
ชอบกินผักเปิด "แม่ริม ไฮโดรฟาร์ม" ปลูกระบบไร้ดินป้อนให้ภัตตาคาร
หลังจากกระแสนิยมในการบริโภคพืชผักปลอดสารพิษกำลังขยายตัวอย่างกว้างขวาง ทำให้การปลูกผักระบบไฮโดรโพนิกส์ หรือระบบไร้ดิน เป็นกิจการที่เกษตรกรให้ความสนใจมากขึ้นเช่นกัน อย่าง พรพงษ์ เลิศทำนองธรรม ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ครอบครัวนิยมบริโภคผักปลอดสารพิษ จึงตัดสินใจทำ
พรพงษ์ บอกว่า เริ่มปลูกผักระบบไฮโดรโพนิกส์เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากครอบครัวชื่นชอบในการบริโภคผักเป็นอย่างมาก จึงอยากได้ผักที่ปลอดสารพิษเพื่อใช้ในการบริโภค จึงตัดสินใจเข้ารับการฝึกอบรมในการปลูกผักระบบไฮโดรโพนิกส์ หรือปลูกผักระบบไร้ดินที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เชียงใหม่ เมื่อได้ศึกษาขั้นตอนและกระบวนการปลูกแล้วพบว่า การปลูกพืชไร้ดินไม่ยากมากนัก จึงทดลองปลูกด้วยการทำเตียงเล็กๆ ขนาดกว้าง 60 ซม. ยาว 1.20 เมตร ทำเป็นรางระบายน้ำและปลูกผักสลัดบนแผ่นโฟม
ช่วงแรกที่ทดลองปลูก พรพงษ์บอกว่า นำผลผลิตที่ได้มาไปบริโภคในครัวเรือนก่อน ที่เหลือนำไปแจกจ่ายให้เพื่อนบ้าน พอทำไปได้ระยะหนึ่งมีการเพิ่มจำนวนแปลง ทำให้มีปริมาณผักสลัดที่เหลือจำนวนมาก จึงมีแนวความคิดทำการตลาดคือนำไปขายปรากฏว่า ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี จึงตัดสินใจขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มเป็น 200-300 ตารางวา ใช้เงินลงทุนกว่า 3 แสนบาท เป็นการปลูกแบบระบบน้ำลึก มีผักตระกูลสลัด อาทิ เรดคอรัล, กรีนโอ๊ค, เรดโอ๊ค, ไอซ์เบิร์ก, บัตเตอร์เฮด เป็นต้น
"การปลูกผักระบบไฮโดรไพนิกส์ระบบน้ำลึก พบว่าต้องใช้ทรัพยากรบุคคลในการดูแลเป็นจำนวนมาก อย่างของผมต้องมีคนดูแลถึง 8 คน ผมเห็นว่าเป็นการสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย จึงตัดสินใจเปลี่ยนระบบใหม่ ใช้น้ำไม่ลึกอย่างในปัจจุบันใช้คนดูแลเพียง 2 คนเท่านั้น ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างมาก แต่ต้องใช้เงินในการปรับปรุงระบบใหม่เป็นเงินกว่า 4 แสนบาท ซึ่งถ้ามองในระยะยาวถือว่าคุ้มค่าครับ" พรพงษ์ กล่าว
กระนั้น เจ้าของไฮโดรฟาร์ม ยอมรับว่า การปลูกผักระบบไฮโดรไพนิกส์ต้องดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างมาก ต้องเข้าใจธรรมชาติของผัก อย่างของแม่ริม ไฮโดรฟาร์ม เป็นโรงเรือนแบบเปิดด้านข้าง เพื่อให้อากาศโล่งผ่านทั่วถึง จะมีผลต่อการเจริญเติบโตของผัก โดยเฉพาะการดูดซึมอาหาร พร้อมกับมีการพ่นละอองน้ำตอนกลางวัน มีการเปิดพัดลมเพื่อให้อากาศหมุนเวียนถ่ายเทได้อย่างสะดวก ซึ่งจะทำให้ผักเจริญเติบโตเป็นอย่างดี กินอาหารได้มาก และทำให้ได้น้ำหนักดีอีกด้วย
"ผักที่ฟาร์มผมปลูกเป็นผักสลัด ใช้เมล็ดพันธุ์นำเข้าจากประเทศเนเธอร์แลนด์ จึงไม่มีปัญหาเรื่องแมลงศัตรูพืชมากนัก มีบ้างเพียงเล็กน้อยแต่จะมีแมลงกินศัตรูพืชกำจัดตามกลไกทางธรรมชาติ แต่เราจะใช้น้ำหมักชีวภาพช่วยอีกทางหนึ่งด้วย จึงเป็นผักที่ปลอดสารพิษ และได้การรับรองมาตรฐานแหล่งผลิตพืชจีเอพี (GAP) จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับการรับรองอาหารปลอดภัย (FOOD SAFETY) จากกระทรวงสาธารณสุขด้วย" เจ้าของไฮโดรฟาร์ม กล่าว
ส่วนแหล่งจำหน่าย ก่อนหน้านี้เคยจำหน่ายในโรงแรมซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี แต่เงื่อนไขการชำระเงินต้องใช้เป็นระบบเครดิต ปัจจุบันจึงไปส่งให้ร้านอาหาร ภัตตาคาร หลายแห่งใน จ.เชียงใหม่ นอกจากนี้ยังมีการใส่ถุงบรรจุจำหน่ายที่คณะแพทยศาสตร์ และคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 80-120 บาท เฉลี่ยแต่ละวันจะขายวันละ 20-40 กิโลกรัม หรือเดือนละ 600-800 กิโลกรัม
"วรัทยา ไชยลังกา"



