
ปั้นใยตาลสู่สินค้ามีระดับ ทางชีวิต "บัณฑิต หนูเพชร
วิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่ อ.สทิงพระ จ.สงขลา ส่วนใหญ่นอกจากประกอบอาชีพทำนา เลี้ยงสัตว์ และประมงชายฝั่งแล้ว ประชาชน ณ ที่แห่งนี้ยังมีความผูกพันกับ ตาลโตนด ซึ่งมีอยู่มากมายนับล้านต้น จึงทำให้มีการนำมาแปรสภาพเป็นของใช้ในรูปแบบต่างๆ ตามแนวคิดของภูมิปัญญาชาว
แต่สำหรับ “บัณฑิต หนูเพชร” เกษตรกรรุ่นใหญ่แห่ง อ.สทิงพระ กลับมีมุมมองที่ต่างไปจากเดิม นั่นคือการนำผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นมาแปรเปลี่ยนเป็นสินค้าเพื่อแลกกับเม็ดเงินเพื่อสร้างรายได้หล่อเลี้ยงชีวิต โดยเฉพาะ “ผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปจากใยตาล" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างผลิตภัณฑ์ เช่น หมวก กระเป๋า และเฟอร์นิเจอร์ประดับบ้าน ทั้งนี้ ด้วยเอกลักษณ์อันโดดเด่นของเส้นใยตาลที่มีความเหนียว ไม่ฉีกขาดง่ายเมื่อนำสร้างงานฝีมือ จึงมีความแข็งแรง คงทน แตกต่างจากเส้นใยชนิดอื่น
ด้วยเหตุนี้จึงเริ่มต้นศึกษาและคิดค้นรูปแบบการนำเส้นใยตาลมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ด้วยการแสวงหาความรู้จากหนังสือและตำรา รวมถึงดูแบบสินค้าแบรนด์เนม จากนั้นนำมาประยุกต์ให้เข้ากับแนวทางของตัวเอง โดยเริ่มศึกษาและทดลองประมาณ 10 ปี กระทั่งมาจริงจังในยุคที่ผลิตภัณฑ์ชุมชนได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ ทำให้ผลิตภัณฑ์จากใยตาลเริ่มมีอนาคตมากขึ้น หลังจากช่วงแรกผลิตออกมาสินค้าหาตลาดรองรับค่อนข้างยากนอกจากวางขายในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง
ส่วนวัตถุดิบที่นำมาใช้คือส่วนยอดของต้นตาลที่มีลักษณะเป็นใยเส้นติดอยู่กับกาบ ซึ่งต้องนำเอาส่วนดังกล่าวมาทุบให้ละเอียดเป็นเส้นๆ จากนั้นถึงนำมาล้างทำความสะอาดก่อนตากให้แห้งแล้วค่อยเติมสีสัน พร้อมทั้งนำไปตากให้แห้งอีกครั้ง
หัตถกรรมจากใยตาลในรูปแบบสินค้าขายดี ได้แก่ กระเป๋าหลากหลายรูปแบบที่มีดีไซน์ที่ทันสมัยเหมาะกับสมัยนิยม โดยเฉพาะกระเป๋าสำหรับสตรี รวมไปถึงหมวก ปิ่นปักผม โคมไฟ เป็นต้น โดยเฉพาะกระเป๋าจากใยตาล จะเน้นการออกแบบที่สวยงามและร่วมสมัย ไม่ว่าจะเป็นการประดับมุก เงิน หรือขลิบทอง ซึ่งทำให้ได้รับความสนใจจากลูกค้าชาวต่างชาติเพิ่มเข้ามาทั้งมาเลเซีย สิงคโปร์ ไต้หวัน รวมถึงญี่ปุ่น
ด้วยความต้องการสินค้าจากใยตาลที่สูงขึ้นทำให้วันนี้เกิดกลุ่ม “โหนดทิ้ง” ซึ่งเป็นการรวมตัวของชาวบ้านในท้องถิ่นเพื่อร่วมกันผลิตผลงานเพื่อการค้า ส่งผลให้สมาชิกมีรายได้จากหัตถกรรมใยตาลเฉลี่ยเดือนละ 3,000-4,000 บาท ซึ่งนับว่าเป็นการสร้างงานและสร้างรายได้ให้ชุมชนได้อีกทางยามว่างเว้นจากการทำเกษตรกรรม
วันนี้ “บัณฑิต หนูเพชร” จึงไม่ได้เป็นแค่เพียงแกนนำกลุ่ม “โหนดทิ้ง” ที่พยายามขับเคลื่อนการสร้างงาน และสร้างรายได้ให้ชาวบ้านในพื้นที่เท่านั้น แต่การมุ่งมั่นยกระดับสินค้าท้องถิ่นให้มีราคา นับเป็นแบบอย่างการอนุรักษ์ผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาของบรรพบุรุษให้คงอยู่คู่ท้องถิ่นสืบไปอย่างไม่มีวันสูญหายได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
"สุพิชฌาย์ รัตนะ"



