แสนบาท และได้มีการจัดแสดงนิทรรศการเดี่ยวเพื่อเชิดชูเกียรติ และออกรายการประชาสัมพันธ์ทั่วเอเชีย ทั้งนี้ถือเป็นการเปิดมิติใหม่ และเพิ่มมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย และวงการศิลปะร่วมสมัยไทยบนเวทีระดับเอเชีย ได้อย่างน่าภาคภูมิใจ ทั้งนี้นับเป็นโอกาสที่ดีที่เราจะสามารถนำผลงานดังกล่าวมาเผยแพร่ให้กับสาธารณชน เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศได้

 ศ.ดร.อภินันท์ กล่าวว่า ในฐานะหนึ่งในกรรมการตัดสินต้องกล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า คุณอภิชาติพงศ์ได้สร้างเกียรติประวัติอันยิ่งใหญ่ให้กับประเทศไทย ซึ่งกรรมการตัดสินได้สรุปว่า ความโดดเด่นที่ทำให้ผลงานของคุณ อภิชาติพงศ์ ชนะใจกรรมการไม่ได้อยู่ที่ประวัติศาสตร์ทางการเมือง แต่เป็นการนำเสนอที่เรียบง่ายผ่านเทคนิคการถ่ายภาพยนตร์ที่มีการบันทึก แสง เงาได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งนี้พิธีมอบรางวัล A3-Asia Art Award ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2553 ที่ผ่านมา ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะ Seoul Olympic Museum of Art กรุงโซล เกาหลีใต้

 ด้านนายอภิชาติพงศ์ กล่าวว่า ผลงานภาพยนตร์ เรื่องดังกล่าวได้รับทุนสนับสนุนจากประเทศเยอรมนี และอังกฤษ ในการสำรวจสภาพแวดล้อมพื้นที่ทางภาคอีสานของไทย และนำมาสร้างแนวคิดภาพยนตร์ โดยมีการถ่ายทำ ที่ หมู่บ้านนาบัว อ.เรณูนคร จ.นครพนม ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีการเชื่อมโยงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ทางการเมือง และทางทหาร โดยเนื้อหาของภาพยนตร์เป็นการสะท้อนเนื้อหาท้องถิ่น ชีวิตในชนบท ความเชื่อ และการเมือง โดยมีเทคนิคการตัดต่อ และการเล่าเรื่องที่มีความแปลกใหม่ โดยเฉพาะการบันทึกแสง เงา ที่นำไปสู่การเล่าเรื่องราวของภาพยนตร์ โดยส่วนตัวรู้สึกดีใจ และภาคภูมิใจมาก และมองว่า การเข้าร่วมการประกวดในครั้งนี้ จะเป็นการสร้างแรงจูงใจและสร้างเครือข่ายให้กับศิลปินรุ่นใหม่ ในการคิดและสร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ