
หมอพยาบาลผวาหวั่นเสื้อแดงยึดรถหวอ
จุรินทร์ขอร้องเสื้อแดงอย่ายึดรถหวอ ชี้ทำให้หมอพยาบาลตระหนก เกรงกระทบหากเกิดเหตุฉุกเฉินจริง ผบช.ภ.3 สั่งเข้ม 3 ด่านตรวจเส้นทางก่อนจะเข้าสู่พื้นที่ภาคกลาง ตรวจเข้มการขนมวลชนคนเสื้อแดงไป กทม.ให้ชี้แจงทำความเข้าใจ หากดื้อต้องถ่ายรูปทำประวัติทุกราย วธ.จับ
เมื่อวันที่ 21 เม.ย. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีแกนนำคนเสื้อแดงประกาศจะยึดรถพยาบาลว่า เราไม่มีนโยบายให้รถพยาบาลไปทำอย่างอื่น ชัดเจนว่า ที่ส่งไปในการดำเนินการโดยศูนย์ปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินระดับชาตินั้น มีความปรารถนาที่ต้องการเข้าไปช่วยดูแลผู้ป่วย หรือผู้ได้รับบาดเจ็บจริงๆ ถ้าเกิดกรณีเหตุฉุกเฉินขึ้น เราไม่มีวัตถุประสงค์ให้ไปดำเนินการอย่างอื่น นอกจากวัตถุประสงค์ทางการแพทย์และพยาบาล จึงเป็นที่มาที่ตนเคยร้องขอทุกฝ่าย โดยเฉพาะผู้ชุมนุมไปก่อนหน้านี้ว่า ขอความกรุณาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่กับรถพยาบาลที่จะเข้าไปดูแลผู้ป่วย หรือผู้บาดเจ็บถ้าเกิดกรณีฉุกเฉินขึ้นด้วย
“ผมไม่ทราบว่าจะยึดไปเพื่อประโยชน์อะไร และจะทำไปเพื่ออะไร ไม่ควรที่จะทำ ถ้าคิดจะทำไม่อยากให้ไปทำอะไรไม่ถูกต้องต้องขอความกรุณาเพราะไม่เช่นนั้นจะเกิดความตระหนกกับเจ้าหน้าที่ที่เป็นแพทย์และพยาบาลซึ่งเขามีความปรารถนาดีที่ตั้งใจจะเข้าไปดูแลผู้ป่วยจริงๆ และถ้าเกิดกรณีเหตุฉุกเฉินขึ้นมามีผู้ป่วยผู้ได้รับบาดเจ็บที่สุดผลจะกระทบกับผู้ป่วยและผู้บาดเจ็บเอง” รมว.สธ.กล่าว
นายจุรินทร์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้สั่งเปลี่ยนแปลงแผนดำเนินการของศูนย์ปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินระดับชาติ และถ้ามีความจำเป็นรถพยาบาลจะไปจอดสำหรับเตรียมรับในกรณีฉุกเฉินใกล้ที่ชุมนุม ส่วนการปรับแผนหากเกิดความไม่ปลอดภัยกับแพทย์พยาบาลนั้น จะปรับตามความเหมาะสมแล้วแต่ช่วงเวลา ซึ่งขณะนี้มีการเฝ้าติดตามสถานการณ์อยู่ 24 ชั่วโมง เนื่องจากผู้ชุมนุมมีการเปลี่ยนแผนตลอดเวลาและจะปรับแผนตามความเหมาะสม เพื่อเป้าหมายคือต้องการดูแลผู้ป่วยและผู้บาดเจ็บไม่มีอย่างอื่น
ด้านนพ.ชาตรี เจริญชีวะกุล เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (เลขาธิการสพฉ.) กล่าวว่า ได้มอบหมายให้นพ.ไพโรจน์ บุญศิริคำชัย ผู้ช่วยเลขาธิการสพฉ. เข้าไปเจรจาทำความเข้าใจกับนพ.เหวง โตจิราการ แกนนำกลุ่มนปช. ว่า การปฏิบัติการทางการแพทย์ไม่เคยมีวัตถุประสงค์อื่นแม้แต่การขนอาวุธ ได้สอบถามไปทางแกนนำก็ยืนยันไม่ได้ว่ารถคันไหนของรพ.ใด แต่การพูดอย่างนี้มีจะเกิดปัญหาในการทำงานของแพทย์ ทั้งที่เราเป็นกลางช่วยเหลือทุกฝ่าย อย่างไรก็ตามรถพยาบาลทุกคันตอนนี้ยังไม่ถูกยึด และได้สั่งให้รถพยาบาลทุกคันถอยออกห่างจากพื้นที่ชุมนุมจากจุดเดิม เช่นเคยอยู่ตรงแยกไหนก็ให้ถอยออกมา 2-3 แยก ให้พอได้รับคำสั่งแล้วเห็นจุดเข้าไปรับส่งได้ พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ระมัดระวังให้มากขึ้นแล้ว
นพ.ชาตรี กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่กู้ชีพฉุกเฉินร้องขออุปกรณ์ในการเข้าปฏิบัติงานช่วงสลายการชุมนุมว่า ทราบว่ามีการร้องขอมาที่กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งนพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้ทำหนังสือถึงอธิบดีกรมการแพทย์ให้สนับสนุนแล้ว ส่วนสิ่งที่เจ้าหน้าที่กู้ชีพร้องขอ อาทิ อุปกรณ์ป้องกันน้ำกรด อุปกรณ์ป้องกันแก๊สน้ำตา ผ้าก๊อก ยา และเวชภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งทราบว่าทางกรมการแพทย์พร้อมช่วยเหลือ
ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่กู้ชีพฉุกเฉิน ได้ทำหนังสือมาถึงกระทรวงสาธารณสุข ขอสนับสนุนอุปกรณ์ป้องกันตัวเพิ่มเติมสำหรับใช้ปฏิบัติงาน เพื่อเตรียมความพร้อมหากเกิดกรณีสลายการชุมนุมขึ้นอีก ซึ่งปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้ประชุมพร้อมอนุมัติให้กรมการแพทย์ส่งอุปกรณ์ต่างๆไปสนับสนุนตามที่มีการร้องขอเข้ามา
ตร.โคราชสั่งตั้งด่านเข้มขนม็อบ"ถ่ายรูป-ทำประวัติ"
พล.ต.ท.เดชาวัต รามสมภพ ผบช.ภาค.3 ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการปฏิบัติ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติภารกิจในเขตการชุมนุมของ กลุ่ม นปช.หรือ กลุ่มคนเสื้อแดงสายอีสานใต้ ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ 8 จังหวัด ว่า ขณะนี้ สถานการณ์ทั่วไปยังอยู่สภาวะปกติ สามารถควบคุมได้ จึงไม่น่าเป็นห่วง แต่เราก็มิได้นิ่งนอนใจ เร่งให้แต่ละพื้นที่ประชาสัมพันธ์มิให้กลุ่มบุคคลเข้าไปมีส่วนร่วมการชุมนุมในเขตพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยชี้แจงให้ทราบถึงอัตราโทษของการกระทำ แต่หากยังคงมีพฤติการณ์ที่จะเข้าร่วมชุมนุม ให้หัวหน้าจุดตรวจระดับสัญญาบัตรเป็นผู้ออกคำสั่งเรียกบุคคลนั้นไปพบพนักงานเจ้าหน้าที่ ในแต่ละพื้นที่ ตามภูมิลำเนาเดิมของแต่ละบุคคล
ส่วนการจัดกิจกรรมเวทีคู่ขนานของกลุ่มคนเสื้อแดงที่จะใช้สถานที่ในเขตชุมชน ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ออกตรวจสอบ และเฝ้าระวังการเผชิญหน้ากับกลุ่มหลากสี และการสร้างสถานการณ์ เราไม่ได้ขัดขวาง แต่การจัดกิจกรรม สามารถดำเนินการได้ตามสิทธิ์ขั้นพื้นฐาน แต่จะต้องไม่สร้างความเดือดร้อน และผิดกฏหมาย
ผบช.ภาค 3 กล่าวต่ออีกว่า พื้นที่ในความรับผิดชอบของสำนักงานตำรวจภูธร ภาค 3 ซึ่งถือเป็นประตูหน้าด่านอีสาน โดยเป็นเส้นทางผ่านไปยัง กทม.แต่ละวันจึงมียานพาหนะบรรทุกคนเสื้อแดง สายอีสาน 19 จังหวัด ไปยังจุดหมายอย่างต่อเนื่อง ตนจึงสั่งการให้จุดตรวจบูรณาการ ซึ่งเป็นการสนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร กองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี ทั้ง 3 แห่ง คือ บริเวณช่วงหลักกิโลเมตรที่ 21-22 ถ.มิตรภาพ หน้าพุทธมณฑล ทางแยกเข้าบ้านสะเดาเอน หมู่ 1 ต.โตนด อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา จุดตรวจยาเสพติด อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา บริเวณช่วงหลักกิโลเมตรที่ 99-100 ถ.มิตรภาพ และ จุดตรวจ ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา บริเวณช่วงหลักกิโลเมตรที่ 152-153 ถ.มิตรภาพ
โดยเป็นการปฏิบัติที่เน้นตรวจค้นหาสิ่งผิดกฎหมาย และหากพบการขนมวลชนคนเสื้อแดง ก็จะทำการชี้แจง ทำความเข้าใจ พร้อมแจกเอกสารแผ่นพับ ให้เห็นถึงโทษ ถ้ายังยืนยันที่จะไปร่วมชุมนุม กระบวนการต่อไป ก็จะมีการถ่ายรูป ทำประวัติ โดยเป็นข้อมูลเลขทะเบียนรถยนต์ และ เลข 13 หลักของบัตรประจำตัวประชาชนของทุกคนไว้ เพื่อรายงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
วธ.จับมือเอเอฟเอสกู้ภาพลักษณ์ประเทศ
นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) กล่าวภายหลังลงนามความร่วมมือกับมูลนิธิการศึกษาและวัฒนธรรมสัมพันธ์ไทย-นานาชาติ(เอเอฟเอส ประเทศไทย) ณ โรงแรมรามาการ์เดนส์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 21 เม.ย.ว่า วธ.ได้ทำบันทึกข้อตกทางวัฒนธรรมกับมูลนิธิการศึกษาและวัฒนธรรมสัมพันธ์ไทย-นานาชาติ ซึ่งมีภารกิจในการจัดโครงการแลกเปลี่ยนทางการศึกษาและวัฒนธรรมแก่เยาวชน บุคลากรทางการศึกษา ระหว่างปี 2553-2556 โดยจะร่วมกันดำเนินการปลูกฝังจิตสำนึกให้เด็กและเยาวชนที่จะทำหน้าที่แลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมกับนานาชาติเกิดความรักชาติ ความภาคภูมิใจในความเป็นไทย โดยเฉพาะการเป็นทูตทางวัฒนธรรม และการท่องเที่ยว
นายวีระ กล่าวต่อไปว่า สิ่งสำคัญที่ทั้ง 2 หน่วยงาน จะเร่งปลูกฝังให้แก่เด็กและเยาวชนที่จะทำหน้าที่แลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมกับนานาชาติ คือ ส่งเสริมความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถาบันชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ นอกจากนี้ จะมีการส่งเสริมและกระตุ้นให้มีจิตสำนึกของการมีส่วนร่วมรับผิดชอบในการเผยแพร่เอกลักษณ์ของชาติ ตลอดจนข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับประเทศไทย โดยเฉพาะปัญหาทางการเมือง สังคม เพื่อให้ชาวต่างชาติมีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องด้วย
ด้านนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานมูลนิธิเอเอฟเอส ประเทศไทย กล่าวว่า ทางเอเอฟเอส ประเทศไทย ได้พัฒนาโครงการให้เด็กและเยาวชนได้แลกเปลี่ยนความรู้ด้านการศึกษาวัฒนธรรมมากกว่า 50 ประเทศ ไม่เฉพาะเพียงแต่สหรัฐอเมริกาเท่านั้น ซึ่งในขณะนี้ ตนเห็นว่า ประเทศไทยประสบปัญหาทางการเมือง ดังนั้น จะต้องปลูกฝังให้เยาวชนของเรามีความรู้ความเข้าใจในเรื่องดังกล่าว เพื่ออธิบายให้ชาวต่างชาติได้เข้าใจ เพราะจุดมุ่งหมายสำคัญของเอเอฟเอสก่อตั้งขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 จากกลุ่มหนุ่มสาวชาวอเมริกัน เพื่อสนับสนุนการแลกเปลี่ยนเยาวชนอเมริกาและยุโรป โดยเชื่อว่า สันติภาพจะเกิดขึ้นหากผู้คนต่างชาติ ต่างภาษา ต่างวัฒนธรรมได้รู้จักกันและกัน



