
"พระครูวรคุณประยุต" เรื่องของ...วิสัยทัศน์กับการตอบรับ
เจ้าอาวาส หรือเจ้าสำนักที่พักสงฆ์ จำต้องมีสภาวะเป็นผู้นำที่สูงส่ง เสียสละเป็นเบื้องต้น วัดจึงจะพัฒนาไปได้อย่างราบรื่นและรวดเร็ว ที่สำคัญคือ พระต้องเป็นพระของชาวบ้านจริงๆ เป็นที่พึ่งพิง ทั้งในทางโลกและทางธรรม เป็นผู้นำจิตวิญญาณ เข้ากับชาวบ้านได้ แก้ไขปัญ
ที่กล่าวมาข้างต้น คือ ความตั้งใจของพระครูวรคุณประยุต (พระอาจารย์พิพัฒน์มงคล คุณยุตฺโต) เจ้าคณะอำเภอทุ่งเสลี่ยม และเจ้าอาวาสวัดพิพัฒน์มงคล ต.ทุ่งเสลี่ยม อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย เมื่อครั้งมารับตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอทุ่งเสลี่ยม เมื่อพ.ศ.๒๕๔๖
เมื่อครั้งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะอำเภอทุ่งเสลี่ยม พระครูวรคุณประยุต มีนโยบายในการบริหารจัดการวัดที่ว่า จะดำเนินการให้แต่ละวัดมีศักยภาพช่วยเหลือตัวเองได้ ส่งเสริมในสิ่งที่ควรส่งเสริม ไม่มีการรวมอำนาจการบริหารไว้ที่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง การบริหารโปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกกรณี หากผู้ใดมีความสงสัยในกิจอันใดก็สามารถสอบถาม หรือตั้งประเด็นคำถามได้ พระภิกษุ เจ้าคณะ พระสังฆาธิการรูปใดมีผลงาน สมควรแก่การยกย่องสรรเสริญ จะได้รับการยกย่องไม่ปิดกั้น ไม่แบ่งพรรคแบ่งพวก ทุกท่านเป็นผู้ควรแก่การเคารพสักการะ และพร้อมเสียสละ เพื่อพระศาสนาทุกท่าน
“นโยบายและวิสัยทัศน์ ๖ ข้อที่อาตมาประกาศและตั้งใจทำเมื่อครั้งได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าคณะอำเภอใหม่ๆ ผ่านมาแล้วประมาณ ๗ ปี ถือว่าประสบความสำเร็จทุกข้อ ได้รับการตอบสนองทั้งจากพระและญาติโยมเป็นอย่างดี บางวัดทำดีกว่านโยบายที่ให้ไว้ ทำได้ทั้งการพัฒนาศาสนสถาน และศาสนทายาท รวมทั้งเรื่องการลด ละ เลิก อบายมุข ก็ทำได้ดี โดยเฉพาะเรื่องการจัดมหรสพการเล่นภายในวัด” นี่คือคำยืนยันของพระครูวรคุณประยุต
เมื่อครั้งที่ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอทุ่งเลี่ยมใหม่ๆ มีอยู่ ๒๗ วัด โดยได้ทำเรื่องขอยกสำนักสงฆ์เป็นวัดได้ ๒ แห่ง และอยู่ระหว่างดำเนินการยกสำนักสงฆ์เป็นวัดอีก ๔ แห่ง มีพระในพรรษาประมาณ ๑๐๐ รูป ทั้งนี้ทุกๆ เดือนจะมีการประชุมเจ้าอาวาสในปกครองเพื่อติดตามงาน หารือเรื่องปัญหาอุปสรรคในการพัฒนาวัด เมื่อว่างเว้นจากงานที่วัด หรือกิจนิมนต์ พระครูวรคุณประยุตจะออกไปตรวจงานวัดต่างๆ ไป เพื่อติดตามผลงาน และให้ความช่วยเหลือ ไม่ได้ไปเพราะได้รับกิจนิมนต์ไปร่วมงานบุญ
พระครูวรคุณประยุต พูดไว้อย่างน่าคิดว่า "การสร้างวัดที่แท้จริงนั้น ง่ายและดีที่สุด คือ ต้องสร้างวัตรปฏิบัติของพระสงฆ์ในวัดให้สมกับเป็นพระก่อน ศีลอย่าให้ขาด วินัยอย่าละเว้น นอกจากนี้แล้วการสร้างวัด พัฒนาวัด ไม่จำเป็นต้องหาเงินจากการสร้างวัตถุมงคลให้ญาติโยมเช่าบูชา สิ่งที่จะดึงดูดศรัทธาของญาติโยมประการแรก คือ ความสะอาด เพราะความสะอาดของวัดไม่ต้องใช้ปัจจัย เพียงแต่พระลูกวัดช่วยกันปัดกวาดเช็ดถูก็เพียงพอแล้ว ซึ่งเป็นที่มาของความศรัทธา จากนั้นลาภสักการะก็ตามมาเอง ไม่ต้องแจกซองผ้าป่า เรี่ยไรมาก ถ้าต้องการใช้ปัจจัยจำนวนมากๆ วัดต้องสร้างจุดขายขึ้นมา ประการแรกพระสงฆ์ต้องสร้างศรัทธาให้เกิดขึ้นก่อน”
อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่พระครูวรคุณประยุตจัดทำไว้ล่วงหน้า ซึ่งพระทั่วๆ ไปไม่ทำ คือ การสร้างศาสนทายาท ผู้สืบทอดตำแหน่งเจ้าอาวาส ทั้งนี้ท่านได้ให้เหตุผลว่า แม้ว่าทุกสิ่งจะเปลี่ยนไปตามเวลาที่ผันแปร แต่ทำอย่างไรจึงจะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด ที่ผ่านมาเมื่อพระเกจิ หรือเจ้าอาวาสวัดหนึ่งวัดใดมรณภาพลง วัดที่เคยมีความรุ่งเรืองทั้งศาสนสถาน และการปฏิบัติธรรม ดังนั้นอาตมาจึงหาเงินตั้งมูลนิธิขึ้นมา โดยนำดอกผลมาดูแลรักษาวัด และเผยแผ่พระพุทธศาสนา เพราะอาตมาไม่อยากให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอย่างกับวัดหลายแห่งในภาคเหนือ เมื่อพระเกจิมรณภาพทุกอย่างก็ตายตามท่านไปด้วย
๖ วิสัยทัศน์
พระครูวรคุณประยุต บอกว่า ได้สร้างวัดพิพัฒน์มงคลนี้โดยอาศัยพลังศรัทธาล้วนๆ อาศัยการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเป็นหลัก ส่วนญาติโยมจะมองเห็นหรือไม่นั้น เป็นเรื่องของญาติโยม อย่าหวังว่าโยมที่เข้าวัดร้อยคนจะศรัทธาทั้งร้อยคน ศรัทธาเพียงครึ่งหนึ่งก็ถือว่าดีมากแล้ว จากนั้นค่อยพึ่งการสร้างพระเครื่อง และวัตถุมงคล
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้สร้างพัฒนาวัด รวมทั้งจัดฝึกอบรมปฏิบัติธรรมให้ญาติโยมเรื่อยมา จนได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติมากมาย เมื่อได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะอำเภอ จึงมีความคิดว่า ทำอย่างไรให้วัดต่างๆ ที่อยู่ภายใต้การปกครอง ยึดหลักการปฏิบัติตาม อาตมาจึงเขียนวิสัยทัศน์ออกมาแจกจ่ายให้พุทธศาสนิกชน และพระที่อยู่ใต้ปกครอง คือ
๑.จัดตั้งทำเนียบวัด สำนักสงฆ์ ทำเนียบ พระสังฆาธิการของอำเภอทุ่งเสลี่ยม และจัดทำเป็นรูปเล่มแจกเจ้าคณะพระสังฆาธิการ เพื่อเป็นข้อมูลหลักฐานในการค้นหาสะดวกในการใช้
๒.ที่พักสงฆ์ หรือสำนักสงฆ์ที่ยังไม่ได้รับการยกเป็นวัด จำต้องรีบดำเนินการให้ โดยขอทราบรายละเอียดว่า ติดขัดตรงไหน หลังจากการประชุมประจำเดือนครั้งแรก จะรีบดำเนินการให้ โดยให้เจ้าสำนัก หรือคณะกรรมการวัดประสานงานทางเจ้าคณะอำเภอ
๓.จัดตั้งกองทุนกุศลนิธิพระสังฆาธิการ โดยวัดพิพัฒน์มงคล ถวายปัจจัยเป็นกองทุนครั้งแรก ๕๐,๐๐๐ บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) และ ๑๐,๐๐๐ (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) เป็น ๒ กองทุน
๔.จะร่วมกันแก้ไขปัญหา กรณีวัด หรือสำนักสงฆ์ที่มีปัญหาระหว่างวัดกับชาวบ้าน หรือกิจการของสถานที่นั้น ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ให้ได้รับข้อมูลตกลง และการยอมรับทุกฝ่าย
๕.วัดใดจะจัดทำหนึ่งวัด หนึ่งตำบล เช่นปรับปรุงพัฒนาหน้าวัด จัดสวนสมุนไพร สวนหย่อม ให้จัดทำโครงการเสนอมาที่วัดพิพัฒน์มงคล โดยทางวัดจะมอบทุนในการจัดทำเบื้องต้นวัดละ ๕,๐๐๐ บาท (ห้าพันบาทถ้วน) และทำแผนผัง จัดบอร์ด แผ่นพับ ประชาสัมพันธ์ ติดรูปคณะผู้บริหารวัด เพื่อให้ชัดเจนในการบริหารงาน และความเรียบร้อยในการทำงานร่วมกัน
๖.เจ้าคณะอำเภอจะออกตรวจเยี่ยมทุกวัดในเขตปกครอง เพื่อรับทราบปัญหา และอุปสรรคในการดำเนินการพัฒนาของวัด และผู้บริหารของวัด ภายในระยะเวลา ๓ เดือน
"พระต้องเป็นที่พึ่งพิง ทั้งในทางโลกและทางธรรม เป็นผู้นำจิตวิญญาณ เข้ากับชาวบ้านได้ เพราะถ้าหากชาวบ้านเกิดศรัทธาแล้วจะทำสิ่งใดก็จะง่ายขึ้น"
0 เรื่อง / ภาพ ไตรเทพ ไกรงู 0



